เรื่องย่อ
ยอห์น 9 และ 10 นำเสนอเรื่องราวที่น่าทึ่งของการอัศจรรย์ การเปิดเผย และความแตกแยกที่เพิ่มขึ้น พระเยซูทรงรักษาคนตาบอดแต่กำเนิดในวันสะบาโต ซึ่งจุดประกายการสอบสวนอย่างเข้มข้นโดยพวกฟาริสี ชายที่ได้รับการรักษายืนยันอย่างกล้าหาญว่าพระเยซูทรงมาจากพระเจ้า แม้จะถูกขับไล่ออกจากธรรมศาลา พระเยซูทรงพบเขาและทรงเปิดเผยพระองค์เองว่าเป็นพระบุตรของพระเจ้า ทำให้เขาทำการนมัสการพระองค์ ในยอห์น 10 พระเยซูทรงอธิบายพระองค์เองว่าเป็นผู้เลี้ยงที่ดีที่ทรงสละชีวิตเพื่อแกะของพระองค์ พระองค์ทรงแยกแยะพระองค์เองจากผู้เลี้ยงที่ไม่ซื่อสัตย์ที่ไม่สนใจแกะ พระเยซูทรงประกาศว่าพระองค์ทรงเป็นหนึ่งเดียวกับพระบิดา ซึ่งทำให้พวกยิวพยายามจะขว้างหินใส่พระองค์อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงหลบหนีไปได้ เรื่องราวเหล่านี้เน้นถึงอำนาจของพระเยซูในการนำความสว่างทางร่างกายและจิตวิญญาณมาให้ ความมุ่งมั่นของพระองค์ต่อผู้ติดตามของพระองค์ และการยืนยันถึงความเป็นพระเจ้าของพระองค์ ซึ่งก่อให้เกิดความเชื่อและไม่เชื่อในเวลาเดียวกัน
ในวัฒนธรรมของชาวยิว โบราณเชื่อกันว่าความเจ็บป่วยและความพิการทางร่างกายเป็นผลมาจากบาปหรือความผิดของบุคคลนั้นเอง แต่พระเยซูทรงแสดงให้เห็นว่าไม่ใช่เสมอไป พระองค์ทรงรักษาคนจำนวนมากที่ไม่มีการกล่าวถึงความเกี่ยวข้องกับบาปใดๆ เลย ซึ่งชี้ให้เห็นว่า ความเจ็บป่วยไม่ได้เป็นผลโดยตรงของความผิดหรือบาปเสมอไป พระองค์ทรงแก้ไขความเข้าใจผิดนี้และเน้นความเมตตาโดยการแสดงว่าพระเจ้าทรงเป็นพระผู้ทรงรักและทรงให้โอกาสในการรักษาและไถ่บาป โดยไม่สนใจว่ามารยาททางวัฒนธรรมจะกล่าวอย่างไร แทนที่จะตำหนิคนที่เจ็บป่วย พระองค์ทรงเป็นแหล่งของความหวังและความเมตตา
พระองค์ยังทรงแสดงให้เหล่าสาวกและผู้คนเข้าใจว่า พระองค์ไม่ได้อยู่ในข้อจำกัดของกฎหมายหรือธรรมเนียม แต่ทรงย้ำให้ทุกคนรู้ว่าพระองค์สามารถละเมิดกฎเกณฑ์ถ้าหากเป็นไปเพื่อความดีและเพื่อพระเกียรติของพระเจ้า เช่น การรักษาชายตาบอดในวันสะบาโต ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นว่า ศีลธรรมและกฎธรรมเนียมไม่ใช่สิ่งที่ควรเป็นอุปสรรคต่อความเมตตาและการปฏิบัติที่เป็นธรรมของพระเจ้า พระองค์ทรงเน้นว่าความรักและความเมตตาเป็นสิ่งสำคัญที่สุด และเป็นสิ่งที่พระองค์ทรงเน้นให้เรานำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน
