เรื่องย่อ
ท่ามกลางความมืดมิดของโลกและคำสอนที่สับสน 1 ยอห์นได้ส่องแสงสว่างแห่งความจริงอันเรียบง่ายแต่ทรงพลัง โดยประกาศว่าพระเจ้าทรงเป็นความสว่าง และการสามัคคีธรรมกับพระองค์นั้นหมายถึงการเดินอยู่ในความสว่างและสารภาพบาป ยอห์นได้เน้นย้ำถึงแก่นแท้ของชีวิตคริสเตียนคือการดำเนินชีวิตในความรักต่อกัน ซึ่งเป็นเครื่องหมายที่ชัดเจนที่สุดของการเป็นบุตรของพระเจ้าและรู้จักพระองค์ ท่านได้เตือนให้ระวังวิญญาณเทียมเท็จที่ปฏิเสธว่าพระเยซูไม่ได้เสด็จมาเป็นมนุษย์ พร้อมทั้งย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระเจ้า และการมีความเชื่อมั่นในการขอสิ่งที่ถูกต้องตามพระประสงค์ของพระองค์ สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่เพียงกฎเกณฑ์ แต่เป็นพื้นฐานที่นำไปสู่ความมั่นใจในชีวิตนิรันดร์ การเอาชนะโลกด้วยความเชื่อ และการดำรงอยู่ในความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับพระเจ้าผู้ทรงเป็นความรัก เพื่อเราจะสามารถรักผู้อื่นได้ตามแบบอย่างที่พระองค์ทรงรักเรา
นักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าอัครทูตยอห์นเขียนจดหมายนี้เพื่อตอบโต้คำสอนเท็จที่กำลังสร้างความแตกแยกในคริสตจักร ยอห์นเริ่มต้นโดยชี้ชัดถึงตัวตนของพระเยซูว่าทรงเป็นพระเจ้าอย่างแท้จริงและเป็นมนุษย์อย่างแท้จริง ผู้ซึ่งทรงเป็นความสว่างปราศจากความมืด การดำเนินในความสว่างหมายถึงการมีสามัคคีธรรมกับพระเจ้าและผู้อื่น รวมถึงการสารภาพบาปซึ่งจะเสริมสร้างความสัมพันธ์ให้แข็งแกร่งขึ้น พระเยซูทรงไถ่บาปของเราและเป็นทนายแก้ต่างของเรา นำอิสรภาพมาสู่ความสัมพันธ์ของเรากับพระบิดา และปลดปล่อยเราจากอำนาจของบาป ทำให้เราสามารถดำเนินชีวิตในความจริงได้
ยอห์นเตือนว่าจะมีผู้ที่อ้างตนเป็นพระเมสสิยาห์เท็จและสร้างความแตกแยกภายในคริสตจักร ผู้ที่ละทิ้งความเชื่อจะเปิดเผยว่าพวกเขาไม่เคยเชื่ออย่างแท้จริง ผู้ที่เชื่ออย่างแท้จริงจะอดทนได้ท่ามกลางผู้สอนเท็จ เพราะการประทับอยู่ของพระวิญญาณบริสุทธิ์เป็นหลักฐานว่าพวกเขารู้และปฏิบัติตามความจริง พระองค์ทรงเรียกพวกเขาให้อยู่ในความจริงและดำเนินชีวิตในความชอบธรรมในปัจจุบัน ไม่เพียงแค่รอคอยการได้อยู่กับพระองค์ในนิรันดร ยอห์นปลอบโยนผู้อ่านด้วยการย้ำเตือนว่าพระเจ้าทรงยิ่งใหญ่กว่าความกลัวหรือการกล่าวโทษใดๆ และให้บททดสอบเพื่อตรวจสอบความเชื่อแท้จริง: ผู้ที่พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงทำงานในชีวิตจะยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นทั้งพระเจ้าและมนุษย์อย่างสมบูรณ์
