เรื่องย่อ
พระธรรมโยชูวาบทที่ 12-15 บันทึกถึงรายชื่อกษัตริย์คานาอันที่โยชูวาและชาวอิสราเอลได้พิชิต โดยเน้นย้ำถึงขอบเขตของการพิชิตและอำนาจของพระเจ้าในการประทานชัยชนะให้แก่พวกเขา บทที่ 13-15 กล่าวถึงการแบ่งแยกแผ่นดินคานาอันให้แก่ตระกูลต่างๆ ของอิสราเอล โดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดสรรที่ดินให้แก่ตระกูลยูดาห์ โยเซฟ และเบนยามิน การกระจายที่ดินสะท้อนถึงการจัดระเบียบสังคมและความมุ่งมั่นของโยชูวาในการปฏิบัติตามพระประสงค์ของพระเจ้าในการแบ่งปันแผ่นดินตามที่พระเจ้าทรงสัญญาไว้ อย่างไรก็ตาม การแบ่งแยกที่ดินไม่ได้ครอบคลุมทั่วทั้งแผ่นดินคานาอันทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าการพิชิตยังคงเป็นกระบวนการที่ดำเนินอยู่ และยังมีพื้นที่ที่ยังต้องพิชิตต่อไป
ชาวอิสราเอลสามารถเอาชนะศัตรูในสงครามหลายครั้งและยึดครองดินแดนใหม่มากมาย ซึ่งวันนี้เราจะมาสรุปเกี่ยวกับดินแดนเหล่านี้รวมถึงเขตแดนที่อาจดูไม่สำคัญแต่กลับมีความหมายต่อผู้คนในประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะในแง่ของความเชื่อและโบราณคดี ดินแดนที่พวกเขายึดได้ในยุคโมเสสประกอบไปด้วยพื้นที่ทางตะวันออกของแม่น้ำจอร์แดน ซึ่งมีชนเผ่ารูเบน กาด และอีกครึ่งเผ่าของมนัสเสห์อาศัยอยู่ แต่กลับพบว่าไม่ได้ขับไล่ผู้คนที่มีมาก่อนออกไปทั้งหมด
หลังจากการข้ามแม่น้ำจอร์แดนไปยังดินแดนแห่งพันธสัญญา โยชูวาได้พิชิตดินแดนต่างๆ ซึ่งแม้ว่าเขาจะอายุมากแล้ว แต่พระเจ้าก็ยังให้พันธกิจต่อไปในการยึดครองดินแดนและแบ่งให้ชนเผ่าที่เหลือ โยชูวาและชนเผ่าเลวีได้รับการวางแผนเรื่องมรดกอย่างต่อเนื่อง และการกระจายที่ดินให้กับชนเผ่าต่างๆ ก็เป็นส่วนสำคัญของการสร้างชาติติใหม่ในภูมิภาคนี้
คาเลบ หนึ่งในสายลับที่เชื่อมั่นในพระเจ้า เมื่อ 45 ปีก่อน ก็ยังคงมีความกระตือรือร้นที่จะต่อสู้เพื่อยึดครองดินแดน แม้จะมีอายุ 85 ปี เขาก็คำนึงถึงคำสัญญาของพระเจ้าและร่วมมือกับโยชูวาในการต่อสู้กับพวกอานาค คนยักษ์ในดินแดนนี้ แผนการที่น่าสนใจเกิดขึ้นเมื่อเขาสัญญาว่าผู้ที่สามารถพิชิตเมืองคีริยาทเสเฟอร์จะได้รับลูกสาวของเขาชื่ออัคสาห์เป็นภรรยา ซึ่งนำไปสู่การพิชิตโดยโอทนีเอล หลานชายของเขา ขณะที่ลูกสาวของคาเลบยังได้ขอแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้กับที่ดินอีกด้วย
ข้อคิด: โยชูวา 12-15
ในโยชูวา 13:13 กล่าวว่าชนเผ่าตะวันออกของจอร์แดนไม่ได้ขับไล่ผู้คนในดินแดนของตนออกไป แสดงให้เห็นว่าพวกเขาไม่ได้พยายามอย่างจริงจัง ในขณะที่โยชูวา 15:63 บอกว่าชนเผ่ายูดาห์ไม่สามารถขับไล่ชาวเยบูไซต์ออกจากเยรูซาเล็มได้ แม้จะพยายามแล้วก็ตาม ทำให้ตั้งคำถามว่าทำไมเมื่อพระเจ้าอยู่เคียงข้างพวกเขา พวกเขาจึงไม่เชื่อมั่นในตัวเองและคำสัญญาของพระองค์? สิ่งนี้บอกเราว่าการยึดครองดินแดนไม่ได้แค่การรอคอย แต่ต้องมีความเชื่อฟังและแสดงออกถึงสิทธิ์ที่มีต่อดินแดนที่พระเจ้าได้สัญญาไว้ แม้ว่าพวกเขาจะล้มเหลวในตอนนี้ แต่พระเจ้าก็ยังคงทำงานเพื่อชี้นำและหล่อหลอมจิตใจของพวกเขา พระองค์ยังอยู่กับพวกเขาในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และแม้ในความล้มเหลว เราสามารถเติบโตในความเชื่อและพบความปีติยินดีในพระองค์ได้
คำถาม
1. ในโยชูวา บทที่ 12 มีการสรุปชัยชนะของชาวอิสราเอลต่อกษัตริย์ต่างๆ ในคานาอัน การประสบความสำเร็จในเป้าหมายชีวิตมักต้องการความมุ่งหมายและความพยายามอย่างต่อเนื่อง คำถามคือ เราจะตั้งเป้าหมายและรับมือกับความท้าทายต่างๆ ในชีวิตอย่างไร เพื่อให้สามารถบรรลุเป้าหมายเหล่านั้นได้?