นอกจากนี้ พระเยซูทรงใช้ภาพเปรียบเทียบเกี่ยวกับความเป็นผู้เลี้ยงแกะและประตูเพื่อเน้นความรักและความใกล้ชิดของพระองค์ต่อเหล่าสาวกและประชาชน พระองค์ทรงเป็นทั้งผู้เลี้ยงและประตูที่คอยดูแลและปกป้องแกะของพระองค์ พระองค์ไม่ใช่เพียงผู้ดูแลที่ตอกบัตร แต่ทรงลงทุนในความปลอดภัยและความสุขของเหล่าแกะด้วยพระองค์เอง และพระองค์ยังทรงประกาศว่า “เรายังมีแกะอื่นที่ไม่ได้อยู่ในคอกนี้” ซึ่งหมายความว่าพระองค์ทรงรักและมุ่งหวังให้ทุกคนเข้ามาสู่ความรอดและความสัมพันธ์กับพระองค์ โดยเน้นว่าการสิ้นพระชนม์ของพระองค์นั้นเป็นส่วนหนึ่งของแผนการของพระบิดาที่ต้องการให้มนุษย์ทุกคนได้รับความรอด และสุดท้าย พระองค์ทรงชี้ให้เห็นถึงความสัมพันธ์ระหว่างความเชื่อและการเป็นส่วนหนึ่งของพระองค์ โดยพระองค์ตรัสว่า “พวกท่านไม่เชื่อเพราะพวกท่านไม่ใช่แกะของเรา” แสดงให้เห็นว่าความเชื่อเป็นผลมาจากการเป็นส่วนหนึ่งของพระองค์เอง
ข้อคิด: ยอห์น 9-10
“เราให้ชีวิตนิรันดร์แก่แกะเหล่านั้น แกะจะไม่พินาศเลย และจะไม่มีใครแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากมือของเราได้ พระบิดาของเราผู้ประทานแกะเหล่านั้นให้แก่เรา ทรงยิ่งใหญ่กว่าสิ่งสารพัด และไม่มีใครสามารถแย่งชิงแกะเหล่านั้นไปจากพระหัตถ์ของพระบิดาได้ เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” (10:28–30) สำหรับลูกๆ ของพระเจ้า สิ่งที่ให้ความสบายใจมากที่สุดคือ ไม่มีสิ่งใดสามารถแย่งชิงเราไปจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้ ไม่มีสิ่งใดแข็งแกร่งกว่าพระองค์ แม้แต่ตัวเราเอง พระองค์ตรัสว่าไม่มีใครทำได้ และเราก็เป็น “ใคร” คนหนึ่ง พระองค์ทรงสัญญาชีวิตนิรันดร์และความปลอดภัยชั่วนิรันดร์ในพระหัตถ์ของพระองค์ สิ่งที่พระองค์ทรงเริ่มต้น พระองค์จะทรงค้ำจุนและพระองค์จะทรงทำให้สำเร็จ พระองค์ทรงสามารถ พระองค์ทรงทำ และพระองค์ทรงทำต่อไป พระองค์ทรงเป็นที่ซึ่งความชื่นชมยินดีอยู่!
