GPS God's Path Squad TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 10

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 11

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 12

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 13

เรื่องย่อ

ในห้วงความทุกข์ระทม โยบยังคงร่ำไห้ต่อพระเจ้า พลางกล่าวโทษพระองค์ที่สร้างเขามาเพื่อเผชิญความเจ็บปวด เปรียบชีวิตตนเป็นสิ่งที่น่ารังเกียจ และวิงวอนขอความเมตตาจากพระองค์ที่ทรงทราบถึงความอ่อนแอของมนุษย์ พร้อมกันนั้นเขาก็ตำหนิเพื่อนฝูงที่ให้คำแนะนำที่ว่างเปล่าและไร้ความเข้าใจในความทุกข์ที่แท้จริงของเขา โยบยืนยันในความบริสุทธิ์ของตนอย่างไม่ลดละ ท้าทายให้เพื่อนแสดงหลักฐานพิสูจน์ความผิด และประกาศกร้าวว่าจะไม่ยอมจำนนต่อความยากลำบาก เขาปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะเผชิญหน้ากับพระเจ้าเพื่อขอรับการพิพากษาอย่างยุติธรรม แม้จะแสดงออกถึงความอ่อนแอ ความโกรธ และความสับสน แต่แก่นแท้แห่งความเชื่อมั่นในความบริสุทธิ์ของตนเองยังคงอยู่ โยบต่อสู้กับความทุกข์ทั้งกายและใจ โดยยึดมั่นในความหวังว่าสักวันหนึ่งพระเจ้าจะทรงประจักษ์ถึงความยุติธรรมและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาในท้ายที่สุด

 

ในขณะที่เอลีฟาซและบิลดัดได้เสนอความเห็นไปแล้ว โซฟาร์ เพื่อนคนที่สามก็ได้ก้าวเข้ามาพร้อมกับทัศนะที่รุนแรงกว่าเดิม แม้คำพูดของเขาจะมีส่วนที่เป็นความจริงเกี่ยวกับพระคุณของพระเจ้า เช่น การกล่าวว่าพระเจ้าทรงลงโทษโยบน้อยกว่าความผิดที่ควรได้รับ (11:6) แต่เขากลับใช้ความจริงนี้มาซ้ำเติมโยบอย่างผิดบริบท ส่งผลให้โยบเริ่มตอบโต้ด้วยความประชดประชันเนื่องจากความเหนื่อยล้าที่ถูกเพื่อนทั้งสามโจมตีแทนที่จะได้รับความเห็นใจ

โยบพยายามสะท้อนให้เห็นว่าคนที่ใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมักจะไม่เข้าใจความเจ็บปวดของผู้ที่กำลังดิ้นรน ดังที่เขากล่าวว่า "คนที่ไม่เคยลำบากมักจะดูถูกคนที่กำลังมีปัญหา" (12:5) แม้โยบจะยอมรับในอำนาจสูงสุดของพระเจ้าเหนือทุกสรรพสิ่ง แต่เขาก็ยืนยันว่าความทุกข์ที่เขาเผชิญไม่ใช่สิ่งที่เขาควรได้รับจากการลงโทษของพระเจ้าโดยตรง หากแต่เป็นความลึกลับที่ยากจะอธิบาย ซึ่งเพื่อนๆ ของเขาไม่สามารถก้าวข้ามอคติเพื่อทำความเข้าใจความเจ็บปวดนี้ได้เลย

บทเรียนสำคัญจากเรื่องนี้คือการระวังกับดักความคิดที่ว่าเรา "สมควรได้รับ" สิ่งใดสิ่งหนึ่งจากพระเจ้า เพราะความคิดเช่นนี้มักนำไปสู่ความไม่พอใจเมื่อชีวิตไม่เป็นไปตามหวัง เราควรตระหนักว่าทุกสิ่งที่ปกติในชีวิตล้วนเป็นพระคุณ และความเมตตาของพระเจ้าต่างหากที่ช่วยพยุงเราให้พ้นจากผลของความผิดบาปที่เราสมควรได้รับจริงๆ การรักษาหัวใจให้กตัญญูต่อความดีของพระองค์จะช่วยให้เราไม่เผลอดูถูกคนอื่นในยามที่เขาตกต่ำ และไม่หลงลืมพระคุณในยามที่เรามั่งมี

Top of Form

 

