JOY Jesus Over You TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 38

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
โยบ 39

เรื่องย่อ

หลังจากที่โยบและเพื่อนๆ อภิปรายกันมาอย่างยาวนานเกี่ยวกับความทุกข์ทรมานที่โยบต้องเผชิญ พระเจ้าได้ทรงแสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และอำนาจของพระองค์ผ่านการทรงสร้างสรรพสิ่งทั้งปวง พระองค์ทรงถามโยบว่าโยบอยู่ที่ไหนเมื่อพระองค์กำลังสร้างโลก สร้างทะเล สร้างแสงสว่าง และสิ่งมีชีวิตต่างๆ ทำให้โยบตระหนักถึงความเล็กน้อยของตนเองเมื่อเทียบกับความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า พระเจ้าทรงอธิบายถึงความรู้ความเข้าใจอันลึกซึ้งของพระองค์เกี่ยวกับธรรมชาติและสัตว์ป่าต่างๆ เพื่อแสดงให้โยบเห็นว่าพระองค์ทรงควบคุมทุกสิ่งและทรงมีปัญญาเหนือกว่ามนุษย์ทุกคน การตอบคำถามของพระเจ้าทำให้โยบตระหนักถึงความไม่รู้ของตนเอง และยอมรับในอำนาจและความชอบธรรมของพระเจ้าอย่างเต็มใจ

 

พระเจ้าทรงเริ่มต้นบทสนทนากับโยบด้วยการดึงสายตาของเขาออกจากความทุกข์ส่วนตัว เพื่อให้มาจดจ่อที่ความยิ่งใหญ่และอำนาจสูงสุดของพระองค์ในฐานะผู้สร้าง ทรงตั้งคำถามเชิงประชดประชันเล็กน้อยเกี่ยวกับกลไกการสร้างจักรวาล เพื่อชี้ให้เห็นถึงขีดจำกัดและสติปัญญาอันน้อยนิดของมนุษย์เมื่อเทียบกับพระองค์ การที่พระองค์ทรงเน้นถึงอธิปไตยเหนือสรรพสิ่งก่อนที่จะกล่าวถึงปัญหาของโยบนั้น เป็นการเตือนสติอย่างอ่อนโยนว่า ความทุกข์ที่โยบเผชิญเป็นเพียงส่วนเล็กๆ ในแผนการอันซับซ้อนและยิ่งใหญ่ที่พระเจ้าทรงถือครองไว้แต่เพียงผู้เดียว

ในรายละเอียดที่ลึกซึ้งขึ้น พระเจ้าทรงแสดงให้เห็นว่าพระองค์ไม่เพียงแต่บริหารจัดการดวงดาว แต่ยังทรงใส่ใจแม้กระทั่งวงจรชีวิตของสัตว์ป่าที่มนุษย์อาจมองข้าม การที่พระธรรมโยบ 39:9 เอ่ยถึง "วัวป่า" และ "รางหญ้า" (ซึ่งมีฟางอยู่ภายใน) อาจสื่อถึงความสอดคล้องเชิงพยากรณ์ที่เล็งไปถึงพระเยซูคริสต์ผู้ทรงประสูติในรางหญ้า สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงสติปัญญาและสัพพัญญูญาณของพระเจ้าที่ทรงทราบเหตุการณ์ล่วงหน้าอย่างแม่นยำ และทรงใช้สัญลักษณ์เหล่านี้เพื่อบอกเป็นนัยว่า แผนการแห่งความรอดของพระองค์นั้นหยั่งรากมาตั้งแต่วันสร้างโลก

ท้ายที่สุด การตอบโต้ของพระเจ้าต่อโยบไม่ได้เกิดขึ้นจากพระพิโรธที่มุ่งหมายจะลงโทษ แต่เป็นการตำหนิด้วยความรักและความอดทนเพื่อให้โยบตระหนักถึงความไม่รู้ของตนเองเกี่ยวกับพระประสงค์อันสูงสุด แทนที่จะทรงตอบคำถามว่า "ทำไม" ตรงๆ พระเจ้ากลับทรงสำแดงให้เห็นว่า "พระองค์ทรงเป็นใคร" เพื่อให้โยบเกิดความยำเกรงและไว้วางใจในความรักของพระองค์ แม้ในยามที่ไม่เข้าใจความหมายของความทุกข์นั้นเลยก็ตาม การที่พระเจ้าทรงยอมลดพระองค์ลงมาสนทนากับโยบในพายุหมุน จึงเป็นบทเรียนเรื่องพระคุณที่พิสูจน์ว่าพระองค์ทรงดูแลมนุษย์เสมอไม่ว่าในสถานการณ์ใด

 

ข้อคิด: โยบ 38-39

แม้โยบจะตั้งคำถาม พระเจ้าก็ยังทรงเข้าใกล้และทรงตอบรับเขา พระเจ้าไม่ทรงหวั่นไหวกับคำถามของเรา แม้จะไม่ได้ให้คำตอบที่เราต้องการเสมอไปก็ตาม เรื่องราวของโยบสอนให้เราตั้งคำถามกับพระเจ้าด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนและเคารพ การตั้งคำถามช่วยให้เราระลึกถึงพระเจ้าผู้ทรงสร้างและรักเรา พระเจ้าทรงเป็นผู้สร้างสรรค์ทุกสิ่ง ทรงเลี้ยงดูแม้แต่นกตัวเล็กๆ และทรงเข้าใกล้เราแม้เราจะตั้งคำถามกับพระองค์ พระองค์คือพระผู้สร้าง พระบิดา และแหล่งแห่งปีติของเรา

คำถาม

1.   อำนาจและความไม่แน่นอนของธรรมชาติ: บทนี้แสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนและอำนาจของธรรมชาติ ตั้งแต่สัตว์ที่แข็งแกร่งไปจนถึงสัตว์ที่อ่อนแอ คำถามคือ: เราควรตอบสนองต่อความไม่แน่นอนของชีวิตและธรรมชาติได้อย่างไร? การวางแผนและการเตรียมตัวมีความสำคัญอย่างไรในโลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน? เราจะปรับตัวให้เข้ากับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายต่างๆ ได้อย่างไร?

