เรื่องย่อ
ลูกาบทที่ 24 และยอห์นบทที่ 20-21 บันทึกเหตุการณ์อันยิ่งใหญ่ของการฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ โดยเริ่มต้นด้วยการที่เหล่าสตรีผู้ติดตามพระเยซูค้นพบอุโมงค์ว่างเปล่าในเช้าวันอาทิตย์ และได้รับการประกาศจากทูตสวรรค์ว่าพระองค์ฟื้นคืนพระชนม์แล้ว หลังจากนั้นพระเยซูทรงปรากฏแก่เหล่าสาวกหลายครั้งเพื่อยืนยันความจริงนี้ ในลูกา พระองค์ทรงปรากฏแก่สาวกสองคนบนถนนไปยังเอมมาอุส และทรงอธิบายพระคัมภีร์ที่กล่าวถึงพระองค์ ก่อนจะทรงปรากฏแก่สาวกทั้งหมด กินปลาเพื่อพิสูจน์พระกายที่ฟื้นขึ้น และประทานพระมหาบัญชาให้พวกเขาประกาศข่าวประเสริฐ ส่วนในยอห์น พระองค์ทรงปรากฏแก่มารีย์ชาวมักดาลาเป็นคนแรก จากนั้นทรงปรากฏแก่เหล่าสาวก (รวมถึงโทมัสที่สงสัย) แสดงบาดแผล และทรงมอบพระวิญญาณบริสุทธิ์ให้แก่พวกเขา นอกจากนี้ ในบทที่ 21 พระองค์ทรงปรากฏแก่สาวกขณะจับปลาที่ทะเลกาลิลี ทรงรับประทานอาหารเช้ากับพวกเขา และทรงคืนสถานะเปโตรพร้อมทั้งมอบหมายภารกิจให้ "เลี้ยงดูฝูงแกะของเรา" เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เป็นการยืนยันถึงชัยชนะของพระเยซูเหนือบาปและความตาย และเป็นการเริ่มต้นพันธกิจของคริสตจักรในการประกาศข่าวดีไปทั่วโลก
หลังจากการฟื้นคืนพระชนม์อันอัศจรรย์ของพระเยซู เหล่าสาวกต่างเผชิญกับความตื่นเต้นและความสงสัย สองคนในพวกเขาเดินทางไปเอมมาอุสเจ็ดไมล์จากกรุงเยรูซาเล็มในวันอาทิตย์ เมื่อพระเยซูทรงปรากฏกายต่อหน้าพวกเขา แต่พวกเขาถูกปิดบังไม่ให้รู้จักพระองค์ กระทั่งพระองค์ทรงร่วมรับประทานอาหารเย็นกับพวกเขาและอวยพรอาหาร ดวงตาของพวกเขาก็เปิดออกและจำพระองค์ได้ ก่อนที่พระองค์จะทรงหายตัวไปอย่างกะทันหัน เมื่อพวกเขารีบกลับไปแจ้งข่าวแก่สาวกคนอื่น ๆ ในกรุงเยรูซาเล็ม พระเยซูก็ทรงปรากฏตัวในห้องที่ประตูถูกล็อก แสดงบาดแผลและร่วมรับประทานปลาเพื่อพิสูจน์การมีอยู่จริงของพระองค์ แม้โธมัสจะสงสัยจนกว่าจะได้เห็นด้วยตาตนเอง พระเยซูไม่เคยตำหนิความสงสัยนั้น แต่ทรงประทานพรแก่ผู้ที่เชื่อโดยไม่เห็น แสดงให้เห็นถึงหนทางแห่งศรัทธาสำหรับทุกคน
ต่อมาตามคำแนะนำของทูตสวรรค์ พระเยซูทรงนำสาวกไปยังกาลิลีเพื่อความปลอดภัยจากทางการในกรุงเยรูซาเล็ม คืนหนึ่งขณะที่พวกเขากำลังจับปลาในทะเลกาลิลีโดยไม่ได้อะไรเลย พระเยซูทรงเรียกจากชายฝั่งและสั่งให้พวกเขาทอดแหไปทางขวาของเรือ ส่งผลให้จับปลาได้มากมายจนแหแทบฉีกขาด การอัศจรรย์นี้ชวนให้นึกถึงการทรงเรียกพวกเขาเป็นครั้งแรก และเมื่อสาวกลากปลา 153 ตัวขึ้นฝั่ง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการประกาศข่าวประเสริฐแก่ทุกชนชาติ พวกเขาก็จำพระองค์ได้ทันที เปโตรผู้กระตือรือร้นได้กระโดดลงน้ำและว่ายไปหาพระองค์ เป็นการตอกย้ำพันธกิจของพวกเขาในการเป็นผู้จับคน
