อ่านพระคัมภีร์ในสองปี คริสตจักรศิลา

แผนการอ่านพระคัมภีร์ให้จบในสองปีโดย The Gospel Coalition (TGC) โดย Stephen Witmer แผนการอ่านพระคัมภีร์นี้ได้ถูกออกแบบให้อ่านพระคัมภีร์พันธสัญญาเดิมและพันธสัญญาใหม่ในสองปี และแผนนี้จะอ่านสดุดีและสุภาษิตทั้งหมดสี่รอบ แผนนี้มีพื้นฐานจากหนังสือ "How to Read the Bible Book by Book: A Guided Tour โดย Gordon Fee และ Douglas Stuart. ผู้อ่านจะได้ประโยชน์และพระพรเมื่ออ่านพระคัมภีร์ตามแผนนี้และดูหนังสือควบคู่กันไป


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 24

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 25:1-11

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
สดุดี 15

11:27–25:11 เรื่องราววงศ์ตระกูลของเทราห์

 

คุณจะเห็นว่าเรื่องราวของครอบครัวนี้มีจุดเน้นอยู่ที่อับราฮัมซึ่งเป็นบุตรของเทราห์ รวมทั้งเห็นว่าเรื่องราวนี้ถูกจัดวางอย่างมีชั้นเชิงเพียงใด เริ่มต้นด้วยการแนะนำครอบครัวของอับราฮัม ซึ่งได้อพยพมาได้เพียงบางส่วนของเส้นทางสู่แผ่นดินคานาอัน (11:27–32) พร้อมทั้งมีการกล่าวถึงเป็นพิเศษว่า ซาราห์เป็นหมัน (11:30)

 

จุดสำคัญอยู่ที่ 12:1–9 เมื่อพระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ออกจากเมืองฮาราน และ “ไปยังดินแดนที่เราจะสำแดงแก่เจ้า” (12:1) พร้อมทั้งทรงสัญญาว่าจะทำให้เขา “เป็นชนชาติใหญ่” และจะทรงอวยพร “บรรดาเผ่าพันธุ์ที่วโลก” ผ่านเขา (ข้อ 2–3) หลังจากที่อับราฮัมเชื่อฟังและเดินทางไปยังแผ่นดินซึ่งขณะนั้นชาวคานาอันอาศัยอยู่ (ข้อ 4–5) เขาได้เดินทางผ่านทั่วทั้งแผ่นดิน และพระเจ้าทรงสัญญาว่า “ดินแดนนี้เราจะยกให้เชื้อสายของเจ้า” (ข้อ 6–7) จากนั้น “เขาสร้างแท่นบูชาพระยาห์เวห์ที่นั่น และนมัสการออกพระนามพระยาห์เวห์” (ข้อ 8–9)

 

ในส่วนที่เหลือของเรื่อง คุณจะเห็นหัวข้อเหล่านี้ในรูปแบบต่างๆ คือ แผ่นดินที่ทรงสัญญาจะถูกมอบให้เชื้อสายที่ทรงสัญญา ซึ่งจะกลายเป็นชนชาติใหญ่และเป็นพรแก่ประชาชาติทั้งหลาย—แม้ว่าขณะนั้นชาวคานาอันจะครอบครองแผ่นดินอยู่ และซาราห์ก็เป็นหมันก็ตาม—ดังนั้นอับราฮัมจึงวางใจและนมัสการพระเจ้าผู้ทรงให้พระสัญญาเหล่านี้

 

ดังนั้น เรื่องราวแรกซึ่งเกี่ยวกับความล้มเหลวของอับราฮัมในอียิปต์ (12:10–20) จึงเกี่ยวข้องกับการที่พระเจ้าทรงปกป้องเชื้อสายที่ทรงสัญญา วัฏจักรเรื่องราวของโลทครั้งแรก (บทที่ 13–14) มุ่งเน้นที่ชนชาติใหญ่และแผ่นดินที่ทรงสัญญา พร้อมทั้งแนะนำเมืองโสโดมและโกโมราห์ และแสดงให้เห็นถึงความสำคัญอย่างยิ่งของอับราฮัมในแผ่นดินนั้น เรื่องราวที่ต่อเนื่องกันในบทที่ 15–16 หวนกลับไปสู่ประเด็นของเชื้อสายที่ทรงสัญญาจากหญิงที่เป็นหมัน ขณะที่เรื่องราวในบทที่ 17 เป็นศูนย์กลางที่รวมทุกหัวข้อเข้าด้วยกัน