2.   ความประหลาดใจของการสร้างสรรค์ของพระเจ้า: บทนี้แสดงถึงความประหลาดใจและความหลากหลายของสิ่งมีชีวิต ซึ่งกระตุ้นให้เราคิดถึงความคิดสร้างสรรค์และความคิดริเริ่มของพระเจ้า คำถามคือ: ความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมของพระเจ้าส่งผลกระทบต่อชีวิตและความคิดของเราอย่างไร? เราจะชื่นชมและเฉลิมฉลองความหลากหลายของชีวิตและความคิดได้อย่างไร? เราจะรักษาความหลากหลายทางชีวภาพได้อย่างไร?

 

 

โยบ บทที่ 38 ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของเรื่องราวทั้งหมด หลังจากที่โยบและเพื่อนๆ ถกเถียงกันมานานถึงสาเหตุของความทุกข์ บทนี้ไม่ใช่การตอบคำถามว่า "ทำไมโยบถึงทุกข์" แต่เป็นการตั้งคำถามย้อนกลับเพื่อให้โยบเห็นภาพที่ใหญ่กว่า:

1. พระเจ้าทรงควบคุมทุกรายละเอียดของจักรวาล

พระเจ้าทรงไล่เลียงถามโยบเกี่ยวกับรากฐานของโลก การกักเก็บน้ำทะเล การปรากฏของแสงสว่าง และคลังเก็บหิมะหรือลูกเห็บ

  • ข้อคิด: หากพระเจ้าทรงสามารถจัดการกับระบบที่ซับซ้อนระดับจักรวาลได้ พระองค์ย่อมทรง สามารถจัดการกับรายละเอียดในชีวิตของเราได้ แม้ในวันที่เรารู้สึกว่าทุกอย่างพังทลาย แต่ในสายพระเนตรพระเจ้า ไม่มีสิ่งใดที่อยู่นอกเหนือการควบคุม

2. ความจำกัดของสติปัญญามนุษย์

พระเจ้าทรงถามว่า "เจ้าอยู่ที่ไหนเมื่อเราวางรากฐานของแผ่นดินโลก?" (ข้อ 4)

  • ข้อคิด: มนุษย์เรามักพยายามเอา "ความยุติธรรม" หรือ "ตรรกะ" ของเราไปตัดสินพระเจ้า แต่บทนี้เตือนสติว่าเราเป็นเพียงสิ่งทรงสร้างที่มีอายุขัยจำกัด ความเข้าใจของเราเป็นเพียง เสี้ยวเล็กๆ ของความจริงทั้งหมด การยอมรับว่าเรา "ไม่รู้" คือจุดเริ่มต้นของการไว้วางใจที่แท้จริง

3. ความทุกข์ไม่ใช่เรื่องของ "เหตุและผล" เสมอไป

เพื่อนของโยบพยายามยัดเยียดว่าโยบทุกข์เพราะทำบาป (กฎแห่งกรรม) แต่พระเจ้าทรงข้ามประเด็นเรื่องความผิดบาปไปเลย และให้โยบไปมองที่ "ความยิ่งใหญ่ของพระองค์" แทน

  • ข้อคิด: ในยามทุกข์ใจ การพยายามหาคำตอบว่า "ฉันทำอะไรผิด?" อาจไม่ช่วยอะไรเท่ากับการหันไปมองว่า "พระเจ้าผู้สร้างโลกนั้นยิ่งใหญ่เพียงใด" ความทุกข์ของเราไม่ได้แปลว่าพระเจ้าทรงละทิ้งหรือพระองค์ไม่ยุติธรรม

4. ระเบียบในความวุ่นวาย

พระเจ้าทรงพูดถึงการที่พระองค์ทรง "กำหนดเขตแดน" ให้กับทะเล (ข้อ 10-11) ว่าจะมาได้ไกลแค่ไหน

  • ข้อคิด: ความทุกข์หรือวิกฤตในชีวิตเปรียบเหมือนคลื่นทะเลที่ดูน่ากลัวและบ้าคลั่ง แต่พระเจ้าทรงบอกว่า พระองค์ทรงตั้งขอบเขตให้กับมัน มันจะไม่สามารถโถมทับเราเกินกว่าที่พระองค์ทรงอนุญาต

โยบ บทที่ 38 สอนให้เรา "ถล่มตัวลง" ต่อพระพักตร์พระเจ้า ไม่ใช่เพราะพระองค์ข่มขู่เรา แต่เพราะเราได้เห็นว่าพระองค์ทรงยิ่งใหญ่และใส่ใจในทุกรายละเอียดเกินกว่าที่เราจะเข้าใจได้ เมื่อเราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระเจ้า ปัญหาของเราจะดูเล็กลงทันที