ยอห์นยืนยันว่าการที่พระเยซูทรงเป็นพระเจ้าเป็นเครื่องหมายแห่งความเป็นหนึ่งเดียวของเรากับพระองค์ และการสถิตอยู่ของพระองค์ในเราเป็นหลักฐานแห่งความรักที่สมบูรณ์แบบของพระองค์ ซึ่งช่วยให้เราอยู่อย่างกล้าหาญและเอาชนะโลกได้ ท่านใช้พยานสามประการคือ พระวิญญาณ น้ำ (บัพติศมา) และพระโลหิต (การสิ้นพระชนม์และการฟื้นคืนพระชนม์) เพื่อยืนยันว่าพระเยซูทรงเป็นบุตรของพระเจ้าและเป็นผู้ถือครองกุญแจแห่งชีวิตนิรันดร์ วัตถุประสงค์ของจดหมายคือเพื่อให้ผู้เชื่อมั่นใจในความเชื่อของพวกเขา ไม่ใช่แค่ในสิ่งที่พวกเขาเชื่อ แต่ในตัวพระองค์ผู้ทรงเป็นใคร และเพื่อให้รู้ว่าพวกเขาเป็นของพระองค์
ข้อคิด: 1 ยอห์น 1-5
ความรักที่แท้จริงเริ่มต้นจากพระเจ้า ดังที่ยอห์นกล่าวว่า "ความรักอยู่ที่ตรงนี้ คือมิใช่ว่าเรารักพระเจ้า แต่พระองค์ทรงรักเรา และทรงใช้พระบุตรของพระองค์มาเป็นเครื่องบูชาลบล้างพระพิโรธแทนความผิดบาปของเรา" (4:10) พระบิดาทรงริเริ่มความรักนี้ขณะที่เรายังคงกบฏต่อพระองค์ ทำให้เราสามารถรักพระองค์ได้เพราะพระองค์ทรงรักเราก่อน (4:19) เราจะไม่มีวันแสวงหาพระองค์ด้วยตัวเราเอง แต่ด้วยความรักที่ยิ่งใหญ่ของพระองค์ พระองค์จึงทรงสร้างหนทางให้เราได้อยู่กับพระองค์ตลอดไป และในพระองค์นั่นแหละคือแหล่งแห่งความชื่นชมยินดี
คำถาม
1. ในจดหมายฉบับนี้ ยอห์นย้ำหลายครั้งเรื่อง "ความมั่นใจ" ว่าเรารอดและเป็นลูกของพระเจ้า (บทที่ 5:13) แต่ขณะเดียวกันก็เน้นเรื่อง "ความรักที่ขจัดความกลัว" (บทที่ 4:18) การที่พระเจ้าต้องการให้เรามีความมั่นใจสูงสุดโดยปราศจากความหวาดระแวง มีวัตถุประสงค์เพื่อเปลี่ยนแปลง "แรงจูงใจ" ในการเชื่อฟังพระบัญญัติของเราให้ต่างจากศาสนาที่เน้นกฎเกณฑ์อย่างไร? (เพื่อให้เราพิจารณาว่า วัตถุประสงค์ของความรอดที่มั่นคง ไม่ใช่เพื่อให้เราประมาทในการทำบาป แต่เพื่อให้เราหลุดพ้นจากกรอบของ "การทำดีเพราะกลัวถูกลงโทษ" มาสู่ "การทำดีเพราะความรักตอบ" ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบพ่อลูกที่สมบูรณ์ และเป็นแรงขับเคลื่อนที่ยั่งยืนกว่าความกลัว)
2. เมื่อยอห์นกล่าวประโยคที่ท้าทายว่า "ผู้ที่ไม่รักย่อมไม่รู้จักพระเจ้า" และ "ถ้าใครกล่าวว่า ข้าพเจ้ารักพระเจ้า แต่ใจยังเกลียดชังพี่น้องของตน ผู้นั้นก็เป็นคนโกหก" (บทที่ 4) หลักการนี้ชี้ให้เห็นว่า วัตถุประสงค์ของการมี "ความรักต่อเพื่อนมนุษย์" ไม่ใช่แค่เรื่องจริยธรรมทางสังคม แต่เป็นกลไกสำคัญทางจิตวิญญาณเพื่อสิ่งใด? (เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักว่า วัตถุประสงค์ของการรักผู้อื่น คือการเป็น "บทพิสูจน์ที่มองเห็นได้" ของพระเจ้าที่มองไม่เห็น เพราะความรักของพระเจ้าจะ "บรรลุเป้าหมาย" (สมบูรณ์) ในตัวเราก็ต่อเมื่อความรักนั้นไหลผ่านเราไปสู่ผู้อื่น หากท่อนั้นอุดตันด้วยความเกลียดชัง ก็เท่ากับว่าเราตัดขาดจากแหล่งกำเนิดคือพระเจ้าเอง)