2. ในบทที่ 15 การแบ่งที่ดินให้กับเผ่ายูดาห์มีรายละเอียดมากมายที่สะท้อนถึงการจัดสรรและการเตรียมตัวสำหรับอนาคต ในชีวิตประจำวันของเรา เราจะนำหลักการของการจัดสรรทรัพยากรและการวางแผนเพื่ออนาคตมาประยุกต์ใช้ได้อย่างไร และการแบ่งปันทรัพยากรนั้นมีความสำคัญอย่างไรต่อความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและชุมชนในปัจจุบัน?
เรื่องราวของคาเลบและโอทนีเอลในพระคัมภีร์ไบเบิลเป็นเรื่องราวที่น่าสนใจซึ่งแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเชื่อ ต่อไปนี้คือรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับเรื่องราวนี้:
- คาเลบและคำสัญญา:
- คาเลบเป็นหนึ่งในชาวอิสราเอลที่ได้รับอนุญาตให้สอดแนมดินแดนแห่งพันธสัญญา และเขาเป็นหนึ่งในสองคนที่รายงานว่าดินแดนนั้นสามารถยึดครองได้
- เมื่อถึงเวลาที่ชาวอิสราเอลเข้ายึดครองดินแดน คาเลบได้เสนอรางวัลแก่ผู้ที่สามารถพิชิตเมืองคีริยาทเสเฟอร์ได้ โดยจะยกอัคสาห์ลูกสาวของเขาให้แต่งงานด้วย
- โอทนีเอลผู้พิชิต:
- โอทนีเอล หลานชายของคาเลบ เป็นผู้ที่สามารถพิชิตเมืองคีริยาทเสเฟอร์ได้สำเร็จ
- ด้วยความกล้าหาญและอาจเป็นเพราะพระพรของพระเจ้า โอทนีเอลจึงได้รับอัคสาห์เป็นภรรยาตามคำสัญญาของคาเลบ
- คำขอของอัคสาห์:
- เมื่ออัคสาห์แต่งงานกับโอทนีเอล เธอได้ขอพรจากคาเลบพ่อของเธอ โดยขอแหล่งน้ำเพิ่มเติมให้กับที่ดินที่เธอได้รับ
- คาเลบได้ให้พรแก่อัคสาห์ โดยมอบแหล่งน้ำพุบนและแหล่งน้ำพุล่างให้เธอ
เรื่องราวนี้แสดงให้เห็นถึง:
- ความกล้าหาญและความเชื่อ: ทั้งโอทนีเอลและคาเลบแสดงให้เห็นถึงความกล้าหาญและความเชื่อในพระเจ้า
- การให้รางวัลแก่ความกล้าหาญ: คาเลบให้รางวัลแก่ผู้ที่กล้าหาญและสามารถพิชิตเมืองได้
- ความสำคัญของน้ำ: ในดินแดนที่แห้งแล้ง แหล่งน้ำเป็นสิ่งที่มีค่าอย่างยิ่ง และอัคสาห์ก็ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งนี้
เรื่องราวนี้เป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ของชาวอิสราเอลในการเข้ายึดครองดินแดนแห่งพันธสัญญา และเป็นตัวอย่างของความกล้าหาญและความเชื่อในพระเจ้า