คำถาม
1. ในยอห์น 9 พระเยซูทรงรักษาชายที่ตาบอดแต่กำเนิด ทำให้เกิดการถกเถียงกันในหมู่พวกฟาริสี ในฐานะคริสเตียน เราจะตอบสนองต่อความสงสัยและความไม่เชื่อของผู้ที่ท้าทายการกระทำและความเชื่อของเราอย่างไร และเราจะแบ่งปันพยานของเราเกี่ยวกับวิธีการที่พระคริสต์ทรงทำการในชีวิตของเราด้วยความกล้าหาญและความเมตตาได้อย่างไร
2. ในยอห์น 10 พระเยซูทรงนำเสนอพระองค์เองในฐานะผู้เลี้ยงที่ดีที่สละชีวิตเพื่อแกะของพระองค์ คริสเตียนสามารถสะท้อนความรักของพระเยซูที่มีต่อผู้อื่นได้อย่างไร และเราจะติดตามการนำของพระองค์ในฐานะผู้เลี้ยงของเราได้อย่างไร
ยอห์น บทที่ 10 เป็นบทที่พระเยซูทรงใช้อุปมาเรื่อง "พระผู้เลี้ยงที่ดี" (The Good Shepherd) มีดังนี้:
1. พระเยซูคือพระผู้เลี้ยงที่ดี
- การสละพระชนม์เพื่อแกะ: ข้อคิดที่สำคัญที่สุดคือ พระเยซูทรงเป็นพระผู้เลี้ยงที่ดีที่ยอมสละชีวิตของพระองค์เพื่อแกะ (ยอห์น 10:11, 15) ซึ่งแสดงถึงความรักสูงสุดและการเป็นผู้นำที่เสียสละอย่างแท้จริง
- ตรงกันข้ามกับผู้รับจ้าง/โจร: พระองค์ทรงแตกต่างจากผู้รับจ้างซึ่งไม่รักแกะ และจะทิ้งแกะเมื่อเห็นภัยมา (ยอห์น 10:12-13) และต่างจากโจรที่เข้ามาเพื่อลัก ฆ่า และทำลาย (ยอห์น 10:10)
2. ความสัมพันธ์ส่วนตัวและการเชื่อฟังเสียง
- พระผู้เลี้ยงรู้จักแกะของพระองค์: พระเยซูทรงรู้จักแกะของพระองค์แต่ละตัวอย่างลึกซึ้ง (ยอห์น 10:14) นี่หมายถึงความสัมพันธ์ส่วนตัว ไม่ใช่แค่ความสัมพันธ์แบบกลุ่ม
- แกะรู้จักเสียงของพระผู้เลี้ยง: ผู้เชื่อที่แท้จริงจะฟังและติดตามเสียงของพระเยซูเท่านั้น (ยอห์น 10:4, 27) การฟังเสียงพระองค์ในที่นี้หมายถึงการเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระคำของพระองค์
3. ชีวิตครบบริบูรณ์และความมั่นคง
- ชีวิตครบบริบูรณ์: พระเยซูตรัสว่าพระองค์มาเพื่อ “ให้บรรดาแกะมีชีวิต และมีอย่างครบบริบูรณ์” (ยอห์น 10:10) นี่คือสัญญาเรื่องชีวิตที่มีคุณภาพ (ฝ่ายวิญญาณ) ในโลกนี้ และชีวิตนิรันดร์ในโลกหน้า
- ความปลอดภัยนิรันดร์: พระองค์ทรงให้การรับประกันถึงความมั่นคงในความรอดว่า:
- จะไม่มีใครแย่งชิงแกะไปจากพระหัตถ์ของพระองค์ได้ (ยอห์น 10:28-29)
- ผู้เชื่อมีความปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ เพราะพวกเขาอยู่ในพระหัตถ์ของพระเยซูและในพระหัตถ์ของพระบิดา
4. พระเยซูทรงเป็นพระเจ้า
- ความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับพระบิดา: คำกล่าวของพระเยซูที่ว่า “เรากับพระบิดาเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน” (ยอห์น 10:30) เป็นการยืนยันถึงพระลักษณะความเป็นพระเจ้าของพระองค์อย่างชัดเจนที่สุด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้ชาวยิวพยายามขว้างหินใส่พระองค์
- พระราชกิจของพระเจ้า: พระองค์ทรงอ้างว่าพระราชกิจที่พระองค์ทำคือพระราชกิจของพระบิดา ซึ่งเป็นข้อพิสูจน์ถึงความเป็นพระเจ้าของพระองค์ (ยอห์น 10:37-38)
พระธรรมยอห์น บทที่ 10 สอนให้เราไว้วางใจในพระเยซูคริสต์ในฐานะ พระผู้เลี้ยงที่รักและสละพระชนม์ เพื่อเราอย่างแท้จริง ผู้ที่ให้ ชีวิตที่ครบบริบูรณ์ และ ความปลอดภัยนิรันดร์ แก่เรา ในฐานะแกะของพระองค์ สิ่งที่เราต้องทำคือ ฟังเสียง ของพระองค์และ ติดตาม พระองค์