WOW Words of Wisdom TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ลูกา 16

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ลูกา 17

เรื่องย่อ

ในลูกา บทที่ 16 และ 17 พระเยซูทรงสอนเกี่ยวกับความรับผิดชอบในการใช้ทรัพย์สมบัติอย่างฉลาดและซื่อสัตย์ผ่านอุปมาเรื่องผู้จัดการที่ไม่ซื่อสัตย์และคนร่ำรวยกับลาซารัส พระองค์ทรงเน้นย้ำถึงความสำคัญของการใช้สิ่งของทางโลกเพื่อจุดประสงค์นิรันดร์ และเตือนถึงอันตรายของการให้ความสำคัญกับความมั่งคั่งทางวัตถุมากกว่าความสัมพันธ์กับพระเจ้า นอกจากนี้ พระเยซูยังทรงสอนเกี่ยวกับความเชื่อ ความสำคัญของการให้อภัย และความจำเป็นในการรับใช้อย่างถ่อมตน โดยเน้นว่าศิษย์ควรมีทัศนคติของผู้รับใช้ที่ตระหนักถึงความไม่คู่ควรของตนเอง แม้จะทำงานหนักเพียงใดก็ตาม

 

พระเยซูทรงเล่านิทานเปรียบเทียบให้เหล่าสาวกฟัง โดยมีพวกฟาริสีร่วมฟังด้วย เรื่องราวของผู้จัดการบ้านของเศรษฐีที่ละเลยการเก็บเงินจากลูกหนี้ของเจ้านายตนเอง ผู้จัดการบ้านถูกไล่ออก แต่ด้วยความหยิ่งผยอง เขาจึงรีบหาทางกอบกู้ตำแหน่งของตนเอง โดยการลดหนี้สินให้แก่ลูกหนี้ของเจ้านาย เขาทำสำเร็จในการเก็บหนี้ได้เกือบทั้งหมด แม้ว่าการทำเช่นนั้นไม่ได้เป็นไปเพื่อผลประโยชน์ของเจ้านายโดยตรง แต่กลับเป็นผลดีต่อตัวเขาเอง พระเยซูทรงใช้เรื่องนี้เป็นภาพประกอบเพื่อแสดงให้เห็นว่าคนต่างชาติฉลาดในเรื่องทางโลกมากกว่าเหล่าสาวกในเรื่องนิรันดร์ และพระองค์ทรงต้องการให้พวกเขาฉลาดมากขึ้น พระองค์ทรงวิงวอนให้พวกเขาให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นจริงและเป็นนิรันดร์ โดยตรัสว่า "ท่านจะเป็นทาสของบัญชีธนาคารของท่านหรือเป็นทาสของพระเจ้าก็ได้ แต่ท่านเป็นทั้งสองอย่างไม่ได้"

เรื่องราวต่อไปของพระองค์คือเรื่องของชายร่ำรวยคนหนึ่งที่เสียชีวิต เช่นเดียวกับยาจกชื่อลาซารัสซึ่งเป็นโรคผิวหนัง ลาซารัสถูกนำตัวไปวางไว้ข้างอับราฮัม ซึ่งเป็นการเน้นย้ำถึงความสำคัญของอับราฮัมในฐานะผู้ที่อยู่ในจุดหมายปลายทางนิรันดร์ที่ดีที่สุด (สวรรค์) ในขณะที่ชายร่ำรวยกำลังถูกทรมานในแดนบาดาล เขาขอร้องให้อับราฮัมให้น้ำ แต่ อับราฮัมกล่าวว่าเป็นไปไม่ได้ที่จะข้ามจากที่หนึ่งไปยังอีกที่หนึ่ง จากนั้นชายร่ำรวยจึงขอให้อับราฮัมส่งผู้สื่อสารไปเตือนครอบครัวของเขา แต่อับราฮัมกล่าวว่า "ถ้าพระคัมภีร์ฮีบรูไม่ชักจูงให้พวกเขาสำนึกผิด พวกเขาก็จะไม่เชื่อแม้ว่าใครบางคนจะฟื้นจากความตาย!"

