เรื่องย่อ
ยาโคบกลับมาอยู่ที่เมืองเบธเอล ที่นั่นเขาได้พบกับพระเจ้าอีกครั้ง และเปลี่ยนชื่อเป็นอิสราเอล หลังจากนั้น เขาเผชิญกับความสูญเสีย ภรรยาคนรักของเขาคือราเชลเสียชีวิตขณะคลอดบุตร จากนั้นก็มีเรื่องราวเกี่ยวกับโยเซฟ บุตรชายคนโปรดของยาโคบ ซึ่งถูกพี่น้องอิจฉาและวางแผนขายเป็นทาส เหตุการณ์นี้ทำให้ยาโคบเสียใจอย่างมาก เพราะเขาต้องอยู่กับความทุกข์ทรมานจากการสูญเสียและความขัดแย้งในครอบครัว เรื่องราวช่วงนี้จึงเต็มไปด้วยความเศร้าโศก การสูญเสีย และความขัดแย้งในครอบครัวที่ยากจะบรรยาย แต่ก็เป็นการปูทางไปสู่เหตุการณ์สำคัญในอนาคต
การตัดสินใจออกจากเมืองเชเคมของยาโคบเริ่มต้นด้วยการชำระใจให้บริสุทธิ์ โดยเขาสั่งให้ครอบครัวกำจัดสิ่งแปลกปลอมและรูปเคารพทั้งหมดเพื่อมุ่งเน้นการนมัสการพระเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ท่ามกลางการเดินทางนี้ พระเจ้าทรงสำแดงการปกป้องอย่างอัศจรรย์โดยบันดาลให้ชาวเมืองรอบข้างเกิดความเกรงขามและหวาดกลัวในพระอานุภาพของพระองค์ จนไม่มีใครกล้าทำอันตราย เมื่อถึงเบธเอล ยาโคบได้สร้างแท่นบูชาขึ้นใหม่แทนที่สัญลักษณ์ของศาสนาอื่น เพื่อประกาศถึงการเริ่มต้นชีวิตใหม่ในฐานะ "อิสราเอล" ซึ่งเป็นชื่อที่พระเจ้าประทานให้เพื่อยืนยันถึงอัตลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปจากการอุทิศตนเพื่อพระองค์อย่างแท้จริง
ท่ามกลางพระพรและการเปลี่ยนแปลง ยาโคบยังต้องเผชิญกับความโศกเศร้าจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ทั้งราเชลภรรยาสุดที่รักซึ่งเสียชีวิตขณะคลอดบุตร และอิสอัคบิดาของเขาที่จากไปหลังจากได้พบหน้ากันอีกครั้งในรอบหลายปี การที่ยาโคบสร้างอนุสรณ์ให้ราเชลโดยไม่ยอมให้เกี่ยวข้องกับการบูชาเทพเจ้าอื่น สะท้อนถึงความหนักแน่นในความเชื่อที่เขาพยายามรักษาไว้แม้ในช่วงเวลาแห่งความทุกข์ระทม การสูญเสียเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของการเจียระไนชีวิตให้เขาวางใจในพระเจ้ามากกว่าสิ่งของหรือบุคคลรอบข้าง เพื่อให้เขามั่นคงอยู่บนเส้นทางที่พระเจ้าทรงนำ
อย่างไรก็ตาม ปัญหาภายในครอบครัวยังคงเป็นบททดสอบใหญ่ เมื่อความรักลำเอียงที่ยาโคบมีต่อโยเซฟและความฝันเรื่องอำนาจของเด็กหนุ่ม ได้จุดชนวนความอิจฉาริษยาในหมู่พี่น้องจนนำไปสู่แผนการสังหาร แม้รูเบนจะพยายามเข้าขัดขวางเพื่อช่วยชีวิตน้องชาย แต่สุดท้ายโยเซฟก็ถูกขายไปเป็นทาสในอียิปต์ เรื่องราวอันวุ่นวายนี้สอนให้เห็นว่าทุกการกระทำไม่ว่าจะมาจากความรักหรือความอิจฉาย่อมมีผลกระทบตามมาเสมอ แต่ถึงกระนั้น ในความผิดพลาดและการทดลองที่ยากลำบาก พระเจ้ายังคงทรงแผนการที่ยิ่งใหญ่กว่าเพื่อปกป้องและนำทางประชากรของพระองค์ให้เติบโตขึ้นตามเป้าหมายของพระองค์
ข้อคิด: ปฐมกาล 35-37
เรื่องราวของรูเบนที่พยายามช่วยโยเซฟจากการมุ่งร้ายของพี่น้องเพื่อหวังจะ "นำเขากลับไปคืนแก่บิดา" เป็นภาพสะท้อนที่งดงามถึงพระราชกิจของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงยอมเสียสละและทำหน้าที่แทนเราในการไถ่ชีวิตให้พ้นจากความตายและความบาป โดยเป้าหมายสูงสุดของพระองค์คือการ "คืนเราให้พระบิดา" เพื่อฟื้นฟูความสัมพันธ์ที่แตกสลายให้กลับคืนสู่สภาพดีและนำเรากลับสู่บ้านที่แท้จริง เช่นเดียวกับความปรารถนาของรูเบนที่ต้องการแก้ไขความผิดพลาดและนำความปีติยินดีกลับมาสู่ครอบครัว ความรักและความเมตตาของพระเจ้าที่ประจักษ์ชัดผ่านการวายพระชนม์ของพระเยซูจึงเป็นหนทางเดียวที่นำความรอดและการคืนดีที่สมบูรณ์มาสู่มนุษยชาติ
คำถาม
1. ในบทที่ 35 เมื่อพระเจ้าสั่งให้ยาโคบกลับไปที่เบธเอลและสร้างแท่นบูชา คุณเห็นความสำคัญของการกลับไปยังที่ที่มีความหมายในชีวิตอย่างไร? ในชีวิตของคุณ มีช่วงเวลาหรือสถานที่ใดที่คุณรู้สึกว่าต้องกลับไปเพื่อฟื้นฟูความเชื่อหรือความสัมพันธ์ของคุณไหม?
