WOW Words of Wisdom TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 1

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 2

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 3

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 4

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 5

เรื่องย่อ

โยบเป็นชายผู้มีความชอบธรรมและเพียบพร้อมด้วยทรัพย์ศฤงคาร แต่ชีวิตต้องพลิกผันเมื่อซาตานได้รับอนุญาตจากพระเจ้าให้ทดสอบความซื่อสัตย์ของเขาผ่านความทุกข์ยากแสนสาหัส ทั้งการสูญเสียบุตร ทรัพย์สิน และการล้มป่วยด้วยโรคร้าย ทว่าโยบยังคงยึดมั่นในศรัทธาและไม่ด่าทอพระเจ้า แม้เพื่อนทั้งสามคนจะพยายามยัดเยียดข้อหาว่าความทุกข์นี้คือผลลัพธ์จากการทำบาปลับๆ จนนำไปสู่การโต้เถียงอันยาวนานเกี่ยวกับความยุติธรรมของพระองค์ ในที่สุดพระเจ้าได้ปรากฏพระพักตร์เพื่อสำแดงความยิ่งใหญ่เหนือสติปัญญาของมนุษย์ พร้อมทั้งตำหนิเพื่อนของโยบที่เข้าใจพระองค์ผิดพลาด ก่อนจะทรงฟื้นฟูชีวิตของโยบให้กลับมายิ่งใหญ่และรุ่งเรืองกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เรื่องราวนี้จึงเป็นบทพิสูจน์ถึงพลังแห่งความอดทน ศรัทธาที่บริสุทธิ์ และคำตอบที่ลึกซึ้งต่อคำถามเรื่องความทุกข์ยากของมนุษย์ภายใต้อำนาจอธิปไตยของพระเจ้า

 

เรื่องราวของโยบเกิดขึ้นในช่วงประมาณสี่ร้อยปีหลังจากเหตุการณ์น้ำท่วมโลก โดยโยบถูกแนะนำให้เรารู้จักในฐานะชายผู้มีคุณธรรมและยำเกรงพระเจ้าอย่างยิ่ง เส้นทางชีวิตของเขามีความคล้ายคลึงกับโนอาห์ ตรงที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์รุนแรงที่ถาโถมเข้ามาเป็นบททดสอบชีวิต แต่ในท้ายที่สุดเรื่องราวของทั้งคู่ก็นำไปสู่การได้รับการบรรเทาทุกข์และการฟื้นฟูจากพระเจ้า ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงรูปแบบของความเชื่อที่มั่นคงท่ามกลางพายุแห่งความทุกข์ยาก

ในมิติด้านจิตวิญญาณ ปฐมกาลบทที่ 1 ได้กล่าวถึงการรวมตัวกันของ "บุตรของพระเจ้า" หรือเหล่าทูตสวรรค์ ซึ่งมี "ซาตาน" หรือผู้ทำหน้าที่เป็น "ศัตรู/ผู้กล่าวโทษ" ปรากฏตัวอยู่ด้วย เมื่อพระเจ้าทรงหยิบยกความสัตย์ซื่อของโยบขึ้นมาสนทนา ซาตานจึงท้าทายและวางแผนทดสอบโยบ ซึ่งพระเจ้าทรงอนุญาตให้ดำเนินการได้ภายใต้ขอบเขตที่จำกัดไว้ คือห้ามพรากชีวิตของเขา ซาตานจึงกระหน่ำโจมตีโยบผ่านทั้งภัยธรรมชาติและการกระทำอันโหดร้ายของมนุษย์จนเขาไม่เหลืออะไรเลย ทว่าโยบกลับยังคงยืนหยัดในความเชื่อและไม่กล่าวโทษพระองค์แม้แต่น้อย

เมื่อความทุกข์มาถึงขีดสุด เพื่อนทั้งสามคนของโยบได้เดินทางมาหาเพื่อปลอบโยน ในช่วงเจ็ดวันแรกที่พวกเขานั่งนิ่งเงียบอยู่เป็นเพื่อนโยบถือเป็นช่วงเวลาที่ส่งอิทธิพลในทางบวกและให้พลังใจอย่างมาก แต่เมื่อพวกเขาเริ่มเปิดปากพูดและพยายามหาเหตุผลมาอธิบายความทุกข์นั้น เช่น เอลีฟาซที่อ้างนิมิตจากพระเจ้ามาปรักปรำว่าโยบทำผิด การปลอบโยนนั้นกลับกลายเป็นอาวุธที่ทิ่มแทงและทำให้สถานการณ์แย่ลง เรื่องนี้จึงให้บทเรียนสำคัญว่าบ่อยครั้งการอยู่เคียงข้างด้วยความเงียบมีพลังมากกว่าคำพูด และคำแนะนำที่ผิดพลาดอาจสร้างบาดแผลที่ลึกกว่าเดิม ซึ่งเราจะได้เห็นการตอบโต้ของโยบต่อเพื่อนๆ ของเขาในลำดับถัดไป

 

ข้อคิด: โยบ 1-5

อำนาจสูงสุดของพระเจ้าเหนือความชั่วร้ายเป็นแหล่งปลอบใจสำหรับลูกๆ ของพระองค์ พระเจ้าทรงจำกัดสิ่งที่ศัตรูสามารถทำได้ และทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับโยบมีวัตถุประสงค์ที่ยิ่งใหญ่กว่าจากพระเจ้า เรื่องราวนี้อาจเต็มไปด้วยความเศร้า แต่ท้ายที่สุดก็มีความสุข จึงควรมองหาพระเจ้าในช่วงเวลาที่มืดมน เพราะพระองค์คือแหล่งความชื่นชมยินดี!

