เรื่องย่อ
งานมหัศจรรย์ใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว! หลังจากหลายสัปดาห์แห่งความพยายาม เต็นท์ประชุมอันงดงาม สถานที่ศักดิ์สิทธิ์สำหรับการพบปะระหว่างพระเจ้าและชาวอิสราเอล ก็ได้ถูกสร้างเสร็จเรียบร้อย ทุกอย่างถูกจัดวางอย่างสมบูรณ์แบบ ตามแบบแผนที่พระเจ้าทรงกำหนด ตั้งแต่หีบพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ไปจนถึงแท่นบูชาสำหรับเครื่องบูชา แสงแดดส่องประกายบนทองคำและสีสันสดใสของผ้าไหม สร้างความประทับใจอย่างยิ่งใหญ่ โมเสสได้นำเต็นท์ประชุมไปตั้งไว้ และเมฆแห่งพระสิริของพระเจ้าได้ปกคลุมมันไว้ แสดงให้เห็นถึงการสถิตย์อยู่ของพระเจ้าท่ามกลางประชาชนของพระองค์ เป็นการปิดฉากการก่อสร้างด้วยความยิ่งใหญ่และความศักดิ์สิทธิ์ เป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของประวัติศาสตร์ชาวอิสราเอล
เมื่อทุกสิ่งสำหรับพลับพลาก่อสร้างขึ้นตามแผนของพระเจ้า พระเจ้าทรงอวยพรงานสร้างนี้ พลับพลานี้เป็นการเริ่มต้นในการฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ที่เคยแตกหักในสวนเอเดน พระเจ้าทรงต้องการอยู่ใกล้ชิดกับประชากรของพระองค์ แม้จะเป็นคนบาป พระองค์ก็ยังคงประทับอยู่ท่ามกลางพวกเขาอย่างใกล้ชิด
โมเสสมีหน้าที่ต้องประกอบชิ้นส่วนพลับพลาที่พระเจ้าทรงกำหนดให้ และเขาได้รับน้ำมันเพื่อทำให้เครื่องเรือนเหล่านี้ศักดิ์สิทธิ์ น้ำมันเป็นสัญลักษณ์ของพระวิญญาณบริสุทธิ์ ทำให้สิ่งของเหล่านี้มีจุดประสงค์ในการรับใช้พระเจ้าตามคำสั่งของพระองค์ การเจิมเครื่องเรือนด้วยน้ำมันหมายถึงการอุทิศสิ่งเหล่านี้ให้กับพระเจ้าเพื่อที่จะใช้ในสิ่งที่ศักดิ์สิทธิ์ หน้าที่นี้ทำให้โมเสสได้เห็นและสานสัมพันธ์กับสิ่งที่เคยเป็นของชาวอียิปต์ที่ถูกนำมา และนำมาถึงสถานที่ที่มีความหมายทางจิตวิญญาณ
เมื่อโมเสสทำการถวายเครื่องเรือนแล้ว เขายังได้เตรียมอาโรนและลูกชายให้แก่พระเจ้าเพื่อเป็นปุโรหิตตลอดไป แม้ว่าจะไม่มีข้อกำหนดเรื่องการถือพรหมจรรย์ แต่สายเลือดของอาโรนจะดำเนินต่อไปในการรับใช้พระเจ้า รวมถึงการสร้างพลับพลานี้จะทำให้ชาวอิสราเอลได้รับการเตือนใจในวันเฉลิมฉลองปัสกาครั้งแรกในฐานะประชาชนอิสระหลังจากออกจากอียิปต์ จึงทำให้เป็นช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง โดยไม่ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคตจะเป็นอย่างไร พวกเขายังได้อยู่ใกล้กับพระเจ้าที่นำทางและดูแลพวกเขาทุกขณะเวลา
ข้อคิด: อพยพ 39-40
ในข้อ 40:35 กล่าวว่าทางโมเสสไม่สามารถเข้าไปในเต็นท์นัดพบได้ เนื่องจากมีเมฆปกคลุม และพระสิริของพระเจ้าเต็มอยู่ในที่นั้น สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการประทับของพระเจ้าที่มีความหนาแน่นและชัดเจนตลอดทุกพื้นที่ในพลับพลา เปรียบเสมือนว่าพระองค์อยู่ในที่ที่เปี่ยมไปด้วยความปีติยินดีที่ไม่อาจเพิกเฉยได้ พระองค์อยู่ที่ซึ่งความปีติยินดีอยู่!
