GPS God's Path Squad TMC

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
วิวรณ์ 1

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
วิวรณ์ 2

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
วิวรณ์ 3

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
วิวรณ์ 4

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
วิวรณ์ 5

เรื่องย่อ

เมื่อม่านแห่งกาลเวลาถูกเปิดออกให้เห็นถึงความจริงอันยิ่งใหญ่ของฟ้าสวรรค์และแผ่นดินโลก วิวรณ์ 1-5 ได้นำเราเข้าสู่ประสบการณ์เหนือธรรมชาติของยอห์น ที่เริ่มต้นด้วยการปรากฏพระกายอันรุ่งโรจน์ของพระคริสต์ท่ามกลางคริสตจักรเจ็ดแห่ง พร้อมด้วยสารที่เจาะจงถึงแต่ละคริสตจักร ไม่ว่าจะเป็นคำชม คำตักเตือน หรือคำหนุนใจ ให้ยืนหยัดมั่นคงในความเชื่อและกลับใจจากการประพฤติที่ผิด เพื่อชัยชนะที่พระองค์ทรงสัญญาไว้ จากนั้น ยอห์นถูกรับขึ้นไปบนสวรรค์และได้เห็นนิมิตอันน่าเกรงขามของบัลลังก์พระเจ้าผู้ทรงฤทธานุภาพสูงสุด รายล้อมด้วยผู้เฒ่าทั้งยี่สิบสี่คนและสิ่งมีชีวิตสี่ตนที่สรรเสริญไม่หยุดหย่อนถึงพระองค์ผู้ทรงสร้างสรรพสิ่ง แต่ใจความสำคัญที่จับใจที่สุดคือการที่ไม่มีใครคู่ควรพอจะเปิดม้วนหนังสือที่ถูกผนึกไว้ทั้งเจ็ดดวง จนกระทั่งพระเมษโปดกผู้ทรงถูกปลงพระชนม์ อันเป็นสัญลักษณ์ของพระเยซูคริสต์ผู้ทรงไถ่บาปด้วยพระโลหิต ได้เสด็จมาและทรงรับม้วนหนังสือนั้นจากพระหัตถ์ของพระเจ้า ทำให้ทุกสรรพสิ่งในสวรรค์และโลกสรรเสริญพระองค์ร่วมกัน เป็นการยืนยันถึงอำนาจสูงสุดและคุณค่าอันยิ่งใหญ่ของพระคริสต์ในแผนการแห่งความรอดของพระเจ้า

 

พระธรรมวิวรณ์เขียนโดยอัครสาวกยอห์นจากเกาะปัทมอสซึ่งเป็นเกาะแห่งการเนรเทศหลังจากการพยายามสังหารท่านไม่สำเร็จ วิวรณ์นี้เป็น "การสำแดงของพระเยซู" ซึ่งอาจหมายถึงการเปิดเผยเกี่ยวกับพระองค์หรือพระองค์เองเป็นผู้เปิดเผย ยอห์นชี้ให้เห็นว่าหนังสือเล่มนี้มีพระพรแก่ผู้ที่อ่านและใส่ใจในสิ่งที่เขียนไว้ ซึ่งเป็นพระพรแรกจากเจ็ดประการในวิวรณ์ แม้ว่าหนังสือเล่มนี้จะเต็มไปด้วยตัวเลขและสัญลักษณ์ แต่ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เตือนไม่ให้พยายามตีความเพื่อทำนายอนาคต เพราะวัตถุประสงค์ของหนังสือคือการเปิดเผย ไม่ใช่การซ่อนเร้น ซึ่งหมายความว่าเราไม่ต้องกังวลกับการตีความวาระสุดท้ายอย่างละเอียด แต่ควรถือด้วยใจที่เปิดกว้างเพราะไม่ได้เป็นรากฐานสำคัญของความเชื่อ

ยอห์นได้รับนิมิตถึงพระเยซูผู้ทรงให้เขียนจดหมายถึงคริสตจักรทั้งเจ็ดแห่ง ซึ่งแต่ละแห่งมีสถานการณ์เฉพาะตัว ทั้งการตกในบาป การข่มเหง หรือความเจริญรุ่งเรือง พระเยซูทรงให้คำเตือน กำลังใจ และความหวังแก่คริสตจักรเหล่านั้น ซึ่งถูกเปรียบเทียบกับเชิงเทียนเจ็ดเล่มที่พระองค์ทรงอยู่ท่ามกลาง คริสตจักรเหล่านั้นได้รับการเรียกร้องให้ฟัง เชื่อฟัง และเป็น "ผู้มีชัยชนะ" ซึ่งไม่ได้หมายถึงการเอาชนะโรมัน แต่เป็นการยืนหยัดในความเชื่อ เอาชนะการล่อลวงของโลก และรักพระเจ้าต่อไปไม่ว่าสถานการณ์จะเป็นอย่างไร