2. จากเรื่องราวของโยเซฟในบทที่ 37 คุณคิดว่าเราจะสามารถเรียนรู้อะไรจากการเผชิญหน้ากับความอิจฉาและการถูกทอดทิ้งในชีวิตประจำวันได้บ้าง? วิธีการใดที่เราสามารถใช้ในการจัดการกับสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกันในชีวิตของเรา?
ปฐมกาล บทที่ 35 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของยาโคบ ซึ่งสะท้อนถึงการฟื้นฟูความสัมพันธ์กับพระเจ้าและการเริ่มต้นใหม่หลังจากผ่านวิกฤตการณ์ที่เจ็บปวดในบทที่ 34 (เรื่องของดีนาห์)
นี่คือข้อคิดสำคัญที่คุณสามารถนำมาปรับใช้ได้ครับ:
1. การกลับไปยัง "เบธเอล" (การกลับไปหาจุดเริ่มต้นของความเชื่อ)
พระเจ้าสั่งให้ยาโคบกลับไปที่เบธเอล ซึ่งเป็นที่ที่เขาเคยพบพระเจ้าครั้งแรกเมื่อตอนหนีจากเอซาว
- ข้อคิด: ในช่วงเวลาที่เราหลงทาง หรือชีวิตเต็มไปด้วยปัญหา วิธีแก้ที่ดีที่สุดคือการ "กลับไปหาพระเจ้า" กลับไปยังจุดที่เราเคยมีประสบการณ์กับพระองค์ และรื้อฟื้นคำสัญญาที่เราเคยให้ไว้
2. การชำระตัวให้บริสุทธิ์ (การละทิ้งสิ่งแปลกปลอม)
ก่อนจะไปเบธเอล ยาโคบสั่งให้คนในครอบครัวทิ้ง "พระต่างด้าว" และชำระตัวให้สะอาด
- ข้อคิด: หากเราต้องการเข้าใกล้พระเจ้า เราจำเป็นต้องสำรวจชีวิตตนเองว่ามี "รูปเคารพ" หรือสิ่งใดที่มาแทนที่พระเจ้าในใจเราหรือไม่ การฟื้นฟูที่แท้จริงต้องเริ่มจากการ กลับใจและละทิ้งบาป ไม่ใช่แค่การทำพิธีกรรมภายนอก
3. การเปลี่ยนชื่อและความก้าวหน้าในชีวิต
ในบทนี้ พระเจ้าทรงยืนยันการเปลี่ยนชื่อของเขาจากยาโคบ (ผู้หลอกลวง) เป็น อิสราเอล (ผู้สู้กับพระเจ้า/เจ้าชายของพระเจ้า) อีกครั้ง
- ข้อคิด: พระเจ้าไม่ทรงจดจำอดีตที่ผิดพลาดของเรา เมื่อเรากลับมาหาพระองค์ พระองค์ทรงประทาน อัตลักษณ์ใหม่ และจุดประสงค์ใหม่ให้กับเราเสมอ อดีตไม่ใช่ตัวกำหนดอนาคต แต่พระเจ้าเป็นผู้กำหนด
4. สัจธรรมของชีวิต: มีทั้งการเฉลิมฉลองและการสูญเสีย
บทนี้บันทึกเหตุการณ์ที่ตัดกันอย่างรุนแรง ทั้งการได้รับพระพร การกำเนิดของเบนยามิน แต่ในขณะเดียวกันก็มีการตายของเดโบราห์ (พี่เลี้ยงของเรเบคาห์) การตายของราเชล (ภรรยาที่เขารักที่สุด) และการจากไปของอิสอัค (บิดา)
- ข้อคิด: ชีวิตของผู้เชื่อไม่ได้ราบรื่นเสมอไป แม้เราจะเดินอยู่ในทางของพระเจ้า เราก็ยังต้องเผชิญกับความสูญเสียและความเจ็บปวด แต่ความแตกต่างคือ เราไม่ได้เผชิญมันเพียงลำพัง พระเจ้าทรงอยู่กับเราในทุกช่วงเวลา
5. ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าเหนือความล้มเหลวของมนุษย์
แม้ในบทนี้จะมีการบันทึกความผิดบาปของรูเบน (บุตรชายคนโต) ที่กระทำผิดทางเพศ ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอับอาย แต่พระเจ้ายังคงรักษาพันธสัญญาที่มีต่อตระกูลของยาโคบ
- ข้อคิด: ความสัตย์ซื่อของพระเจ้าไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสมบูรณ์แบบของมนุษย์ แต่ขึ้นอยู่กับ พระคุณและพระสัญญา ของพระองค์เอง
ปฐมกาล 35 สอนเราว่า ไม่ว่าชีวิตจะพังทลายหรือวุ่นวายแค่ไหน "พระเจ้าทรงรอให้เรากลับไปหาพระองค์เสมอ" เพื่อที่พระองค์จะทรงเยียวยา ชำระ และนำเราไปสู่ก้าวต่อไปของชีวิต