Thai Mission Reading Plan 2025

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 38

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 39

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 40

เรื่องย่อ

ก่อนจะไปถึงเรื่องราวของโยเซฟที่อียิปต์ เรามาพบกับเรื่องราวของยูดาห์ บุตรชายคนหนึ่งของยาโคบ เขาแต่งงานมีครอบครัว แต่ภรรยาเสียชีวิต จากนั้นลูกสะใภ้ของเขาก็ตั้งครรภ์โดยที่ไม่รู้ว่าเป็นลูกของใคร เรื่องราวของยูดาห์จึงเต็มไปด้วยความขัดแย้ง การเสียชีวิต และการค้นหาความจริง ส่วนอีกด้านหนึ่ง โยเซฟ ถูกขายเป็นทาส แล้วก็ต้องเผชิญกับความยากลำบากในชีวิต เขาต้องใช้ความฉลาดแก้ปัญหาต่างๆ จนกระทั่งได้รับความไว้วางใจจากเจ้าของคนใหม่ ความแตกต่างของสองเรื่องราวนี้ แม้จะดูไม่เกี่ยวข้องกัน แต่ก็สะท้อนให้เห็นถึงความสับสน ความซับซ้อน และความไม่แน่นอนของชีวิต ก่อนที่เรื่องราวของโยเซฟจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในชีวิตของครอบครัว

 

เรื่องราวของยูดาห์และทามาร์สะท้อนให้เห็นถึงความยุติธรรมและความเมตตาของพระเจ้าอย่างชัดเจน การกระทำของยูดาห์ที่ละเลยภาระหน้าที่ต่อทามาร์นั้นไม่ถูกต้อง แต่พระเจ้าทรงใช้สถานการณ์นี้เพื่อนำการอภัยโทษและการไถ่บาปมาให้ แม้การกระทำของทามาร์จะน่ากังขา แต่ก็กระตุ้นให้ยูดาห์สำนึกผิด เรื่องราวนี้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาสัญญาและการรับผิดชอบต่อครอบครัว แม้ว่าการกระทำของทั้งคู่จะผิดพลาด แต่พระเจ้าก็ทรงใช้สถานการณ์นั้นเพื่อสิ่งที่ดีกว่า เรื่องราวนี้สอนเราว่าพระเจ้าทรงให้อภัยและสามารถนำความดีมาจากสถานการณ์ที่เลวร้ายได้

พระเจ้าทรงสถิตอยู่กับโยเซฟอย่างต่อเนื่อง แม้ในความยากลำบาก พระเจ้าทรงอวยพรโยเซฟและทรงปกป้องเขา ทำให้โยเซฟได้รับความโปรดปรานจากโปทิฟาร์ สิ่งนี้สอดคล้องกับคำสัญญาที่พระเจ้าทรงประทานแก่บรรพบุรุษ โยเซฟรักษาความบริสุทธิ์และความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าแม้จะถูกกล่าวหาเท็จ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งและศรัทธาที่ไม่สั่นคลอน การที่โยเซฟถูกกล่าวหาเท็จเป็นครั้งที่สองเน้นย้ำถึงความไม่ยุติธรรมที่เขาต้องเผชิญ แต่พระเจ้าทรงใช้สถานการณ์เหล่านี้เพื่อเตรียมโยเซฟสำหรับบทบาทที่ยิ่งใหญ่กว่าในอนาคต

แม้ว่าโยเซฟจะถูกจำคุกอย่างไม่ยุติธรรม แต่พระเจ้าก็ยังทรงอยู่กับเขา ทำให้โยเซฟได้รับความโปรดปรานแม้ในคุก การที่โยเซฟตีความฝันของพนักงานยกถ้วยและหัวหน้าคนทำขนมแสดงให้เห็นถึงความสามารถและสติปัญญาของเขา แต่ที่สำคัญกว่าคือความไว้วางใจในพระเจ้า โยเซฟขอร้องให้พนักงานยกถ้วยช่วยเหลือเขา แต่พนักงานยกถ้วยลืมเขาไป เรื่องราวนี้สอนเราว่าแม้เราจะไม่ได้รับการตอบแทนทันที พระเจ้าจะไม่ทรงละทิ้งเรา และพระองค์จะทรงนำพาเราไปสู่ความสำเร็จ ความผิดหวังอาจเกิดขึ้น แต่พระเจ้าทรงซื่อสัตย์และทรงทำงานอยู่ในชีวิตของเราเสมอ

