GPS God's Path Squad TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 17

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 18

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 19

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 20

เรื่องย่อ

โยบระบายความอัดอั้นใจโดยตำหนิเพื่อนๆ ที่ไร้ความสามารถในการช่วยเหลือหรือให้คำแนะนำที่เยียวยาจิตใจ ทำให้เขารู้สึกสิ้นหวังและเหมือนถูกพระเจ้าทอดทิ้ง เขาจึงประกาศวาระสุดท้ายของชีวิตพร้อมขอให้ถ้อยคำของเขาถูกจารึกไว้เพื่อยืนยันความบริสุทธิ์ที่เพื่อนๆ ไม่เข้าใจ ทว่าซีฟาร์กลับโต้แย้งทันทีโดยชี้ว่าความทุกข์ระทมนี้เป็นผลมาจากบาป และเตือนให้โยบตระหนักถึงพระพิโรธของพระเจ้าพร้อมทั้งยอมรับความผิด การโต้เถียงนี้จึงเผยให้เห็นความขัดแย้งทางความคิดเรื่องความยุติธรรมของพระเจ้าอย่างชัดเจน ระหว่างโยบผู้ยืนกรานว่าเคราะห์กรรมนี้ไม่ได้เกิดจากความผิดของตน กับกลุ่มเพื่อนที่ปักใจเชื่อว่าความทุกข์ทรมานคือบทลงโทษจากการกระทำของมนุษย์เท่านั้น

 

ในวันที่ความโศกเศร้าถาโถม โยบระบายความในใจกับเพื่อนว่า “จิตใจของฉันแตกสลาย” ซึ่งสะท้อนถึงความรู้สึกโดดเดี่ยวและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ท่านเคยรู้สึกเช่นนี้หรือไม่? แทนที่จะได้รับการปลอบโยน บิลดัดเพื่อนของเขากลับซ้ำเติมโดยบอกให้โยบกลับใจ โดยอ้างว่าพระเจ้าจะลงโทษคนชั่วเสมอ ซึ่งหมายความว่าความทุกข์ที่โยบเผชิญอยู่คือบทลงโทษจากความผิดบาปของเขาเอง และหากโยบไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตนเอง เขาอาจต้องเผชิญกับเคราะห์กรรมที่หนักหนายิ่งกว่าเดิม

แม้โยบจะตัดพ้อว่ารู้สึกเหมือนพระเจ้าสร้างกำแพงปิดกั้นหนทางชีวิต แต่ในท่ามกลางความมืดมนที่สุด เขายังคงมีความเชื่อมั่นและประกาศก้องว่า “พระผู้ไถ่ของข้าพเจ้าผู้ทรงพระชนม์อยู่” (19:25) ซึ่งเป็นนิมิตหมายถึงพระคริสต์ทั้งในอดีตและอนาคต ในทางกลับกัน โซฟาร์เพื่อนอีกคนกลับอ้างถึงถ้อยคำจากวิญญาณลึกลับเพื่อสร้างน้ำหนักให้คำพูดของตน ก่อนจะกล่าวหาโยบอย่างรุนแรงว่าเป็นคนเห็นแก่ตัว โลภมาก และกดขี่ข่มเหงคนยากจน ซึ่งเป็นการโจมตีบุคลิกภาพของโยบอย่างไม่เป็นธรรม

อย่างไรก็ตาม หากเราพิจารณาถ้อยคำของพระเจ้า เราจะพบว่าข้อกล่าวหาเหล่านั้นตรงข้ามกับความจริงอย่างสิ้นเชิง เหตุการณ์นี้จึงเป็นบทเรียนสำคัญที่ย้ำเตือนว่า เราจำเป็นต้องอ่านพระคัมภีร์โดยพิจารณาบริบทเสมอ เพราะหากเราเลือกรับข้อมูลเพียงบางส่วน เราอาจเข้าใจผิดว่าโยบเป็นคนเลวร้าย ทั้งที่ในความเป็นจริง เขาเป็นบุคคลที่พระเจ้าทรงเห็นคุณค่าและทรงรักอย่างที่สุด

 

ข้อคิด: โยบ 17-20

ถ้อยคำของโยบที่ว่า ข้าพเจ้าทราบว่าพระผู้ไถ่ของข้าพเจ้ายังมีชีวิตอยู่ และในที่สุดพระองค์จะทรงยืนบนแผ่นดินโลก” สะท้อนถึงความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งและเป็นส่วนตัวอย่างยิ่งระหว่างเขากับพระเจ้า แม้ในสภาวะที่ชีวิตพังทลาย โยบยังคงเรียกพระองค์ว่า “พระผู้ไถ่” ซึ่งแสดงถึงความหวังอันมั่นคงในการถูก “ซื้อกลับคืน” และความเชื่อที่ว่าความทุกข์ยากนี้ไม่ใช่จุดสิ้นสุดของชีวิต เขามั่นใจว่าในขณะที่ทุกสิ่งรอบกายสูญสลายไป แต่พระเจ้าของเขายังทรงพระชนม์อยู่และจะทรงหยิบยื่นความช่วยเหลือให้ในท้ายที่สุด การยึดมั่นในความจริงที่ว่าพระเจ้าทรงสถิตอยู่กับเราเสมอเช่นนี้ ไม่เพียงแต่เป็นกำลังใจให้เราผ่านพ้นวิกฤตที่มืดมนที่สุดไปได้ แต่ยังเป็นบ่อเกิดแห่งความชื่นชมยินดีที่แท้จริงในการดำเนินชีวิตอีกด้วย

