เรื่องย่อ
โยชูวา บุตรชายของนูนรับช่วงต่อจากโมเสส นำชาวอิสราเอลเข้าสู่แผ่นดินคานาอันอันเป็นที่สัญญาไว้ หลังจากการตายของโมเสส พระเจ้าทรงยืนยันคำสัญญาและมอบคำแนะนำให้โยชูวา โยชูวาจึงส่งสายลับไปสำรวจเมืองเยริโค และพวกเขากลับมาด้วยข่าวที่ว่าคนเยริโคหวาดกลัวชาวอิสราเอลอย่างมาก ด้วยศรัทธาและการเชื่อฟังพระเจ้า โยชูวาและชาวอิสราเอลข้ามแม่น้ำจอร์แดนด้วยปาฏิหาริย์ พระเจ้าทรงทำให้กระแสน้ำหยุดไหล เปิดทางให้ชาวอิสราเอลข้ามไป โดยมีหิน 12 ก้อนเป็นอนุสรณ์ เป็นเครื่องเตือนใจถึงการเข้าสู่แผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ การข้ามแม่น้ำจอร์แดนอย่างมหัศจรรย์นี้เป็นสัญลักษณ์แห่งความไว้วางใจในพระเจ้าและเป็นจุดเริ่มต้นของการพิชิตแผ่นดินคานาอัน
หนังสือโยชูวาเล่มแรกเริ่มต้นด้วยการเตรียมตัวเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน โยชูวาได้รับมอบหมายให้เป็นผู้นำ ได้รับคำแนะนำให้เข้มแข็งและกล้าหาญ และได้เตือนชนเผ่าทางตะวันออกให้ร่วมต่อสู้เพื่อดินแดน ก่อนที่จะกลับไปยังที่อยู่เดิมของตน การส่งสายลับไปยังเยริโค เมืองแรกที่ต้องพิชิต แสดงให้เห็นถึงการวางแผนทางยุทธวิธี และความสำคัญของการรู้จักพื้นที่ การพบกับราฮับ โสเภณีผู้มีศรัทธาในพระเจ้า แสดงให้เห็นถึงพระเมตตาของพระเจ้าต่อผู้กลับใจ และการปกป้องของพระองค์ต่อผู้ที่เชื่อฟัง และการช่วยเหลือของเธอสำหรับสายลับแสดงให้เห็นถึงความร่วมมือที่ไม่คาดคิด ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระเจ้า
การตัดสินใจของราฮับที่จะช่วยเหลือสายลับ และข้อตกลงที่ทำร่วมกัน เป็นจุดสำคัญ เนื่องจากแสดงให้เห็นถึงความเชื่อของเธอในพระเจ้า และความไว้วางใจในคำสัญญาของสายลับ สิ่งสำคัญคือต้องเข้าใจบริบททางประวัติศาสตร์ พระเจ้าไม่ได้เรียกร้องให้ทำลายล้างทั้งหมด แต่เป็นการลงโทษต่อการบูชารูปเคารพและความโหดร้าย และมีข้อยกเว้นสำหรับผู้กลับใจ ราหับและครอบครัวของเธอเป็นตัวอย่างที่สำคัญ การกระทำของเธอสะท้อนให้เห็นถึงการเชื่อฟังและความเชื่อ ซึ่งนำไปสู่การได้รับความรอด และแสดงให้เห็นถึงพระเมตตาและความยุติธรรมของพระเจ้า
การข้ามแม่น้ำจอร์แดนเป็นสัญลักษณ์สำคัญ แสดงถึงความเชื่อและการเชื่อฟังของชาวอิสราเอลต่อพระเจ้า การตั้งหินสิบสองก้อนเป็นอนุสรณ์ เป็นเครื่องเตือนใจถึงปาฏิหาริย์ของพระเจ้าและคำสัญญาของพระองค์ เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงแค่การเดินทางทางกายภาพ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นของการเดินทางทางจิตวิญญาณ การเข้าสู่แผ่นดินคานาอันเป็นการเริ่มต้นชีวิตใหม่ เป็นการสร้างสังคมใหม่ภายใต้การนำของพระเจ้า และการเริ่มต้นแห่งการดำรงชีวิตในคำสัญญาของพระองค์
ข้อคิด: โยชูวา 1-4
พระเจ้าบอกโยชูวาซ้ำแล้วซ้ำเล่าให้เข้มแข็งและกล้าหาญ แต่ทุกครั้งที่พระเจ้าประทานคำสั่งนี้ พระองค์จะทรงนำหน้าหรือตามหลังคำสั่งนั้นด้วยคำสัญญาว่าพระองค์จะอยู่กับเขา ความเข้มแข็งและความกล้าหาญไม่ใช่สิ่งที่เรารวบรวมได้ด้วยตัวเอง มันไม่ใช่แค่กำลังใจทางจิตใจหรือความคิดที่เราใคร่ครวญเท่านั้น ความเข้มแข็งและความกล้าหาญที่แท้จริงมาจากการตระหนักถึงการมีอยู่ของพระเจ้าในชีวิตของเรา พระองค์ไม่เคยขอให้เราทำสิ่งต่างๆ ด้วยตัวเราเอง ความใกล้ชิดของพระองค์คือสิ่งที่เตรียมเราให้เชื่อฟัง พระองค์ไม่เคยขอให้เราเป็นกำลังหรือสิ่งจำเป็นสำหรับตัวเราเอง พระองค์จัดเตรียมทุกสิ่งที่พระองค์ต้องการจากเรา พระองค์อยู่ที่จุดที่มีกำลัง พระองค์อยู่ที่จุดที่มีความกล้าหาญ และพระองค์อยู่ที่จุดที่มีความสันติสุข!