ยอห์นยังเห็นภาพนิมิตถึงบัลลังก์ของพระเจ้าที่ล้อมรอบด้วยผู้อาวุโสยี่สิบสี่คน ซึ่งอาจเป็นสัญลักษณ์ของประชากรของพระองค์ทั้งจากพันธสัญญาเดิมและใหม่ พระเจ้าทรงถือม้วนหนังสือที่ผนึกด้วยตราเจ็ดดวง ซึ่งไม่มีใครสามารถเปิดได้นอกจากพระเยซู พระเมษโปดกของพระเจ้า การที่พระเยซูทรงหยิบม้วนหนังสือนั้นเป็นการแสดงถึงพระอำนาจและทำให้ทุกคนก้มลงนมัสการพระองค์ ภาพนิมิตเหล่านี้เน้นย้ำถึงอำนาจสูงสุดของพระเจ้าและชัยชนะของพระคริสต์เหนือทุกสิ่ง

 

ข้อคิด: วิวรณ์ 1-5

พระเยซูทรงปลอบประโลมผู้รับสารด้วยพระดำรัสแรกเริ่มที่สำคัญว่า "อย่ากลัวเลย" และทรงเปิดเผยพระองค์เองว่า "เราเป็นปฐมและเป็นอวสาน และเป็นผู้ดำรงชีวิตอยู่ เราได้ตายแล้ว และดูเถิด เราเป็นอยู่ตลอดไปเป็นนิตย์ และเรามีลูกกุญแจแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย" (1:17–18) การเข้าใจถึงพระองค์ผู้ทรงเป็นอยู่ก่อนทุกสิ่ง และผู้ทรงค้ำจุนทุกสิ่งนี้ จะช่วยให้เรามองเนื้อหาที่อาจดูน่าเกรงขามของพระธรรมเล่มนี้ได้อย่างถูกต้องและปราศจากความกลัว เพราะเราดำเนินผ่านทุกสิ่งพร้อมกับพระมหากษัตริย์แห่งพระสิริอยู่เคียงข้างเรา และในพระองค์นั่นแหละคือแหล่งแห่งความชื่นชมยินดี

 

คำถาม

1.   ในจดหมายถึงคริสตจักรทั้งเจ็ด (บทที่ 2-3) พระเยซูทรงเดินอยู่ท่ามกลางคันประทีปและเตือนคริสตจักรเมืองเอเฟซัสว่าจะ "ย้ายคันประทีป" ไปเสีย หากพวกเขาไม่กลับใจจากการ "ละทิ้งความรักดั้งเดิม" แม้ว่าพวกเขาจะทำงานหนักและมีความรู้ที่ถูกต้องก็ตาม การเตือนนี้ชี้ให้เห็นว่า วัตถุประสงค์ของการดำรงอยู่ของคริสตจักรไม่ใช่แค่การทำพันธกิจให้สำเร็จ แต่คืออะไร? (เพื่อให้เราพิจารณาว่า วัตถุประสงค์ของ "คันประทีป" (คริสตจักร) คือการส่องสว่าง ซึ่งแสงสว่างนั้นเกิดจาก "ความสัมพันธ์แห่งความรัก" ที่มีต่อพระเจ้า หากคริสตจักรมีแต่กิจกรรมแต่ขาดความรักที่เป็นแก่นแท้ ก็เท่ากับหมดสภาพการเป็นทูตของพระคริสต์และผิดวัตถุประสงค์ในการก่อตั้ง)

2.   ในบทที่ 5 เมื่อยอห์นร้องไห้เพราะไม่มีใครคู่ควรจะแกะตราม้วนหนังสือ (เพื่อขับเคลื่อนแผนการของประวัติศาสตร์โลก) แต่ผู้ที่ปรากฏตัวมารับหน้าที่นั้นไม่ใช่ "สิงโต" ที่ใช้กำลังอำนาจเข้าข่ม แต่กลับเป็น "พระเมษโปดก (ลูกแกะ) ที่ถูกปลงพระชนม์แล้ว" ภาพลักษณ์ของชัยชนะที่มาจากการเสียสละนี้ เปลี่ยนมุมมองของเราต่อวัตถุประสงค์ของการใช้อำนาจที่แท้จริงอย่างไร? (เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักว่า วัตถุประสงค์และแผนการของพระเจ้าสำหรับโลกนี้ ไม่ได้สำเร็จลงด้วยการใช้อำนาจแบบเผด็จการหรือการทำลายล้างศัตรูด้วยความรุนแรง แต่สำเร็จลงได้ด้วย "ความรักที่ยอมสละชีวิต" เพื่อการไถ่ ซึ่งนี่คือมาตรฐานสูงสุดของ "ความคู่ควร" ในอาณาจักรของพระเจ้า)

