เรื่องย่อ
เอลิฮูเน้นย้ำถึงความไม่สามารถเข้าใจพระเจ้าได้อย่างสมบูรณ์ของมนุษย์ เตือนไม่ให้กล่าวโทษพระองค์ และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการยำเกรงและการถ่อมตนต่อพระเจ้าผู้ทรงมีอำนาจและเหตุผลเหนือกว่าทุกสิ่ง โยบตอบโต้ด้วยการยืนยันความบริสุทธิ์ของตนและขอให้พระเจ้าพิสูจน์สิ่งนั้น โดยรู้สึกสิ้นหวังและสงสัยในความยุติธรรมของพระเจ้า พระเจ้าทรงตอบโยบด้วยการเปิดเผยอำนาจและความยิ่งใหญ่ของพระองค์ เน้นย้ำถึงความรู้และความเข้าใจที่จำกัดของมนุษย์เมื่อเทียบกับพระองค์ ทำให้โยบได้ตระหนักถึงความจำกัดของความเป็นมนุษย์และความยิ่งใหญ่ของพระเจ้าอย่างถ่อมตน
เอลีฮูเริ่มต้นด้วยท่าทีที่ถ่อมตน แต่เมื่อการสนทนาดำเนินไป เขาก็เริ่มมั่นใจในตนเองมากขึ้นและวิพากษ์วิจารณ์โยบอย่างรุนแรง โดยอ้างว่าพูดในนามของพระเจ้าและแสดงให้เห็นถึงความรู้มากมาย แม้ว่าหลายสิ่งที่เขาพูดเกี่ยวกับพระเจ้าจะเป็นความจริง เช่น บาปและความชอบธรรมของมนุษย์ไม่ได้มีอิทธิพลต่อพระองค์ แต่เขาได้ทำผิดพลาดในการสรุปว่าโยบพยายามใช้ความชอบธรรมของตนเองเป็นเครื่องมือต่อรอง
เอลีฮูสังเกตว่าคนที่ไม่เชื่อพระเจ้าจะโกรธ แต่เขาก็แสดงความโกรธต่อโยบเช่นกัน โดยเน้นว่าความโกรธที่ขับเคลื่อนด้วยความเห็นแก่ตัวสามารถขัดขวางความสามารถในการให้อภัย ทำให้บุคคลแข็งกระด้างต่อผู้อื่นและพระเจ้า เขาพูดถึงการที่พระเจ้าทรงไถ่ผู้ทุกข์ยากผ่านความทุกข์ยาก โดยชี้ให้เห็นว่าความทุกข์อาจนำผู้คนกลับมาหาพระเจ้า และพระเจ้าทรงใช้มันเพื่อชำระล้างโยบ ด้วยเหตุนี้ ช่วงเวลาที่ยากลำบากจึงสามารถช่วยให้เราตระหนักถึงความสำคัญของความสัมพันธ์กับพระเจ้า
เอลีฮูปิดท้ายด้วยการสรรเสริญพระเจ้า แต่ก็ยังคงมีเจตนาที่จะโจมตีโยบ เขาอ้างถึงข้อความที่ว่า "พระองค์ไม่ทรงนับผู้ใดว่าฉลาดในความคิดของตนเอง" โดยเสนอว่าพระเจ้าทรงเข้าใกล้ผู้ที่ถ่อมตน ซึ่งอาจอธิบายได้ว่าทำไมโยบจึงยังคงเงียบอยู่ ไม่ว่าจะเป็นเพราะความถ่อมตนหรือเพราะรู้สึกท่วมท้นเกินกว่าจะตอบโต้ได้
ข้อคิด: โยบ 35-37
“ไม่ว่าจะเพื่อการแก้ไข แผ่นดินของพระองค์ หรือเพื่อความรัก พระองค์ทรงทำให้เกิดขึ้น” นี่คือการดูแลของพระเจ้า ซึ่งรวมถึงการปกป้องและการเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต พระเจ้ามีจุดประสงค์ของพระองค์แม้เราจะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เราสามารถเชื่อได้ว่าพระองค์กำลังทำงานอยู่
พระองค์ใส่ใจทุกรายละเอียดและตั้งใจทำตามแผนการของพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการแก้ไขจิตใจผู้หลงผิด การอวยพรประชากรของพระองค์ หรือการแสดงความรักอย่างล้ำลึก เราสามารถพักผ่อนได้เมื่อรู้ว่าพระองค์ทำทุกสิ่งเพื่อพระสิริและความชื่นชมยินดีของเรา โดยเฉพาะเมื่อรู้ว่าพระองค์อยู่ที่ซึ่งความชื่นชมยินดี!