ในอุปมาเรื่องผู้รับใช้ที่ไม่คู่ควร พระเยซูทรงหนุนใจเหล่าสาวกให้ถ่อมใจและระลึกว่าพวกเขาเป็นผู้รับใช้ของพระเจ้าเที่ยงแท้องค์เดียว ขณะที่พระองค์เสด็จมุ่งหน้าไปยังกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อเผชิญกับความตาย พระองค์ทรงพบกับคนโรคเรื้อนสิบคน และทรงส่งพวกเขาไปพบปุโรหิตตามธรรมบัญญัติ และพวกเขาก็ได้รับการรักษาในระหว่างทาง! แต่มีเพียงคนต่างชาติ (ชาวสะมาเรีย) เท่านั้นที่กลับมาขอบพระคุณพระองค์ เมื่อพวกฟาริสีถามว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะถูกสถาปนาขึ้นเมื่อใด พระเยซูตรัสว่า "อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ท่ามกลางพวกท่าน" ซึ่งหมายความว่าพระองค์เองคืออาณาจักรของพระเจ้าที่อยู่ท่ามกลางพวกเขา

 

ข้อคิด: ลูกา 16-17

พระเยซูทรงปรับคำสอนของพระองค์ให้เข้ากับผู้ฟังแต่ละกลุ่ม โดยตรัสกับพวกฟาริสีในความไม่เชื่อของพวกเขา และกับเหล่าสาวกในความสับสนของพวกเขา แม้ว่าคำตอบของพระองค์อาจไม่ตรงไปตรงมาเสมอไป แต่พระองค์ทรงเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับอนาคต โดยตรัสว่าไม่มีใครรู้ว่าอาณาจักรของพระเจ้าจะมาถึงเมื่อใด และให้ความสบายใจและพระสัญญาว่าพระองค์จะเสด็จกลับมา และผู้ที่ซื่อสัตย์จะรวมเป็นหนึ่งเดียวกับพระองค์ ไม่ว่าจะเป็นการรับคนชอบธรรมขึ้นสวรรค์หรือการประหารคนชั่ว สิ่งสำคัญคือการที่พระองค์ทรงเป็นที่ซึ่งความชื่นชมยินดีอยู่!

 

คำถาม

1.   ลูกา 16 เน้นเรื่องการใช้ทรัพย์สมบัติทางโลกอย่างฉลาดเพื่อจุดประสงค์นิรันดร์ ในชีวิตประจำวัน เราจะใช้ทรัพยากรที่เรามีอยู่ (เวลา, ความสามารถ, เงินทอง) อย่างไรเพื่อสะท้อนคุณค่าของพระอาณาจักรของพระเจ้า มากกว่าการสะสมเพื่อตนเอง? (คำถามนี้กระตุ้นให้พิจารณาการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างรอบคอบ และการจัดลำดับความสำคัญที่ถูกต้องตามหลักการของพระคัมภีร์)

2.   ลูกา 17 เน้นเรื่องความเชื่อและการให้อภัย พระเยซูทรงสอนว่า "ถ้าพี่น้องของท่านทำผิดต่อท่าน เจ็ดครั้งในวันเดียว และเจ็ดครั้งกลับมาหาท่านพูดว่า 'ข้าพเจ้าเสียใจ' จงยกโทษให้เขา" ในทางปฏิบัติ เราจะสร้างวัฒนธรรมแห่งการให้อภัยในความสัมพันธ์ของเราได้อย่างไร แม้เมื่อต้องเผชิญกับการทำร้ายหรือการละเมิดซ้ำ ๆ? (คำถามนี้กระตุ้นให้พิจารณาความท้าทายของการให้อภัยในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และการประยุกต์ใช้หลักการนี้ในชีวิตจริง)

 

 

ลูกา บทที่ 17 มีข้อคิดและประเด็นสำคัญหลายอย่างที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตได้ ดังนี้

