3:7–11 โอทนีเอล (จากยูดาห์ / ต่อสู้กับชาวอารัม)
ให้สังเกตว่า ในเรื่องของผู้วินิจฉัยคนแรกนี้ วงจรที่กล่าวไว้ใน 2:6–19 ปรากฏอย่างครบถ้วน: อิสราเอลทิดทิ้งพระเจ้า (ข้อ 7) ทำให้พระองค์ทรงพระพิโรธ และพวกเขาตกอยู่ใต้การกดขี่ของชาวอารัม (ข้อ 8) ในที่สุดสิ่งนี้นำไปสู่การร้องทูลขอความช่วยเหลือ จนพระเจ้าทรงส่งผู้ช่วยกู้มา (ข้อ 9) จากนั้น “พระวิญญาณของพระยาห์เวห์” ทรงประทานสติปัญญาแก่โอทนีเอลในการนำประชาชน จน “แผ่นดินก็สงบอยู่” (ข้อ 11)
3:12–31 เอฮูด (จากเบนยามิน / ต่อสู้กับชาวโมอับ) และชัมการ์
“คนอิสราเอลก็ทำชั่วในสายพระเนตรของพระยาห์เวห์อีก” ส่งผลให้พวกเขาตกอยู่ใต้การปกครองของกษัตริย์โมอับผู้ “อ้วนมาก” ให้สังเกตว่า ความอ้วนของกษัตริย์ และการที่เอฮูดถนัดมือซ้าย เป็นจุดสำคัญที่ทำให้เรื่องดำเนินไป
แม้เรื่องนี้โดยพื้นฐานจะเป็นเรื่องของบุคคลคนเดียว แต่เอฮูดก็ยังปูทางไปสู่ชัยชนะของอิสราเอล (ข้อ 26–30) แม้ไม่ได้กล่าวถึงพระวิญญาณในตอนนี้ แต่ “พระยาห์เวห์” ก็ยังทรงเป็นผู้ประทานชัยชนะอยู่ดี (3:28)
รายงานสั้น ๆ เกี่ยวกับชัมการ์ (3:31) เป็นการแนะนำชาวฟีลิสเตีย ซึ่งต่อมาจะกลายเป็นศัตรูต่างชาติที่สำคัญที่สุดของอิสราเอล
4:1–5:31 เดโบราห์ (จากเอฟราอิม / ต่อสู้กับชาวคานาอันทางเหนือ)
จุดเด่นของเรื่องนี้อยู่ที่การมุ่งความสนใจไปยังสตรีสองคน คือ เดโบราห์และยาเอล ซึ่งโดดเด่นเหนือบาราค ผู้เป็น “ผู้ช่วยกู้” ตามเนื้อเรื่อง
ให้สังเกตว่า เดโบราห์เป็นผู้เริ่มต้นการกระทำต่าง ๆ ในนามของพระยาห์เวห์ และการที่บาราคปฏิเสธจะออกรบหากไม่มีนางไปด้วย นำไปสู่คำพยากรณ์ว่า พระยาห์เวห์จะทรงมอบสิเสราไว้ในมือของผู้หญิงคนหนึ่ง แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่ใช่เดโบราห์ หากเป็นยาเอล
บทเพลงของเดโบราห์ (ดู 5:7 ซึ่งบาราคร่วมร้องด้วยใน 5:1) เป็นการเล่าเรื่องซ้ำอีกครั้งพร้อมรายละเอียดเพิ่มเติม ขณะเดียวกันก็ถวายสรรเสริญแด่พระเจ้า และตำหนิเผ่าต่าง ๆ ที่ไม่ได้มาช่วยรบ