เรื่องย่อ
พระเจ้าทรงสร้างโลกและสรรพสิ่งทั้งปวงในหกวัน เริ่มจากความว่างเปล่าสู่สวนเอเดนอันงดงาม ทรงสร้างมนุษย์อาดัมจากดินและเอวาจากซี่โครงของอาดัม มอบให้พวกเขาเป็นผู้ดูแลสวนและทรงห้ามไม่ให้กินผลจากต้นไม้แห่งความรู้ดีชั่ว อย่างไรก็ตาม งูซึ่งมักถูกตีความว่าเป็นตัวแทนของความชั่วร้าย ได้ล่อลวงเอวาให้กินผลไม้ต้องห้าม และเอวาก็ชักชวนอาดัมกินด้วย การกระทำนี้ทำให้พวกเขากลายเป็นผู้มีความบาป ถูกขับไล่ออกจากสวนเอเดน และต้องเผชิญกับความทุกข์ยาก ความเจ็บปวด และความตาย เหตุการณ์นี้เป็นจุดเริ่มต้นของบาป ความทุกข์ทรมาน และความตายในโลก และความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับมนุษย์ก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง
ยินดีต้อนรับทุกท่านเข้าสู่การเดินทางอ่านพระคัมภีร์ในหนึ่งปี จุดเริ่มต้นในพระธรรมปฐมกาลนี้ไม่ได้มุ่งเน้นการให้รายละเอียดทางวิทยาศาสตร์หรือประวัติศาสตร์ที่แม่นยำตามมาตรฐานสมัยใหม่ แต่หัวใจสำคัญคือการเปิดเผยให้เห็นพระลักษณะของพระเจ้าและแผนการอันยิ่งใหญ่ของพระองค์ แม้จะมีความเชื่อที่แตกต่างกันในการตีความเรื่องการสร้างโลกใน 6 วัน เช่น ทฤษฎีวัน-ยุค หรือการสร้างแบบอายุน้อย แต่สิ่งหนึ่งที่คริสตชนเห็นพ้องตรงกันคือ ทุกสรรพสิ่งไม่ได้เกิดขึ้นโดยบังเอิญ แต่เกิดจากเจตจำนงและการออกแบบอย่างตั้งใจของพระผู้สร้าง การศึกษาพระคัมภีร์ควบคู่ไปกับความรู้ทางวิทยาศาสตร์จึงช่วยให้เราเห็นความยิ่งใหญ่ของพระองค์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น
ในปฐมกาล 1:26 ประโยคที่ว่า "ให้เราสร้างมนุษย์ตามรูปลักษณ์ของเรา" สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นตรีเอกภาพของพระเจ้า คือพระบิดา พระบุตร และพระวิญญาณบริสุทธิ์ ผู้ทรงมีส่วนร่วมในการสร้างร่วมกันมาตั้งแต่ต้นเดิม ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพระเยซูคริสต์ทรงดำรงอยู่และมีบทบาทสำคัญก่อนที่จะเสด็จมาบังเกิดในพันธสัญญาใหม่เสียอีก นอกจากนี้ การเรียกพระองค์ว่า "LORD" หรือ "พระยาห์เวห์" ในปฐมกาลบทที่ 2 ยังเป็นการเปิดเผยพระนามเฉพาะที่แสดงถึงความปรารถนาของพระเจ้าที่จะเข้าใกล้และมีปฏิสัมพันธ์ในลักษณะความสัมพันธ์ส่วนตัวกับมนุษย์ มากกว่าจะเป็นเพียงพลังงานหรือพระเจ้าที่ห่างไกล
อย่างไรก็ตาม การตกในบาปของอาดัมและเอวาในสวนเอเดนนั้นไม่ใช่เรื่องที่ทำให้พระเจ้าทรงประหลาดใจ พระองค์ทรงทราบล่วงหน้าและเตรียมแผนการไถ่ไว้แล้ว บาปจากการไม่เชื่อฟังนำมาซึ่งความเสื่อมโทรมและผลกระทบที่ฝังรากลึกมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งความยากลำบากในการตรากตรำทำงาน และความวุ่นวายในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ สิ่งเหล่านี้เป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นถึงความจริงของสภาพมนุษย์ที่แตกสลาย และตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องพึ่งพาสันติสุขและการฟื้นฟูที่มาจากพระเจ้าเพียงผู้เดียว
ข้อคิด: ปฐมกาล 1-3
พระเจ้าผู้ทรงเป็นผู้สร้างและผู้ทรงอำนาจสูงสุดนั้นทรงเต็มเปี่ยมด้วยพระเมตตา แม้พระองค์จะทรงประกาศถึงผลแห่งการกินผลไม้ต้องห้ามสำหรับอาดัมและเอวา แต่พระองค์ก็มิได้ลงโทษพวกเขาโดยพลัน หากแต่ทรงสำแดงความรักและความเมตตาที่ยิ่งใหญ่กว่านั้น โดยมิได้ทรงผิดคำสัญญาเดิมเลย เมื่ออาดัมและเอวาพยายามซ่อนตัวและโกหก พระองค์ก็ยังคงทรงแสวงหาพวกเขาด้วยความรัก แม้บาปที่พวกเขากระทำจะหนักหนาเพียงใด พระองค์ก็ยังคงทรงแสดงความเมตตาพร้อมกับการลงโทษที่เหมาะสม เพราะพระเมตตาที่มิเคยสิ้นสุดต่อมวลมนุษย์นี้คือของประทานอันล้ำค่า ซึ่งสะท้อนถึงพระลักษณะของพระองค์ผู้ทรงสถิตอยู่ในความรักและความชื่นชมยินดีเสมอมา
คำถาม
1. การเชื่อฟังและการไม่เชื่อฟัง: การไม่เชื่อฟังของมนุษย์นำไปสู่ความบาป เราสามารถเรียนรู้ที่จะเชื่อฟังพระเจ้าและคำแนะนำที่ดีจากผู้อื่นได้อย่างไร? อย่างไรจึงจะรู้ว่าอะไรควรเชื่อฟัง และอะไรไม่ควรเชื่อฟัง? เราควรตั้งคำถามกับสิ่งใดบ้าง?