 

คำถาม

1.   ความสิ้นหวังและสุขภาพจิต: โยบแสดงความสิ้นหวังและความทุกข์ทรมานอย่างรุนแรง นี่สะท้อนถึงความท้าทายด้านสุขภาพจิตในสังคมปัจจุบัน เราควรจัดการกับความสิ้นหวังและโรคซึมเศร้าอย่างไร? การแสวงหาความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเป็นสิ่งสำคัญหรือไม่? สังคมควรให้การสนับสนุนผู้ที่ประสบกับความทุกข์ทางจิตใจอย่างไร?

2.   ความยุติธรรมและการลงโทษ: อีลิฟัสกล่าวโทษโยบว่าได้รับความทุกข์เพราะบาปของเขา นี่นำไปสู่คำถามเกี่ยวกับความยุติธรรมและการลงโทษ ความเชื่อมโยงระหว่างความทุกข์และความบาปเป็นอย่างไร? ความยุติธรรมควรเป็นแบบใด? ควรลงโทษผู้กระทำผิดอย่างไร? และควรพิจารณาอะไรบ้างในการลงโทษ?

 

 

 

โยบ บทที่ 20 มาจากคำพูดของ โซฟาร์ ซึ่งสะท้อนถึงมุมมองของ "ความเชื่อแบบดั้งเดิม" ในยุคนั้นที่มองว่าความทุกข์คือผลลัพธ์โดยตรงของบาปเพียงอย่างเดียว นี่คือข้อคิดสำคัญที่เราสามารถเรียนรู้ได้ครับ:

1. ความเข้าใจผิดเรื่อง "ความสุขของคนชั่ว"

โซฟาร์อ้างว่าความชื่นชมยินดีของคนชั่วนั้น "สั้นนัก" และความสุขของคนอธรรมเป็นเพียงชั่วคราว (ข้อ 5) แม้ความจริงที่ว่าบาปนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ไม่ดีจะเป็นเรื่องจริง แต่ข้อคิดที่เราได้คือ อย่าตัดสินความบริสุทธิ์ของใครจากสถานะความมั่งคั่งหรือความทุกข์ยาก เพราะบางครั้งคนชอบธรรมก็ต้องเผชิญวิกฤต ในขณะที่คนอธรรมอาจดูเหมือนรุ่งเรืองในสายตาโลก

2. อันตรายของการด่วนสรุปและขาดความเมตตา

ข้อคิดที่สำคัญที่สุดจากบทนี้คือ ท่าทีของเพื่อน โซฟาร์พยายามหาเหตุผลมาอธิบายความทุกข์ของโยบโดยการกล่าวหาว่าโยบต้องทำบาปที่ซ่อนเร้นไว้ (เช่น การกดขี่คนจนในข้อ 19) ซึ่งไม่เป็นความจริงเลย

  • บทเรียน: เมื่อเห็นผู้อื่นลำบาก เราควรหยิบยื่น "ความเมตตา" มากกว่า "คำพิพากษา" การใช้หลักการศาสนาไปตัดสินคนอื่นโดยไม่รู้ความจริงทั้งหมดอาจกลายเป็นการซ้ำเติมเหยื่อ

3. ผลลัพธ์ของบาปที่กัดกินจากภายใน

โซฟาร์เปรียบบาปเหมือน "อาหารที่หวานในปากแต่กลายเป็นพิษในท้อง" (ข้อ 12-14) ข้อคิดนี้เตือนใจเราว่า บาปอาจให้ความสุขในระยะสั้น แต่จะสร้างความขมขื่นในระยะยาว แม้โซฟาร์จะใช้คำพูดนี้ผิดคน (ใช้กับโยบ) แต่ตัวหลักการเองยังคงเป็นคำเตือนที่ดีสำหรับเราในการดำเนินชีวิตที่ซื่อสัตย์

4. ความยุติธรรมของพระเจ้าในมุมมองที่จำกัด

โซฟาร์มองว่าพระเจ้าจะทรงลงโทษคนบาปด้วยพิโรธทันที (ข้อ 23) ซึ่งแสดงถึงความเข้าใจเรื่องความยุติธรรมของพระเจ้าแบบ "เส้นตรง" คือ ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่วทันตาเห็น

  • ข้อคิด: เรื่องราวของโยบสอนให้เราเห็นว่า พระเจ้าทรงมีแผนการที่เหนือกว่าความเข้าใจของมนุษย์ ความทุกข์ไม่ได้หมายถึงการลงโทษเสมอไป แต่อาจเป็นการทดลอง หรือการขัดเกลาชีวิตให้บริสุทธิ์ขึ้น

โยบ บทที่ 20 เตือนใจเราว่าอย่าเป็นเหมือนโซฟาร์ที่ใช้ความรู้ทางศาสนามาตัดสินคนอื่นอย่างไร้เมตตา แต่ให้เรายึดมั่นในความซื่อสัตย์ และไว้วางใจในความยุติธรรมของพระเจ้าแม้ในวันที่เราไม่เข้าใจเหตุผลของความทุกข์นั้นครับ