1 ยอห์น บทที่ 5 เป็นบทสรุปที่ทรงพลังของจดหมายฝากฉบับนี้ โดยเน้นย้ำเรื่องความเชื่อ ความรัก และความมั่นใจในชีวิตนิรันดร์ นี่คือข้อคิดสำคัญที่เราสามารถนำมาปรับใช้ในชีวิตคริสเตียนครับ:
1. ความเชื่อคือชัยชนะเหนือโลก (ข้อ 1-5)
ยอห์นเน้นว่าใครก็ตามที่เชื่อว่าพระเยซูเป็นพระคริสต์ ผู้นั้นก็บังเกิดจากพระเจ้า ความเชื่อนี้ไม่ใช่แค่หลักการทางศาสนา แต่เป็น "ชัยชนะ"
- ข้อคิด: โลกมักจะบีบคั้นเราด้วยค่านิยมที่ขัดกับพระเจ้า แต่ความเชื่อในพระเยซูคริสต์ทำให้เรามีกำลังที่จะปฏิเสธความบาปและมีชีวิตที่อยู่เหนือความกลัวได้
2. การเชื่อฟังที่มาจากความรัก (ข้อ 2-3)
การรักพระเจ้ากับการประพฤติตามพระบัญญัติแยกจากกันไม่ได้ ยอห์นกล่าวว่า "พระบัญญัติของพระองค์นั้นไม่หนักเกินไป"
- ข้อคิด: เมื่อเรารักใครสักคน การทำตามสิ่งที่เขาขอก็ไม่ใช่ภาระ เช่นเดียวกัน ถ้าเรารักพระเจ้าด้วยใจจริง การเดินตามทางของพระองค์จะเป็นความชื่นชมยินดี ไม่ใช่การบังคับ
3. พยานหลักฐานที่หนักแน่น (ข้อ 6-12)
พระเจ้าทรงยืนยันฐานะของพระเยซูผ่านทาง "น้ำ" (การรับบัพติศมา) "พระโลหิต" (การสิ้นพระชนม์บนกางเขน) และ "พระวิญญาณบริสุทธิ์"
- ข้อคิด: ความเชื่อของเรามีรากฐานอยู่บนความจริงทางประวัติศาสตร์และฝ่ายวิญญาณ พระเจ้าประทานชีวิตนิรันดร์ให้เราผ่านทางพระบุตร ใครที่มีพระบุตรก็มีชีวิต ใครที่ไม่มีพระบุตรก็ไม่มีชีวิต
4. ความมั่นใจในการอธิษฐาน (ข้อ 14-15)
นี่เป็นหนึ่งในพระสัญญาที่หนุนใจที่สุดเกี่ยวกับการอธิษฐาน: "ถ้าเราขอสิ่งใดที่เป็นพระประสงค์ของพระองค์ พระองค์ก็ทรงฟังเรา"
- ข้อคิด: หัวใจของการอธิษฐานไม่ใช่การบังคับให้พระเจ้าทำตามใจเรา แต่คือการทูลขอให้ "น้ำพระทัยของพระเจ้า" สำเร็จในชีวิตเรา เมื่อเราทูลขอในทางของพระองค์ เราสามารถมั่นใจได้เลยว่าพระองค์ทรงฟังและจะตอบคำอธิษฐานนั้น
5. การรักษาตัวให้พ้นจากความบาปและรูปเคารพ (ข้อ 18-21)
ยอห์นปิดท้ายด้วยการเตือนสติให้ระวังตัว คนที่บังเกิดจากพระเจ้าจะไม่ดำเนินชีวิตอยู่ในความบาปเป็นนิสัย และประโยคสุดท้ายคือ "ท่านทั้งหลายจงรักษาตัวให้พ้นจากรูปเคารพ"
- ข้อคิด: รูปเคารพในปัจจุบันอาจไม่ใช่เทวรูป แต่อาจเป็น เงินทอง ชื่อเสียง หรืออะไรก็ตามที่มาแย่งที่ของพระเจ้าในใจเรา เราต้องคอยสำรวจใจเสมอว่าพระเจ้ายังทรงเป็นที่หนึ่งในชีวิตหรือไม่
"เราเขียนข้อความเหล่านี้ถึงท่านทั้งหลายที่เชื่อในพระนามของพระบุตรของพระเจ้า เพื่อให้ท่านรู้ว่าท่านมีชีวิตนิรันดร์" (1 ยอห์น 5:13)
ชีวิตคริสเตียนไม่ได้เริ่มต้นด้วยการพยายามทำดี แต่เริ่มต้นด้วย "ความเชื่อ" ในพระเยซูคริสต์ แล้วความเชื่อนั้นจะเปลี่ยนความรักและการกระทำของเราให้กลายเป็นชัยชนะในทุกวันครับ