1.      ความร้ายแรงของการทำให้ผู้อื่นหลงผิด (ข้อ 1-3): พระเยซูทรงเน้นว่าการเป็นเหตุให้ผู้ที่เชื่อในพระเจ้าแม้เพียงคนเล็กน้อยต้องหลงผิดไปนั้นเป็นเรื่องที่ร้ายแรงมาก เราจึงควรระมัดระวังในการกระทำและคำพูดของเรา เพื่อไม่ให้เป็นหินที่ทำให้ผู้อื่นสะดุด

2.      การให้อภัยอย่างไม่มีขีดจำกัด (ข้อ 3-4): พระองค์สอนว่าถ้าพี่น้องทำผิดและกลับใจ เราควรให้อภัยเขาเสมอ แม้ว่าเขาจะทำผิดซ้ำแล้วซ้ำอีกถึงวันละเจ็ดครั้งแล้วกลับมาขอโทษทั้งเจ็ดครั้งก็ตาม สิ่งนี้เน้นถึงความสำคัญของการให้อภัยและความเมตตา

3.      พลังของความเชื่อ (ข้อ 5-6): เมื่อเหล่าสาวกทูลขอให้เพิ่มความเชื่อ พระเยซูตรัสตอบว่า หากมีความเชื่อแม้เล็กน้อยเท่าเมล็ดมัสตาร์ด ก็สามารถสั่งต้นหม่อนให้ถอนรากถอนโคนไปปลูกในทะเลได้ นี่แสดงให้เห็นว่าแม้ความเชื่อเล็กน้อยแต่แท้จริงก็มีพลังอันยิ่งใหญ่

4.      การรับใช้ด้วยใจถ่อมตน (ข้อ 7-10): คำสอนเรื่องบ่าวที่ทำตามหน้าที่โดยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องค่าจ้างหรือคำขอบคุณ สอนให้เราตระหนักว่า เมื่อเราปรนนิบัติรับใช้พระเจ้าหรือทำความดีใดๆ เราไม่ควรทวงบุญคุณหรือคาดหวังผลตอบแทน แต่ควรทำด้วยความถ่อมตนในฐานะผู้รับใช้ที่ทำตามหน้าที่

5.      ความสำนึกในบุญคุณ (ข้อ 11-19): เรื่องราวของคนโรคเรื้อนสิบคน มีเพียงชาวสะมาเรียคนเดียวที่กลับมาขอบพระคุณพระเยซูหลังหายจากโรค สอนให้เราเห็นถึงความสำคัญของการขอบพระคุณ และ ความกตัญญูต่อพระเจ้าสำหรับพรที่เราได้รับ

6.      อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ภายใน (ข้อ 20-21): เมื่อพวกฟาริสีถามถึงอาณาจักรของพระเจ้า พระเยซูตรัสตอบว่า "อาณาจักรของพระเจ้าอยู่ในพวกท่านแล้ว" (หรือ "อยู่ท่ามกลางพวกท่าน") นี่ชี้ให้เห็นว่าอาณาจักรของพระเจ้าไม่ได้มาด้วยการสังเกตจากภายนอก แต่เป็นการที่พระเจ้าทรงครอบครองและเป็นใหญ่ในชีวิตของคนเชื่อแล้ว

7.      การเตรียมพร้อมรับการเสด็จมาครั้งที่สอง (ข้อ 22-37): พระเยซูทรงเตือนเกี่ยวกับวันเวลาของการเสด็จกลับมาของพระบุตรมนุษย์ ซึ่งจะมาอย่างฉับพลันและเป็นที่ประหลาดใจเหมือนในสมัยของโนอาห์และโลท สอนให้เราดำเนินชีวิตด้วยความระมัดระวังและเตรียมพร้อมอยู่เสมอ

ลูกา บทที่ 17 เน้นย้ำถึงคุณธรรมที่สำคัญในการเป็นสาวกของพระเยซู เช่น ความรับผิดชอบในการไม่ทำให้ผู้อื่นหลงผิด, การให้อภัย, ความเชื่อ, การรับใช้ด้วยความถ่อมใจ, ความสำนึกในบุญคุณ และ การเตรียมพร้อมสำหรับการเสด็จกลับมาของพระเจ้า