คำถาม
1. ในพระคัมภีร์โยชูวา บทที่ 1 พระเจ้าสั่งให้โยชูวา "จงเข้มแข็งและมีความมั่นใจ" (โยชูวา 1:9) คำสั่งนี้สามารถนำมาประยุกต์ใช้กับความท้าทายในชีวิตประจำวันได้อย่างไร และเราจะสร้างความมั่นใจในตัวเองเมื่อเผชิญกับความท้าทายอย่างไร?
2. ในบทที่ 3-4 ของโยชูวา มีการข้ามแม่น้ำจอร์แดนที่มีน้ำเชี่ยวและการตั้งหินเป็นอนุสรณ์เพื่อเตือนความจำเกี่ยวกับพระทำของพระเจ้า (โยชูวา 4:6-7) การสร้างสัญลักษณ์ในชีวิตของเราเพื่อเตือนใจให้เราระลึกถึงประสบการณ์หรือคำสอนที่สำคัญมีความสำคัญอย่างไร และเราสามารถสร้างประสบการณ์หรือสัญลักษณ์เหล่านี้ในชีวิตของเราได้อย่างไรบ้าง?
การตั้งหินสิบสองก้อนเป็นอนุสรณ์เป็นเหตุการณ์สำคัญที่บันทึกไว้ในหนังสือโยชูวา บทที่ 4 ใจความสำคัญของเรื่องนี้คือ:
- เหตุการณ์:
- หลังจากที่ชาวอิสราเอลได้ข้ามแม่น้ำจอร์แดนเข้าไปในดินแดนแห่งพันธสัญญา พระเจ้าได้สั่งให้โยชูวาเลือกชาย 12 คน จากแต่ละเผ่าของอิสราเอล เพื่อนำหิน 12 ก้อนจากกลางแม่น้ำจอร์แดนขึ้นมา
- หินเหล่านี้ถูกนำมาตั้งไว้เป็นอนุสรณ์ในเมืองกิลกาล ซึ่งเป็นสถานที่ที่ชาวอิสราเอลตั้งค่ายพักแรมครั้งแรกหลังจากข้ามแม่น้ำจอร์แดน
- ความหมาย:
- หินเหล่านี้เป็นเครื่องหมายเตือนใจถึงการอัศจรรย์ที่พระเจ้าได้ทรงกระทำในการหยุดยั้งแม่น้ำจอร์แดน เพื่อให้ชาวอิสราเอลสามารถข้ามไปได้
- เป็นการระลึกถึงพระคุณและความสัตย์ซื่อของพระเจ้าที่มีต่อชาวอิสราเอล
- เป็นเครื่องหมายสำหรับคนรุ่นหลัง เพื่อให้พวกเขาได้เรียนรู้ถึงการกระทำอันยิ่งใหญ่ของพระเจ้า
- ความสำคัญ:
- เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการระลึกถึงการกระทำของพระเจ้าในประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอล
- เป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการส่งต่อเรื่องราวของพระเจ้าจากรุ่นสู่รุ่น
- เป็นการแสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงกระทำกิจการอย่างอัศจรรย์เพื่อชนชาติของพระองค์
การตั้งหินสิบสองก้อนเป็นอนุสรณ์เป็นการกระทำที่แสดงถึงการระลึกถึงพระคุณของพระเจ้า และเป็นเครื่องหมายแห่งความเชื่อและความสัตย์ซื่อของพระองค์ที่มีต่อชาวอิสราเอล