บนชายหาด พระเยซูทรงเตรียมอาหารเช้าด้วยถ่านไฟ ซึ่งเป็นภาพที่เตือนให้เปโตรนึกถึงการปฏิเสธพระองค์ เพื่อเป็นการฟื้นฟู พระองค์ทรงถามเปโตรสามครั้งว่าเขารักพระองค์หรือไม่ และทรงมอบหมายงานสำคัญให้เขาว่า “จงเลี้ยงดูแกะของเราเถิด” เป็นการเน้นย้ำถึงความรับผิดชอบในการดูแลฝูงแกะของพระองค์และการประกาศข่าวประเสริฐไปทั่วโลก แม้พระเยซูจะทรงเปิดเผยถึงชะตากรรมของเปโตรที่จะต้องตายด้วยการตรึงกางเขนเช่นเดียวกับพระองค์ เปโตรก็ได้รับคำเตือนให้มุ่งความสนใจไปที่พันธกิจของตนเอง ไม่ใช่การเปรียบเทียบกับผู้อื่น สี่สิบวันหลังจากการฟื้นคืนพระชนม์ พระเยซูทรงเสด็จขึ้นสู่สวรรค์จากภูเขามะกอกเทศ เป็นการปิดฉากการปรากฏพระกายบนโลกของพระองค์อย่างสมบูรณ์
ข้อคิด: ลูกา 24; ยอห์น 20-21
ถ้อยคำของชายสองคนแห่งเอมมาอุสที่ว่า "ใจของเราเร่าร้อนภายในเมื่อพระองค์ตรัสกับเราตามทาง เมื่อพระองค์ทรงเปิดพระคัมภีร์ให้เราฟังมิใช่หรือ" (ลูกา 24:32) เป็นเครื่องย้ำเตือนถึงความร้อนรนของการสนทนาและการเรียนรู้พระวจนะของพระเจ้าอย่างแท้จริง การอธิษฐานและการศึกษาพระคัมภีร์ไม่ใช่เพียงพิธีกรรม แต่เป็นการพบปะกับพระเจ้าผู้ทรงทำให้พระวจนะของพระองค์มีชีวิตและเสริมสร้างความสัมพันธ์ของเราให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น หากปราศจากพระองค์ ชีวิตอาจเป็นเพียงการเดินทางที่แห้งแล้งและปราศจากความหมาย แต่เมื่อเราเชื้อเชิญพระองค์เข้ามาในใจและกิจวัตรของเรา พระองค์จะทรงเติมเต็มเราด้วยความชื่นชมยินดีที่ทำให้ใจของเราร้อนรน ขอให้เราทุกคนได้สัมผัส รับรู้ และดำเนินชีวิตในความจริงนี้ว่า ความสุขที่แท้จริงนั้นอยู่ที่การทรงสถิตของพระองค์เสมอ
คำถาม
1. เมื่อชีวิตเต็มไปด้วยความสับสน ความผิดหวัง หรือความไม่เข้าใจ คุณจะค้นพบความหมายและวัตถุประสงค์ที่แท้จริงได้อย่างไร? (พิจารณาถึงการที่เหล่าสาวกบนเส้นทางสู่เอมาอูสและมารีย์ชาวมักดาลาในสวนตอนแรกไม่รู้จักพระเยซูผู้ฟื้นคืนพระชนม์ แต่เมื่อพระองค์ทรงเปิดเผยพระองค์เอง สายตาของพวกเขาก็เปิดออกและใจพวกเขาก็ลุกโพลง วัตถุประสงค์ในชีวิตของคุณมักจะถูกเปิดเผยออกมาในสถานการณ์ใด หรือคุณจะแสวงหาการเปิดเผยนั้นได้อย่างไร เพื่อให้คุณก้าวข้ามความคลุมเครือและมองเห็นเส้นทางข้างหน้า?)