คำถาม
1. บทที่ 39 พูดถึงการประดิษฐ์และการสร้างเครื่องแต่งกายของปุโรหิต ซึ่งสะท้อนถึงความสำคัญของการให้เกียรติและเคารพในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ในชีวิตปัจจุบัน เราจะสามารถให้ความสำคัญกับการแต่งตัวมานมัสการที่คริสตจักรได้อย่างไร? การใส่หมวก การใส่รองเท้าแตะ หรือการถือกระเป๋า brand name สิ่งเหล่านี้มีผลต่อคริสตจักรหรือไม่ อย่างไร?
2. บทที่ 40 พระเจ้าทรงประทับอยู่ในเต็นท์ประชุม และนี่เป็นการแสดงถึงการอยู่ใกล้ชิดกับประชาชน เราจะสามารถสร้างความรู้สึกเกี่ยวกับการมีพระเจ้าอยู่ใกล้เคียงในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? เราจะสามารถทำให้พื้นที่ในชีวิตของเรากลายเป็นสถานที่ของการพบปะกับพระเจ้าได้อย่างไร?
เครื่องแต่งกายปุโรหิต
ในพระธรรมอพยพ บทที่ 28 ได้อธิบายถึงเครื่องแต่งกายของปุโรหิตอย่างละเอียด ซึ่งเป็นเครื่องแต่งกายพิเศษที่ปุโรหิตสวมใส่ขณะปฏิบัติหน้าที่ในพลับพลา เครื่องแต่งกายเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีความสวยงาม แต่ยังมีความหมายเชิงสัญลักษณ์ที่สำคัญ
องค์ประกอบของเครื่องแต่งกายปุโรหิต
1. เอโฟด (Ephod): เป็นเสื้อคลุมตัวนอกที่ทำจากผ้าลินินเนื้อดี สีน้ำเงิน ม่วง และแดง ปักด้วยทองคำ มีสายรัดเอวและแผ่นหินโชแฮมสองแผ่นติดอยู่ที่บ่า แต่ละแผ่นมีชื่อของชนเผ่าอิสราเอลสลักไว้
2. ทับทรวง (Breastplate): เป็นแผ่นผ้าสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ประดับด้วยอัญมณี 12 ชนิด แต่ละชนิดเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าอิสราเอล มีสายโซ่ทองคำผูกติดกับเอโฟด
3. เสื้อคลุม (Robe): เป็นเสื้อคลุมยาวสีน้ำเงินล้วน ทำจากผ้าลินินเนื้อดี มีชายเสื้อประดับด้วยผลทับทิมและกระดิ่งทองคำ
4. เสื้อตัวใน (Tunic): เป็นเสื้อตัวในที่ทำจากผ้าลินินเนื้อดี
5. ผ้าโพกศีรษะ (Mitre): เป็นผ้าโพกศีรษะที่ทำจากผ้าลินินเนื้อดี มีแผ่นทองคำสลักคำว่า "บริสุทธิ์แด่พระเจ้า" ติดอยู่ด้านหน้า
6. สายคาดเอว (Sash): เป็นสายคาดเอวที่ทำจากผ้าลินินเนื้อดี ปักด้วยสีน้ำเงิน ม่วง และแดง
7. กางเกง (Breeches): เป็นกางเกงที่ทำจากผ้าลินินเนื้อดี
ความหมายเชิงสัญลักษณ์
- สี: สีต่างๆ ที่ใช้ในเครื่องแต่งกายมีความหมายเฉพาะ เช่น สีน้ำเงินเป็นสัญลักษณ์ของสวรรค์ สีม่วงเป็นสัญลักษณ์ของกษัตริย์ และสีแดงเป็นสัญลักษณ์ของชีวิต
- อัญมณี: อัญมณี 12 ชนิดบนทับทรวงเป็นสัญลักษณ์ของชนเผ่าอิสราเอลทั้ง 12 เผ่า ซึ่งแสดงถึงความผูกพันระหว่างปุโรหิตกับประชาชน
- กระดิ่ง: เสียงของกระดิ่งที่ชายเสื้อคลุมเป็นสัญญาณให้คนอิสราเอลรู้ว่าปุโรหิตกำลังปฏิบัติศาสนกิจอยู่ ซึ่งแสดงถึงความเคารพและความศักดิ์สิทธิ์
ข้อคิด
เครื่องแต่งกายของปุโรหิต สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการแต่งกายที่เหมาะสมเมื่อเราเข้าเฝ้าพระเจ้า การแต่งกายที่สุภาพเรียบร้อยเป็นการแสดงความเคารพต่อพระเจ้าและสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากนี้ เครื่องแต่งกายของปุโรหิตยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราดำเนินชีวิตด้วยความบริสุทธิ์และเป็นตัวแทนที่ดีของพระเจ้าในโลก