คำถาม
- ความอดทนและความเมตตาของพระเจ้า: บทนี้เน้นถึงความเมตตาและความอดทนของพระเจ้า ซึ่งแสดงออกมาในหลายรูปแบบ คำถามคือ: เราจะแสดงความอดทนและเมตตาต่อผู้อื่นได้อย่างไรในสถานการณ์ที่ยากลำบาก? การให้อภัยมีความสำคัญอย่างไรในชีวิตของเรา? เราเรียนรู้จากความเมตตาของพระเจ้าได้อย่างไร?
- การนำทางของพระเจ้าในชีวิตมนุษย์: เอลิฮูชี้ให้เห็นถึงการชี้นำของพระเจ้าแม้ในความยากลำบาก ซึ่งกระตุ้นให้เกิดคำถาม: เราจะรับรู้ถึงการนำทางของพระเจ้าในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? เราควรตอบสนองต่อการชี้นำของพระเจ้าอย่างไร? เราเรียนรู้ที่จะวางใจในแผนการของพระเจ้าได้อย่างไรเมื่อเผชิญกับความไม่แน่นอน?
ความโกรธในมุมมองของคริสเตียน: อารมณ์ที่ควบคุมได้
ความโกรธเป็นอารมณ์ที่มนุษย์ทุกคนเคยประสบ ไม่เว้นแม้แต่คริสเตียน พระคัมภีร์ก็กล่าวถึงความโกรธ แต่ก็ไม่ได้มองว่ามันเป็นสิ่งที่ผิดเสมอไป แต่ความโกรธจะกลายเป็นปัญหาเมื่อเราปล่อยให้มันควบคุมเรา
พระคัมภีร์พูดถึงความโกรธอย่างไร?
- ความโกรธไม่ใช่บาปเสมอไป: มีความโกรธที่ถูกต้อง เช่น การโกรธต่อความไม่ยุติธรรม หรือการโกรธที่บาป
- ความโกรธอันตรายเมื่อไม่ควบคุม: เมื่อความโกรธครอบงำ เราอาจทำร้ายผู้อื่นหรือทำลายความสัมพันธ์
- พระเจ้าทรงสอนให้เราควบคุมความโกรธ: พระคัมภีร์ให้คำแนะนำมากมายเกี่ยวกับวิธีจัดการกับความโกรธ
ทำไมความโกรธจึงเป็นอันตราย?
- ทำลายความสัมพันธ์: ความโกรธสามารถทำลายมิตรภาพ ครอบครัว และความสัมพันธ์อื่นๆ
- ส่งผลเสียต่อสุขภาพ: ความโกรธเรื้อรังอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพต่างๆ เช่น ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ
- ขัดต่อพระลักษณะของพระเจ้า: พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความรักและสันติสุข การโกรธเคืองแสดงให้เห็นว่าเรายังไม่เหมือนพระองค์
คริสเตียนควรจัดการกับความโกรธอย่างไร?
- ตระหนักถึงความโกรธ: สังเกตเมื่อไหร่ที่เรารู้สึกโกรธ และพยายามหาสาเหตุ
- อธิษฐาน: ขอให้พระเจ้าทรงช่วยให้เราควบคุมอารมณ์
- พูดคุยกับผู้อื่น: บอกเล่าความรู้สึกของเราให้เพื่อนหรือผู้นำคริสตจักรฟัง
- ใช้เวลาอยู่กับธรรมชาติ: การได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติจะช่วยให้จิตใจสงบ
- เรียนรู้ที่จะให้อภัย: การให้อภัยจะช่วยให้เราปลดปล่อยตัวเองจากความโกรธ
พระเจ้าทรงเข้าใจความอ่อนแอของมนุษย์ และพระองค์ทรงพร้อมที่จะช่วยเราเสมอ ด้วยความช่วยเหลือจากพระวิญญาณบริสุทธิ์ เราสามารถเอาชนะความโกรธและดำเนินชีวิตที่สงบสุขได้