GPS God's Path Squad TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
2 ยอห์น 1

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
3 ยอห์น 1

เรื่องย่อ

เมื่อเส้นแบ่งระหว่างความจริงและความเท็จในการประกาศข่าวประเสริฐกลายเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง สองจดหมายสั้นๆ จากอัครทูตยอห์นถึงสองกลุ่มบุคคลได้เปิดเผยถึงหลักการแห่งความรักและการรักษาความจริงในการดำเนินชีวิตคริสเตียนอย่างชัดเจน ใน 2 ยอห์น ท่านได้หนุนใจ 'สุภาพสตรีที่ได้รับเลือก' (ซึ่งอาจหมายถึงคริสตจักร) ให้รักกันและเดินตามพระบัญญัติของพระเจ้า พร้อมทั้งเตือนอย่างหนักแน่นถึงอันตรายของการต้อนรับครูสอนเท็จที่ปฏิเสธการมาของพระคริสต์ในเนื้อหนัง เพื่อป้องกันไม่ให้ร่วมกระทำความผิดกับพวกเขา แต่ในทางตรงกันข้าม ใน 3 ยอห์น ท่านได้ชื่นชมกายอัสอย่างจริงใจสำหรับการแสดงความรักและการต้อนรับขับสู้ต่อพี่น้องผู้รับใช้ที่เดินทางไปประกาศความจริงอย่างสัตย์ซื่อ และได้ตำหนิติเตียนดิโอเตรเฟส ผู้ที่ชอบโอ้อวดและปฏิเสธที่จะต้อนรับและยังขัดขวางผู้อื่นไม่ให้แสดงน้ำใจเช่นเดียวกัน ดังนั้น ทั้งสองฉบับจึงเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่เราจะต้องใช้ความรักและสติปัญญาในการแยกแยะว่าใครคือผู้ที่สมควรได้รับการสนับสนุนและต้อนรับ เพื่อปกป้องความจริงของพระกิตติคุณและส่งเสริมพันธกิจของพระเจ้าอย่างแท้จริง

 

พระธรรม 2 และ 3 ยอห์น ซึ่งนักวิชาการส่วนใหญ่เชื่อว่าเขียนโดยอัครสาวกยอห์น ในฐานะ "ผู้ปกครอง" มีจุดมุ่งหมายเพื่อนำทางและหนุนใจคริสตจักรท่ามกลางคำสอนเท็จ 2 ยอห์นเขียนถึง "ท่านผู้หญิงที่ทรงเลือกสรรไว้" ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นคริสตจักรเฉพาะแห่งหนึ่ง ยอห์นแสดงความรักต่อคริสตจักรและผู้ที่รักความจริง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของความรักและความจริงที่สมดุลกัน ความรักที่ปราศจากความจริงคือความเขลา ส่วนความจริงที่ปราศจากความรักคือความเย่อหยิ่ง ซึ่งทั้งสองต้องดำเนินไปพร้อมกันโดยการปฏิบัติตามพระบัญญัติของพระเยซู

ยอห์นเตือนให้ระมัดระวัง เพราะความรักไม่ได้หมายถึงการเปิดรับทุกคนอย่างไร้ขอบเขต เขาเน้นย้ำถึงการระวังและยึดมั่นในความจริง เพื่อไม่ให้ถูกนำไปผิดทาง โดยให้กำลังใจว่าผู้ที่อยู่ในพระคริสต์อย่างแท้จริงจะยึดมั่นในความเชื่อและไม่ถูกชักจูง ผู้ที่ละทิ้งความเชื่อนั้นไม่ได้เป็นของคริสตจักรตั้งแต่แรก ยอห์นกระตุ้นให้คริสตจักรเข้มแข็งและเฝ้าระวังคำสอนที่บิดเบือนจากสิ่งที่พระคริสต์และพระคัมภีร์สอน เพื่อป้องกันไม่ให้ศัตรูเข้าแทรกซึมและหลอกลวงสมาชิก

3 ยอห์นเขียนถึงกายอัส ผู้เชื่อคนหนึ่งที่อาจอยู่ในคริสตจักรที่กล่าวถึงใน 2 ยอห์น ยอห์นให้กำลังใจกายอัสที่สนับสนุนและเสริมสร้างผู้อื่นในการทำงานของพระเจ้า โดยกล่าวว่าแม้กายอัสจะไม่ได้ทำงานนั้นด้วยตนเอง แต่ก็มีส่วนร่วมในทางที่ทำให้งานนั้นเป็นไปได้ ยอห์นยังเตือนกายอัสเกี่ยวกับดิโอเตรเฟส ผู้ซึ่งพยายามบงการคริสตจักร และสัญญาว่าจะจัดการกับเรื่องนี้เมื่อไปถึงที่นั่น ในระหว่างนี้ ยอห์นแนะนำให้กายอัสเลียนแบบผู้ที่แสดงพระลักษณะและความดีงามของพระเจ้า