 

เรื่องถัดไปมุ่งเน้นอีกครั้งที่เชื้อสายที่ทรงสัญญาจากหญิงที่เป็นหมัน (18:1–15) และถูกหยิบยกขึ้นมาอีกในชุดเรื่องราวสามตอนในบทที่ 20 และ 21 (อาบีเมเลค การเกิดของอิสอัค และการขับไล่อิชมาเอล) เรื่องราวเหล่านี้ทำหน้าที่เป็นกรอบล้อมรอบวัฏจักรเรื่องของโลทครั้งที่สอง (18:16–19:38) ซึ่งเริ่มต้นด้วยชนชาติใหญ่ที่จะเป็นพรแก่ประชาชาติ (18:18) ที่นี่ การทำลายโสโดมและโกโมราห์ และการตั้งครรภ์จากการร่วมประเวณีระหว่างเครือญาติซึ่งให้กำเนิดโมอับและอัมโมน ถูกนำมาเปรียบเทียบกับความไว้วางใจของอับราฮัมในพระเจ้าสำหรับแผ่นดินที่ทรงสัญญา หัวข้อนี้ถูกกล่าวถึงอีกครั้งใน 21:22–34

 

จากนั้น เรื่องราววงศ์ตระกูลของเทราห์ปิดท้ายด้วยเรื่องราวสำคัญสี่ตอน ตอนแรกคือการทดสอบอับราฮัมว่าเขาจะยอมถวายบุตรชายหัวปีของตนแด่พระเจ้าหรือไม่ (บทที่ 22) ในเรื่องสำคัญนี้ ควรสังเกตว่า

(1) มีการยืนยันพระสัญญาอีกครั้ง (ข้อ 15–18)

(2) การเชื่อฟังและความไว้วางใจของอับราฮัมปรากฏอยู่ตลอดทั้งเรื่อง

(3) การที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมเครื่องบูชาแทนอิสอัค

 

เมื่อพิจารณาร่วมกัน การสิ้นชีวิตของซาราห์ (บทที่ 23) และของอับราฮัม (25:7–11) เป็นการทำให้หัวข้อเรื่องแผ่นดินที่ทรงสัญญาจบอย่างสมบูรณ์—มีการซื้อที่ดินส่วนหนึ่งของแผ่นดินที่ทรงสัญญาทำให้ร่างกายของพวกเขาได้ฝังไว้ที่นั่นเพื่อรอคอยการสำเร็จเป็นจริงของพระสัญญาในอนาคต เรื่องเหล่านี้ล้อมรอบเรื่องราวการแต่งงานของอิสอัค ซึ่งถูกรวมอยู่ในชุดเรื่องราวของอับราฮัม เพราะยังคงสืบต่อหัวข้อของเชื้อสายที่ทรงสัญญา เช่นเดียวกับบทนำสู่เรื่องการสิ้นชีวิตของอับราฮัม (25:1–6)

 

ท้ายที่สุด โปรดสังเกตว่า การตัดสินใจที่ไม่ฉลาดในช่วงเวลาที่ความเชื่อสั่นคลอนนั้นไม่อาจขัดขวางพระประสงค์ของพระเจ้าได้ (เรื่องฟาโรห์และอาบีเมเลคในบทที่ 12 และ 20 และเรื่องฮาการ์ในบทที่ 16) ในขณะเดียวกัน อับราฮัม “ก็เชื่อพระยาห์เวห์ ความเชื่อนั้นพระองค์ทรงถือว่าเป็นความชอบธรรมแก่ท่าน” (15:6 ข้อความนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งในจดหมายของเปาโล) ดังนั้น การตอบสนองอย่างสม่ำเสมอของอับราฮัมต่อพระเจ้าคือการนมัสการและการเชื่อฟัง (12:7–8; 13:4, 18; 14:17–20; 22:1–19)