ข้อคิด: โยบ 10-13

ท่ามกลางความมืดมิดของการถูกเพื่อนกล่าวหาอย่างผิดๆ และความทุกข์ทรมานที่ถาโถม โยบได้แสดงความเชื่ออันยิ่งใหญ่ผ่านถ้อยคำที่ว่า ถึงแม้พระองค์จะทรงประหารชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะวางใจในพระองค์” (13:15) เพราะเขารู้ดีว่าความหวังที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การแก้ตัวให้พ้นผิด แต่อยู่ที่ความเมตตาของพระเจ้าเพียงผู้เดียวเท่านั้น เรื่องราวของโยบจึงเป็นเครื่องเตือนใจสำหรับทุกคนที่กำลังเผชิญช่วงเวลาที่ยากลำบากว่า พระเจ้าไม่ได้ทรงเป็นเพียงความหวังท่ามกลางความมืดมิดที่ช่วยให้เราก้าวข้ามอุปสรรคไปได้เท่านั้น แต่พระองค์ยังทรงเป็นแหล่งกำเนิดแห่งความยินดีอันเต็มเปี่ยมที่จะฟื้นฟูชีวิตเราในท้ายที่สุดด้วย

 

คำถาม

1.   การตระหนักถึงความจำกัดของมนุษย์: โยบตระหนักถึงความจำกัดของมนุษย์ในการเข้าใจพระเจ้าและแผนการของพระองค์ นี่เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับมนุษย์ อย่างไรจึงจะสามารถยอมรับความจำกัดของตนเองได้? และอยู่ร่วมกับความไม่แน่นอนของชีวิต?

2.   ความสำคัญของการขอความยุติธรรม: โยบเรียกร้องความยุติธรรม นี่สะท้อนให้เห็นถึงความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ อย่างไรจึงจะสามารถแสวงหาความยุติธรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ? และในสังคมปัจจุบัน มีกลไกใดบ้างที่สามารถช่วยให้เราได้รับความยุติธรรม?

 

 

โยบ 13 สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อที่สั่นคลอนไม่ได้และการแสวงหาความจริงท่ามกลางความทุกข์ยาก ซึ่งเราสามารถสรุปประเด็นหลักเพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตได้ดังนี้ครับ:

  • ความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความจริง: โยบยืนหยัดที่จะทูลถามพระเจ้าโดยตรงแทนที่จะฟังคำตัดสินที่ผิดเพี้ยนจากเพื่อน ๆ ท่านสอนให้เราเห็นว่า เมื่อเราถูกเข้าใจผิดหรือตกอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ยุติธรรม เราสามารถนำความจริงใจและคำถามของเราไปวางไว้ต่อพระพักตร์พระเจ้าได้โดยตรง เพราะพระองค์ทรงทราบความจริงในใจเราดีกว่าใคร
  • ความไว้วางใจที่เหนือความตาย: ข้อพระคัมภีร์ที่ทรงพลังที่สุดในบทนี้คือ "ถึงแม้พระองค์จะทรงประหารชีวิตข้าพเจ้า ข้าพเจ้าก็จะวางใจในพระองค์" (13:15) นี่คือระดับสูงสุดของความเชื่อ คือการเลือกที่จะวางใจในพระลักษณะและความดีงามของพระเจ้า แม้ในวินาทีที่ดูเหมือนพระองค์จะทรงเงียบเฉยหรืออนุญาตให้ความทุกข์เกิดขึ้นจนถึงที่สุด ความหวังของโยบไม่ได้อยู่ที่ "การหายโรค" แต่อยู่ที่ "พระเจ้า" เอง
  • การตระหนักถึงความเมตตาไม่ใช่บุญคุณ: แม้โยบจะมั่นใจในความชอบธรรมของตน แต่ท่านก็ตระหนักว่าท้ายที่สุดแล้ว มนุษย์ไม่สามารถรอดได้ด้วยความดีของตนเอง แต่ต้องพึ่งพาความเมตตาจากพระเจ้า การที่โยบขอให้พระเจ้า "อย่าซ่อนพระพักตร์" (13:24) แสดงให้เห็นว่า สิ่งที่เจ็บปวดที่สุดสำหรับผู้เชื่อไม่ใช่ความทุกข์ทางกาย แต่คือความรู้สึกว่าพระเจ้าทรงอยู่ห่างไกล
  • บทเรียนสำหรับผู้ที่หนุนใจผู้อื่น: บทนี้เตือนให้เราเห็นว่า การพยายามปกป้องพระเจ้าด้วยคำพูดที่โกหกหรือการตัดสินคนอื่นแบบเหมารวม (เหมือนที่เพื่อนของโยบทำ) เป็นสิ่งที่พระเจ้าไม่พอใจ เราควรหนุนใจผู้อื่นด้วยความรักและความเข้าใจในบริบทของเขา มากกว่าการใช้หลักศาสนามาซ้ำเติมผู้ที่กำลังบอบช้ำ