 

ข้อคิด: 2 ยอห์น 1; 3 ยอห์น 1

ยอห์นชี้ชัดว่าผู้ที่ปฏิเสธพระเยซูว่าเป็นพระเจ้าคือผู้ต่อต้านพระคริสต์ สอดคล้องกับพระดำรัสของพระเยซูที่ว่า "ใครที่ไม่อยู่ฝ่ายเราก็เป็นปฏิปักษ์ต่อเรา" (มัทธิว 12:30) โดยพื้นฐานแล้ว ทุกคนที่ปฏิเสธความเป็นพระเจ้าของพระเยซูก็คือผู้ต่อต้านพระคริสต์ เพราะพระเยซูทรงเป็นเส้นแบ่งระหว่างความจริงกับความเท็จ และชีวิตกับความตาย ดังที่พระองค์ตรัสว่า "เราเป็นทางนั้น เป็นความจริง และเป็นชีวิต ไม่มีใครมาถึงพระบิดาได้นอกจากมาทางเรา" (ยอห์น 14:6) อย่างไรก็ตาม ข่าวดีและเป็นความหวังของพระกิตติคุณคือ พระเจ้าทรงยื่นพระหัตถ์ข้ามเส้นแบ่งนั้นเข้าไปในอาณาเขตของศัตรู เพื่อช่วยผู้ที่เคยเป็นปฏิปักษ์ต่อพระองค์ให้เข้ามาอยู่ในครอบครัวของพระองค์ เป็นพยานยืนยันถึงความหวังที่ยังคงมีอยู่สำหรับทุกคน ขอให้พวกเขาได้รู้จักและเชื่อว่าพระเยซูทรงเป็นทางนั้น ความจริง และชีวิต และพระองค์ทรงเป็นแหล่งแห่งความชื่นชมยินดีที่แท้จริง

 

คำถาม

1.   ใน 2 ยอห์น ขณะที่คริสเตียนถูกสอนให้มีน้ำใจ แต่ทำไมยอห์นจึงสั่งห้ามอย่างเด็ดขาดไม่ให้รับรองหรือแม้แต่ทักทาย "ผู้ที่สอนผิด" เข้ามาในบ้าน? การขีดเส้นแบ่งที่ดูเหมือนไร้น้ำใจนี้ สะท้อนให้เห็นวัตถุประสงค์ของการรักษา "ความจริง" ว่ามีความสำคัญเหนือกว่า "มารยาททางสังคม" อย่างไร? (เพื่อให้เราพิจารณาว่า วัตถุประสงค์ของความรักแบบคริสเตียน (Agape) ต้องดำเนินควบคู่ไปกับ "สัจธรรม" เสมอ การใจดีพร่ำเพรื่อจนเปิดช่องให้เชื้อร้ายเข้ามาทำลายความเชื่อของคนในครอบครัวหรือคริสตจักร ถือเป็นการ "มีส่วนร่วมในการชั่ว" ของเขา ดังนั้นเป้าหมายคือการปกป้องความบริสุทธิ์ของฝูงแกะมากกว่าการรักษามิตรภาพจอมปลอม)

2.   ใน 3 ยอห์น ยอห์นเปรียบเทียบ "กายอัส" ผู้สนับสนุนคนงานของพระเจ้า กับ "ดิโอเตรเฟส" ผู้นำที่ชอบเป็นใหญ่และกีดกันคนอื่น โดยสรุปว่าการช่วยเหลือนั้นทำให้เราได้ชื่อว่าเป็น "ผู้ร่วมงานกับความจริง" หลักการนี้เปลี่ยนวัตถุประสงค์ของการใช้เงินทองหรือบ้านพักของเรา ให้กลายเป็นหุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ของงานประกาศได้อย่างไร? (เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักว่า วัตถุประสงค์ของการเป็น "ผู้สนับสนุน" ไม่ใช่แค่เรื่องการกุศล แต่คือกลไกสำคัญที่ทำให้งานของพระเจ้าขับเคลื่อนไปได้ เป้าหมายคือเพื่อให้เรามั่นใจว่า แม้เราไม่ได้ออกเดินทางไปประกาศด้วยตัวเอง แต่ทรัพยากรของเราที่ส่งไปหนุนใจผู้รับใช้นั้น มีผลลัพธ์นิรันดร์เท่าเทียมกับคนที่ออกไปหน้างาน)