คำถาม

1.   การตอบสนองต่อความทุกข์: เพื่อนของโยบพยายามจะให้คำอธิบายเกี่ยวกับความทุกข์ของโยบ แต่คำอธิบายของพวกเขาไม่ได้ช่วยปลอบโยนโยบ คำตอบที่เหมาะสมต่อความทุกข์คืออะไร? การยอมรับชะตา? การหาคำตอบทางจิตวิญญาณ? หรือการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม?

2.   ความเชื่อและความสงสัย: โยบแสดงความสงสัยและความโกรธต่อพระเจ้า นี่เป็นเรื่องปกติของผู้คนเมื่อเผชิญกับความทุกข์ การแสดงความสงสัยต่อพระเจ้าเป็นการแสดงความไม่เชื่อหรือไม่? หรือเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางจิตวิญญาณ?

 

 

โยบ บทที่ 1 เป็นบทเริ่มต้นที่ทรงพลัง ซึ่งเผยให้เห็นเบื้องหลังของโลกฝ่ายวิญญาณและการตอบสนองของมนุษย์ต่อความทุกข์ที่คาดไม่ถึง นี่คือข้อคิดสำคัญที่เราได้รับครับ:

1. นิยามของ "คนดี" ในสายพระเนตรพระเจ้า

โยบถูกบรรยายว่าเป็นคน "ดีรอบคอบและเที่ยงธรรม" (ข้อ 1) แต่บทนี้แสดงให้เห็นว่า การเป็นคนดีไม่ได้หมายความว่าชีวิตจะโรยด้วยกลีบกุหลาบ หรือได้รับสิทธิพิเศษให้พ้นจากความทุกข์ยาก

  • ข้อคิด: ความสัตย์ซื่อต่อพระเจ้าไม่ได้เป็น "ประกันภัย" เพื่อกันความทุกข์ออกจากชีวิต แต่เป็น "รากฐาน" ที่ทำให้เรายืนหยัดได้เมื่อความทุกข์มาถึง

2. ม่านกั้นระหว่างโลกฝ่ายเนื้อหนังและฝ่ายวิญญาณ

เราเห็นการสนทนาระหว่างพระเจ้ากับซาตาน (ข้อ 6-12) ซึ่งโยบไม่เคยรู้เรื่องนี้เลย เขาสูญเสียทุกอย่างโดยไม่ทราบสาเหตุฝ่ายวิญญาณ

  • ข้อคิด: หลายครั้งที่เราเผชิญวิกฤต มีสงครามฝ่ายวิญญาณหรือแผนการที่เรามองไม่เห็นกำลังดำเนินอยู่ การตระหนักว่าเรา "ไม่รู้ทั้งหมด" จะช่วยให้เราถ่อมใจและพึ่งพาพระเจ้ามากขึ้น แทนที่จะพยายามหาคำตอบด้วยตรรกะมนุษย์เพียงอย่างเดียว

3. อำนาจอธิปไตยของพระเจ้าเหนือมารซาตาน

ซาตานไม่สามารถแตะต้องโยบได้หากพระเจ้าไม่อนุญาต และเมื่อพระเจ้าอนุญาต พระองค์ยังทรง "ขีดเส้น" จำกัดอำนาจของมันไว้ด้วย (ข้อ 12)

  • ข้อคิด: พระเจ้าทรงควบคุมทุกสิ่ง แม้แต่มารซาตานก็ยังอยู่ภายใต้อำนาจอธิปไตยของพระองค์ ความทุกข์ของเราจึงไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่หลุดลอยไปจากการดูแลของพระเจ้า

4. การนมัสการท่ามกลางความสูญเสีย

เมื่อได้รับแจ้งข่าวร้ายสี่เรื่องรวด โยบไม่ได้ก่นด่า แต่เขากราบลง "นมัสการ" และกล่าวประโยคทองที่ว่า "พระเจ้าทรงประทาน และพระเจ้าทรงเอาไปเสีย สาธุการแด่พระนามพระเจ้า" (ข้อ 21)

  • ข้อคิด: การนมัสการที่แท้จริงคือการยอมรับว่าพระเจ้าทรงเป็นเจ้าของทุกสิ่งในชีวิตเรา ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สินหรือครอบครัว เมื่อเราตระหนักว่าทุกอย่างคือ "ของประทาน" เราจะสามารถปล่อยวางได้ด้วยสันติสุขเมื่อถึงเวลาที่ต้องสูญเสีย

5. ความเชื่อที่ไม่หวังผลตอบแทน

คำท้าทายของซาตานคือ "โยบยำเกรงพระเจ้าเปล่าๆ หรือ?" (ข้อ 9) ซึ่งหมายความว่าโยบรักพระเจ้าเพราะผลประโยชน์เท่านั้น

  • ข้อคิด: บทนี้ท้าทายใจเราว่า "เรารักพระเจ้า หรือเรารักพระพรของพระเจ้า?" ความเชื่อที่แท้จริงคือการติดตามพระเจ้าแม้ในยามที่ชีวิตไม่มีอะไรเหลือเลย เพื่อพิสูจน์ว่าพระองค์ทรงมีค่ามากกว่าสิ่งของภายนอก

โยบ 1 สอนให้เราเข้าใจว่าชีวิตฝ่ายวิญญาณมีมิติที่ลึกซึ้งกว่าที่เราเห็น และการมีใจที่ยอมจำนนต่ออำนาจอธิปไตยของพระเจ้าคือกุญแจสำคัญในการผ่านพ้นวิกฤตครับ