2. หลังจากการล้มเหลว ความผิดพลาด หรือการเผชิญหน้ากับความจริงที่สำคัญในชีวิต คุณจะลุกขึ้นยืนใหม่ ค้นพบการให้อภัย (ทั้งต่อตนเองและผู้อื่น) และดำเนินตามวัตถุประสงค์ที่แท้จริงของคุณต่อไปได้อย่างไร? (ไตร่ตรองถึงการที่เปโตรผู้ซึ่งเคยปฏิเสธพระเยซูถึงสามครั้ง ได้รับการฟื้นฟูและได้รับมอบหมายหน้าที่สำคัญให้ "เลี้ยงดูลูกแกะ" ของพระองค์ในยอห์น 21 รวมถึงคำสั่งของพระเยซูต่อเหล่าสาวกในลูกา 24 ให้ประกาศการกลับใจและการอภัยโทษ วัตถุประสงค์ของคุณคืออะไรที่สามารถผลักดันให้คุณลุกขึ้นใหม่จากความผิดพลาด รับใช้ผู้อื่น และแสดงความรักออกมาเป็นการกระทำ?)
ยอห์น บทที่ 20 เป็นเรื่องราวที่สำคัญมากเกี่ยวกับ การฟื้นคืนพระชนม์ของพระเยซูคริสต์ และมีข้อคิดที่ลึกซึ้งหลายประการ:
- 1. การเห็นความจริงด้วยความรักและความเชื่อ (มารีย์ชาวมักดาลา):
- มารีย์เป็นคนแรกที่ได้พบพระเยซูผู้ฟื้นคืนพระชนม์ เพราะเธอมีความรักและตั้งใจแสวงหาพระองค์อย่างมาก แม้แต่ความโศกเศร้าก็ไม่อาจหยุดยั้งเธอได้
- ไม่สำคัญว่าเราเป็นใครในสายตาโลก แต่สำคัญที่หัวใจของเรามีความรักและภักดีต่อพระเจ้าเพียงใด พระองค์ทรงเห็นคุณค่าและหัวใจของเรา
- 2. ความจำเป็นของการเชื่อโดยไม่เห็น (โธมัส):
- โธมัสไม่เชื่อจนกว่าจะได้เห็นและสัมผัสบาดแผลของพระเยซู
- พระเยซูตรัสว่า: "ท่านเชื่อเพราะได้เห็นเรา ผู้ที่เชื่อแม้ไม่ได้เห็นก็เป็นสุข" (ยอห์น 20:29)
- พรที่ยิ่งใหญ่กว่าคือการที่เราเลือกที่จะเชื่อในพระเยซูคริสต์และการฟื้นคืนพระชนม์ของพระองค์ แม้ว่าเราจะไม่ได้เห็นด้วยตาของเราเอง การเชื่อเช่นนี้เป็นพื้นฐานของชีวิตคริสเตียน
- 3. ภารกิจและการมอบหมายของพระเยซู:
- พระเยซูทรงปรากฏแก่เหล่าสาวกและมอบหมายพันธกิจให้พวกเขาไปทำต่อ โดยตรัสว่า: "พระบิดาทรงใช้เรามาอย่างไร เราก็จะใช้พวกท่านไปอย่างนั้น" (ยอห์น 20:21)
- เราได้รับเกียรติและสิทธิอำนาจในการทำภารกิจเดียวกับพระองค์ คือการประกาศเรื่องราวแห่งความรอดและการให้อภัยบาป
- 4. จุดประสงค์ของการบันทึก (ยอห์น 20:30-31):
- ยอห์นได้สรุปจุดประสงค์ของการเขียนไว้ว่า: "...เพื่อพวกท่านจะได้เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์พระบุตรของพระเจ้า และเมื่อมีความเชื่อแล้วท่านก็จะมีชีวิตโดยพระนามของพระองค์"
- เป้าหมายสูงสุดคือการนำผู้อ่านมาสู่ความเชื่อในพระเยซู เพื่อให้ได้รับชีวิตนิรันดร์
ข้อคิดหลักจาก ยอห์น 20 คือการประกาศถึง ความจริงของการฟื้นคืนพระชนม์ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของความเชื่อคริสเตียน และการท้าทายให้เรา เชื่อโดยไม่ต้องเห็น พร้อมทั้ง รับภารกิจ ที่พระองค์มอบหมายให้ทำต่อ