 

 

จดหมายฝากของนักบุญยอห์นฉบับที่ 2 และ 3 เป็นหนังสือที่สั้นมาก (มีเพียงบทเดียว) แต่กลับบรรจุหลักการดำเนินชีวิตที่มีพลังและร่วมสมัยอย่างมากครับ โดยเฉพาะในเรื่องของ "ความจริง" (Truth) และ "ความรัก" (Love)

นี่คือข้อคิดสำคัญที่คุณสามารถนำไปปรับใช้ได้ครับ:

2 ยอห์น: ความรักต้องมาคู่กับความจริง

จดหมายฉบับนี้เน้นย้ำว่า ความรักที่แท้จริงต้องตั้งอยู่บนพื้นฐานของความจริงทางหลักข้อเชื่อ

  • ความรักคือการเดินตามพระบัญญัติ: ยอห์นนิยามความรักว่าไม่ใช่แค่ความรู้สึก แต่คือการเชื่อฟังและประพฤติตามคำสอนของพระเจ้า
  • จงระวัง "ผู้นำที่บิดเบือน": ข้อคิดสำคัญคือการรู้จักแยกแยะ (Discernment) ยอห์นเตือนไม่ให้เราต้อนรับหรือสนับสนุนผู้ที่สอนผิดหรือบิดเบือนความจริงเกี่ยวกับพระเยซูคริสต์
  • สมดุลระหว่างความเมตตาและการปกป้องความเชื่อ: การใจกว้างเป็นสิ่งดี แต่ต้องไม่ยอมประนีประนอมกับสิ่งที่ทำลายรากฐานของความเชื่อ

บทเรียน: อย่าให้ความรักความสงสารทำให้เรายอมรับสิ่งที่ผิดศีลธรรมหรือผิดหลักความจริง แต่จงยึดมั่นในความจริงด้วยท่าทีแห่งความรัก

3 ยอห์น: การปรนนิบัติและความถ่อมใจ

จดหมายฉบับนี้เปรียบเทียบตัวละคร 3 คน ซึ่งให้บทเรียนที่ต่างกันอย่างชัดเจน:

  • กายอัส (ผู้ที่น่าชื่นชม): เขาดำเนินชีวิตในความจริงและมีใจต้อนรับ (Hospitality) ต่อพี่น้องคริสเตียน แม้จะเป็นคนแปลกหน้า บทเรียนคือ "การสนับสนุนคนที่ทำงานรับใช้พระเจ้า คือการร่วมส่วนในพันธกิจนั้นกับเขาด้วย"
  • ดิโอเตรเฟส (ผู้ที่ควรระวัง): เขาเป็นตัวอย่างของคนที่มีอัตตา (Ego) สูง ชอบเป็นใหญ่ และไม่ยอมรับสิทธิอำนาจของผู้อื่น บทเรียนคือ "ความหยิ่งผยองและการอยากเด่นสร้างความแตกแยกในชุมชน"
  • เดเมตริอัส (ผู้ที่เป็นแบบอย่าง): เขาได้รับคำชมจากทุกคนว่าเป็นคนดีและดำเนินตามความจริง บทเรียนคือ "ชื่อเสียงที่ดีเกิดจากการรักษาความสัตย์ซื่ออย่างสม่ำเสมอ"

บทเรียน: ความมั่งคั่งที่แท้จริงคือการที่ "จิตวิญญาณจำเริญขึ้น" (ข้อ 2) และการรับใช้ผู้อื่นด้วยใจกว้างขวางคือเครื่องหมายของลูกของพระเจ้า

ถ้ามีแต่ความจริงจะกลายเป็นความแข็งกระด้าง ถ้ามีแต่ความรักจะกลายเป็นความหย่อนยาน การหยิบยื่นความช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ ให้กับผู้ที่ทำความดี คือการช่วยขยายความดีนั้นให้กว้างไกลออกไป เรากำลังเป็นแบบ "กายอัส" (ผู้สนับสนุน) หรือ "ดิโอเตรเฟส" (ผู้ที่อยากเป็นใหญ่) ในสังคมที่เราอยู่?