เรื่องย่อ
พระธรรมเฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 1-2 บอกเล่าเรื่องราวการเดินทางอันยาวนานของชาวอิสราเอลสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา หลังจากการจากไปของโมเสสจากภูเขาโฮเรบ ชาวอิสราเอลได้เตรียมตัวที่จะเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน โมเสสได้เตือนสติพวกเขาด้วยคำแนะนำและคำสอนอันทรงพลัง เน้นย้ำถึงความภักดีต่อพระเจ้า การปฏิบัติตามพระบัญญัติ และการหลีกเลี่ยงการล่อลวงจากชนชาติต่างๆ ที่อาศัยอยู่รอบๆ บทที่ 1 เน้นถึงการเตรียมพร้อมทางจิตวิญญาณและการวางแผนการเดินทาง ในขณะที่บทที่ 2 อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับการจัดการกับชนชาติต่างๆ ที่ชาวอิสราเอลจะพบเจอระหว่างทาง โดยเน้นถึงการเจรจาต่อรองและการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าที่ไม่จำเป็น ทั้งหมดนี้สะท้อนให้เห็นถึงความรอบคอบและความสำนึกผิดชอบชั่วดีที่จำเป็นสำหรับการสร้างชาติใหม่ในแผ่นดินที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้
เฉลยธรรมบัญญัติเป็นหนังสือสำคัญในพันธสัญญาใหม่ที่พระเยซูทรงอ้างถึงบ่อยครั้ง เป็นการทบทวนและสรุปกฎเก่าก่อนเข้าสู่เนื้อหาใหม่ๆ ในพันธสัญญาใหม่ การอ่านเฉลยธรรมบัญญัติจึงควรทำด้วยใจที่เปิดกว้าง ขอบคุณพระเจ้าสำหรับสิ่งที่ได้เรียนรู้มาแล้ว และแสวงหาความเข้าใจใหม่ๆ แม้ในเนื้อหาที่คุ้นเคย
หนังสือเฉลยธรรมบัญญัติประกอบด้วยคำเทศนาของโมเสส ก่อนการสิ้นชีวิต เป็นคำพูดสุดท้ายที่กล่าวแก่ชาวอิสราเอล ผู้คนที่เขาได้อุทิศตนรับใช้มาตลอดสี่สิบปี โมเสสต้องการต่ออายุพันธสัญญาเดิมระหว่างพระเจ้ากับชาวอิสราเอล เน้นย้ำถึงสัญญาของพระเจ้าในการประทานแผ่นดินให้ และเตือนสติถึงความรับผิดชอบของชาวอิสราเอลในการรักษาพันธสัญญานั้น
เนื้อหาสำคัญในเฉลยธรรมบัญญัติกล่าวถึงประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลในทะเลทราย การไม่เชื่อฟังพระเจ้าและผลที่ตามมา การเตือนใจเกี่ยวกับการต่อสู้ที่จะเกิดขึ้นในการยึดครองแผ่นดิน โดยเฉพาะการต่อสู้กับยักษ์ต่างๆ ซึ่งอาจมีความเกี่ยวข้องกับสิ่งเหนือธรรมชาติและชั่วร้าย ทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมใจชาวอิสราเอลให้พร้อมสำหรับการเข้าสู่แผ่นดินที่พระเจ้าสัญญาไว้ และเน้นย้ำความสำคัญของการวางใจในแผนการของพระเจ้ามากกว่าแผนการของตนเอง
ข้อคิด: เฉลยธรรมบัญญัติ 1-2
พระเจ้าทรงมีพระกรุณาและพระคุณแม้แก่ผู้ที่ไม่ใช่เชื้อสายที่พระองค์ทรงเลือก โดยพระองค์ได้อวยพรให้เอซาวถึงแม้ว่าพรนั้นจะมาจากยาโคบน้องชายของเขา และพระองค์ยังได้อวยพรโลทแม้ว่าเขาจะไม่ใช่ลูกหลานของอับราฮัม พระเจ้าทรงประทานสัญญาและพรตามพระประสงค์ ไม่ได้จำกัดเฉพาะเชื้อสายที่พระองค์ทรงเลือกเท่านั้น เราได้เข้ามาในความรักของพระองค์ และได้รับการรับเลี้ยงเข้าสู่ครอบครัวพระเจ้า เราได้พบความสบายใจในความสัมพันธ์สุดพิเศษนี้ โดยรู้ว่าพรชั่วคราวอาจนำความสุข แต่พระองค์คือแหล่งแห่งความชื่นชมยินดีที่แท้จริง
คำถาม
1. ความสำคัญของการจดจำและสอนประวัติศาสตร์อันเป็นพื้นฐานของความเชื่อ: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 1-2 มีการเน้นย้ำถึงความสำคัญของการจดจำเรื่องราวและประสบการณ์ที่ผ่านมา เช่น การที่พระเจ้าได้ช่วยชนชาติอิสราเอล ในแบบใดบ้างที่เราสามารถนำวิธีการนี้ไปใช้ในการสอนหรือสร้างแรงบันดาลใจในชีวิตประจำวันของเราได้?