2. การรับผิดชอบต่อการกระทำ: การไม่เชื่อฟังของมนุษย์เป็นผลมาจากการกระทำของมนุษย์เอง เราสามารถเรียนรู้ที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของเราได้อย่างไร? เราควรขอโทษและแก้ไขความผิดพลาดของเราอย่างไร?
ปฐมกาล บทที่ 2 เป็นการขยายความรายละเอียดของการสร้างมนุษย์และสวนเอเดน ซึ่งให้ข้อคิดที่ลึกซึ้งเกี่ยวกับ ความสัมพันธ์ และ เป้าหมายของชีวิต ที่แตกต่างไปจากบทที่ 1 ดังนี้ครับ:
1. ความสำคัญของการพักสงบ
ในต้นบทที่ 2 พระเจ้าทรงพักผ่อนในวันที่เจ็ด และทรงตั้งวันนี้ไว้เป็นวันบริสุทธิ์
- ข้อคิด: การพักผ่อนไม่ใช่ความขี้เกียจ แต่เป็นส่วนหนึ่งของระเบียบที่พระเจ้าตั้งไว้ มนุษย์จำเป็นต้องมีเวลา "หยุด" เพื่อเชื่อมต่อกับจิตวิญญาณและเติมพลังชีวิต ไม่ใช่แค่ทำงานเพียงอย่างเดียว
2. มนุษย์มีทั้ง "ดิน" และ "ลมปราณ"
พระเจ้าทรงปั้นมนุษย์ด้วยผงคลีดิน และระบายลมปราณแห่งชีวิตเข้าทางจมูก
- ข้อคิด: เรามีความถ่อมตัว (ดิน - ความไม่จีรัง) และความยิ่งใหญ่ (ลมปราณ - จิตวิญญาณจากเบื้องบน) อยู่ในตัวเอง ข้อนี้สอนให้เราไม่เย่อหยิ่งจนเกินไปแต่ก็ไม่ดูถูกคุณค่าของตัวเอง เพราะเรามีส่วนของ "ชีวิต" ที่พิเศษจากพระองค์
3. การทำงานคือพระพร ไม่ใช่คำสาป
พระเจ้าทรงให้มนุษย์อยู่ในสวนเอเดนเพื่อ "ทำและดูแลรักษา" ก่อนที่บาปจะเข้ามาในโลกเสียอีก
- ข้อคิด: การทำงานคือเป้าหมายที่ทำให้ชีวิตมีคุณค่า การมีภาระหน้าที่ที่ต้องดูแล (เช่น งาน ครอบครัว สิ่งแวดล้อม) เป็นสิ่งที่ช่วยหล่อหลอมตัวตนและทำให้เรามีความหมาย
4. อิสรภาพภายใต้ขอบเขต (ต้นไม้แห่งความรู้ดีรู้วัน)
พระเจ้าทรงประทานผลไม้ทุกอย่างให้กิน ยกเว้นต้นไม้เพียงต้นเดียว
- ข้อคิด: เสรีภาพที่แท้จริงมาพร้อมกับ "ขอบเขต" การที่พระเจ้าทรงวางกฎไว้ ไม่ใช่เพื่อจำกัดสิทธิ แต่เพื่อทดสอบความไว้วางใจและการเชื่อฟัง หากไร้ซึ่งขอบเขต มนุษย์อาจทำลายตัวเองได้
5. มนุษย์ไม่ได้ถูกสร้างให้อยู่คนเดียว
พระเจ้าตรัสว่า "ไม่ควรที่ชายผู้นี้จะอยู่แต่ลำพัง" จึงทรงสร้างคู่พระทัยขึ้นมา
- ข้อคิด: มนุษย์เป็นสัตว์สังคม เราต้องการความสัมพันธ์ ความเข้าใจ และการสนับสนุนจากผู้อื่น ไม่มีใครสมบูรณ์แบบได้ด้วยตัวคนเดียว เราถูกสร้างมาเพื่อเติมเต็มกันและกัน
6. รากฐานของครอบครัวและการยอมรับ
บทนี้จบลงด้วยการสถาปนาการสมรส และประโยคที่ว่า "เขาทั้งสองเปลือยกายและไม่มีความอาย"
- ข้อคิด: ความสัมพันธ์ที่ดีที่สุดคือความสัมพันธ์ที่ "โปร่งใส" และ "ยอมรับในสิ่งที่อีกฝ่ายเป็น" โดยไม่ต้องปิดบังหรือสร้างภาพต่อกัน ความรักที่แท้จริงคือพื้นที่ปลอดภัยที่เราสามารถเป็นตัวเองได้มากที่สุด
หากปฐมกาล 1 พูดถึง ระเบียบของจักรวาล ปฐมกาล 2 ก็พูดถึง ความสัมพันธ์ของหัวใจ ทั้งความสัมพันธ์กับพระเจ้า กับงานที่ทำ และกับคนข้างกายครับ