 

 

วิวรณ์บทที่ 1 เป็นบทเปิดที่สำคัญที่สุดบทหนึ่ง เพราะเป็นการเปลี่ยนภาพลักษณ์ของพระเยซูจาก "ผู้รับใช้ที่ถ่อมใจ" ในพระกิตติคุณ มาเป็น "กษัตริย์ผู้ทรงพระสิริ" ที่ทรงควบคุมทุกสิ่ง ต่อไปนี้คือข้อคิดสำคัญที่คุณสามารถนำไปใช้ในชีวิตได้ครับ:

1. พระเยซูทรงอยู่เหนือ "กาลเวลา" (ข้อ 4, 8)

พระองค์ทรงเรียกพระองค์เองว่า "ผู้ทรงพระชนม์อยู่ในปัจจุบัน ผู้ทรงพระชนม์อยู่ ในอดีต และผู้ที่จะเสด็จมา"

  • ข้อคิด: ไม่ว่าอดีตของคุณจะเป็นอย่างไร ปัจจุบันจะยากลำบากแค่ไหน หรืออนาคตจะดูน่ากลัวเพียงใด พระเยซูทรงครอบคลุมอยู่ทั้งหมด พระองค์ทรงเป็น "อัลฟาและโอเมก้า" (จุดเริ่มต้นและจุดสิ้นสุด) ของชีวิตคุณ

2. พระสิริที่น่าเกรงขาม (ข้อ 12-16)

ยอห์นบรรยายถึงนิมิตที่เห็นพระเยซูด้วยสัญลักษณ์ที่เปี่ยมด้วยความหมาย:

  • พระเนตรเหมือนเปลวไฟ: ทรงมองเห็นทุกอย่างทะลุปรุโปร่ง ไม่มีอะไรซ่อนเร้นจากพระองค์ได้
  • พระบาทเหมือนทองสัมฤทธิ์ที่ไล่ในเตาไฟ: แสดงถึงการพิพากษาที่บริสุทธิ์และมั่นคง
  • พระสุรเสียงเหมือนเสียงน้ำมาก: ทรงมีสิทธิอำนาจเหนือเสียงใดๆ ในโลก
  • ข้อคิด: ให้เราดำเนินชีวิตด้วยความเกรงกลัวพระเจ้า ไม่ใช่กลัวแบบทาส แต่เคารพยำเกรงในความบริสุทธิ์ของพระองค์

3. ชัยชนะเหนือความตาย (ข้อ 17-18)

เมื่อยอห์นเห็นนิมิตเขาก็ล้มลงเหมือนคนตาย แต่พระเยซูทรงวางพระหัตถ์บนเขาแล้วตรัสว่า "อย่ากลัวเลย... เราถือลูกกุญแจแห่งความตายและแห่งแดนคนตาย"

  • ข้อคิด: ความกลัวที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของมนุษย์คือความตาย แต่พระเยซูทรงพิสูจน์แล้วว่าพระองค์ชนะมันได้ ถ้าพระองค์ทรงถือ "ลูกกุญแจ" อยู่ เราก็ไม่จำเป็นต้องกลัวว่าอะไรจะเกิดขึ้นหลังจากชีวิตนี้

4. ท่ามกลาง "คันประทีป" (ข้อ 12-13, 20)

พระเยซูทรงปรากฏตัว "ท่ามกลาง" คันประทีปทองคำทั้งเจ็ด (ซึ่งหมายถึงคริสตจักร) และทรงถือดวงดาวทั้งเจ็ด (ทูตสวรรค์/ผู้นำคริสตจักร) ไว้ในพระหัตถ์

  • ข้อคิด: พระเยซูไม่ได้ทอดทิ้งคริสตจักรหรือกลุ่มผู้เชื่อให้เผชิญโลกตามลำพัง พระองค์ทรงดำเนินอยู่ท่ามกลางเรา ทรงรับรู้ความทุกข์สุข และทรงปกป้องผู้รับใช้ของพระองค์ไว้ในพระหัตถ์อย่างปลอดภัย

วิวรณ์บทที่ 1 บอกเราว่า "จงเงยหน้าขึ้นมองพระเยซู" เพราะเมื่อเราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ ปัญหาในโลกนี้จะดูเล็กลง และความกลัวจะถูกแทนที่ด้วยความมั่นใจครับ