2. แนวทางในการปฏิบัติตามคำสั่งสอนของพระเจ้า: ในบทเรียนจากเฉลยธรรมบัญญัติมีการกระตุ้นให้เราเดินตามทางของพระเจ้าและปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ ในชีวิตประจำวันเราสามารถทำอย่างไรเพื่อให้เกิดการปฏิบัติตามในลักษณะที่มีความหมายและสัมพันธ์กับสถานการณ์ที่เราพบเจอในปัจจุบัน?
ในพระคัมภีร์เฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 2 มีการกล่าวถึงชนชาติโบราณหลายกลุ่มที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งรวมถึงชาวเอมิม ชาวอานาค และเรฟาอิม ชนชาติเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันในแง่ของลักษณะทางกายภาพและบทบาทในประวัติศาสตร์ของดินแดนคานาอัน
ต่อไปนี้คือข้อมูลเกี่ยวกับชนชาติเหล่านี้:
- ชาวเอมิม:
- เป็นชนชาติโบราณที่อาศัยอยู่ในดินแดนที่ต่อมาถูกยึดครองโดยชาวโมอับ
- ขึ้นชื่อเรื่องรูปร่างสูงใหญ่และแข็งแรง
- ถูกกล่าวถึงว่าเป็น "ชนชาติใหญ่และมีกำลังมาก" (เฉลยธรรมบัญญัติ 2:10)
- พระเจ้าทรงให้ชาวโมอับขับไล่ชาวเอมิมออกไปจากดินแดนนั้น
- ชาวอานาค:
- เป็นชนชาติที่มีชื่อเสียงเรื่องรูปร่างสูงใหญ่เช่นกัน
- อาศัยอยู่ในดินแดนคานาอัน โดยเฉพาะบริเวณเมืองเฮโบรน
- เป็นที่หวาดกลัวของชาวอิสราเอลเนื่องจากรูปร่างที่ใหญ่โต
- ในพระคัมภีร์ชาวอานาคถูกระบุว่าเป็นส่วนหนึ่งของเรฟาอิม
- เรฟาอิม:
- เป็นคำที่ใช้เรียกกลุ่มชนชาติโบราณที่มีรูปร่างสูงใหญ่
- อาจหมายถึงกลุ่มชนชาติที่อาศัยอยู่ในดินแดนคานาอันก่อนที่ชาวอิสราเอลจะเข้ามา
- เรฟาอิม จึงเป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มชนชาติที่รวมถึง ชาวเอมิม และชาวอานาคด้วย
- ความสัมพันธ์:
- ชนชาติเหล่านี้มีความเกี่ยวข้องกันในแง่ของลักษณะทางกายภาพ คือ มีรูปร่างสูงใหญ่
- พวกเขายังมีความเกี่ยวข้องในแง่ของดินแดนที่อาศัยอยู่ คือ ดินแดนคานาอันและบริเวณใกล้เคียง
- เรฟาอิมจึงเป็นชื่อที่ใช้เรียกกลุ่มชนชาติที่รวมถึงชาวเอมิม และชาวอานาค
- ความสำคัญ:
- การกล่าวถึงชนชาติเหล่านี้ในพระคัมภีร์เป็นการเน้นย้ำถึงอำนาจและพระราชกิจของพระเจ้าในการกำหนดประวัติศาสตร์ของชนชาติในภูมิภาคนั้น
- เรื่องราวของชนชาติเหล่านี้ยังแสดงให้เห็นถึงการที่พระเจ้าทรงจัดสรรดินแดนให้กับชนชาติต่างๆ ตามพระประสงค์ของพระองค์
- การกล่าวถึงชนชาติโบราณเหล่านี้ เป็นการแสดงให้เห็นถึงประวัติศาสตร์ของดินแดนที่ชนชาติอิสราเอลจะต้องเดินผ่าน เพื่อเข้าสู่แผ่นดินแห่งพันธสัญญา
โดยสรุปแล้ว ชาวเอมิม ชาวอานาค และเรฟาอิม เป็นชนชาติโบราณที่มีรูปร่างสูงใหญ่ ซึ่งอาศัยอยู่ในดินแดนคานาอันและบริเวณใกล้เคียง การกล่าวถึงพวกเขาในพระคัมภีร์เป็นการเน้นย้ำถึงพระราชกิจของพระเจ้าในการควบคุมประวัติศาสตร์และจัดสรรดินแดนให้กับชนชาติต่างๆ