 

ข้อคิด: ปฐมกาล 38-40

วันนี้เราเห็นเรื่องราวของทามาร์และยูดาห์เต็มไปด้วยความบาป แต่ถึงแม้ผู้คนจะไม่ซื่อสัตย์ต่อพระเจ้า พระองค์ยังคงซื่อสัตย์ต่อสัญญาที่พระองค์ให้ไว้กับครอบครัวของพวกเขา ในมัทธิว 1 ระบุยูดาห์ ทามาร์ และเปเรซ ลูกชายของพวกเขาในสายเลือดต้นตระกลูของพระเยซู แม้ว่าพระคัมภีร์จะไม่เคยรับรองสิ่งที่เกิดขึ้นในปฐมกาล 38 แต่พระเจ้ากำลังดำเนินการทั้งหมดนั้นเพื่อให้เกิดการเสด็จมาของผู้ที่ไถ่บาปของเรา พระเยซูสืบเชื้อสายมาจากยูดาห์ ซึ่งเป็นเหตุว่าทำไมชื่อหนึ่งของพระองค์จึงเป็นสิงโตแห่งยูดาห์ ยูดาห์เป็นชายที่เคยทำผิดพลาด ทามาร์เป็นหญิงที่เคยทำผิดพลาด แม้ว่าเราจะทำผิดพลาดและไม่ซื่อสัตย์ พระองค์ยังคงซื่อสัตย์ต่อสัญญาที่พระองค์ให้ไว้ทุกประการ พระองค์เป็นผู้รักษาสัญญา และพระองค์คือที่ที่ความปีติยินดีอยู่!

 

คำถาม

1.   ในบทที่ 38 เราเห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ในครอบครัวและผลที่ตามมาจากการตัดสินใจที่ไม่ดี คุณคิดว่าความผิดพลาดในอดีตสามารถสอนเราเกี่ยวกับการทำหน้าที่เป็นสมาชิกของครอบครัวได้อย่างไร? เราจะเรียนรู้จากประสบการณ์เหล่านั้นเพื่อสร้างความสัมพันธ์ที่ดีขึ้นในชีวิตประจำวันได้อย่างไร?

2.   ในบทที่ 40 โยเซฟได้ช่วยเหลือผู้ต้องขังให้ได้รับการตีความความฝัน คุณคิดว่าเราสามารถใช้ทักษะและความสามารถของเราเพื่อช่วยเหลือผู้อื่นในสังคมปัจจุบันได้อย่างไร? มีวิธีไหนบ้างที่เราสามารถสนับสนุนผู้คนในช่วงเวลาที่ยากลำบากได้?

 

ปฐมกาลบทที่ 38 เป็นบทที่ดูเหมือนจะ "ขัดจังหวะ" เรื่องราวของโยเซฟที่กำลังเข้มข้น แต่จริงๆ แล้วบทนี้บรรจุบทเรียนสำคัญเกี่ยวกับความซื่อสัตย์ การกลับใจ และแผนการของพระเจ้าที่เหนือความคาดหมายของมนุษย์ครับ

นี่คือข้อคิดสำคัญที่เราได้จากเรื่องราวของ ยูดาห์และทามาร์:

1. ผลของการเลือกทางเดินที่ห่างจากพระเจ้า

ยูดาห์ตัดสินใจแยกตัวออกจากพี่น้องและไปใช้ชีวิตคลุกคลีกับคนคานาอัน เขาแต่งงานกับลูกสาวของคนคานาอัน ซึ่งนำไปสู่ความวุ่นวายในครอบครัว

  • ข้อคิด: สภาพแวดล้อมและการเลือกคู่ครองมีผลอย่างมากต่อความเชื่อและจริยธรรม การตามใจตนเองโดยไม่พึ่งพาพระประสงค์ของพระเจ้ามักนำมาซึ่งความทุกข์ระทม

2. ความยุติธรรมและความรับผิดชอบ

ทามาร์กลายเป็นหญิงหม้ายถึงสองครั้ง และยูดาห์กลับผิดคำสัญญาที่จะให้บุตรชายคนสุดท้องแก่เธอเพราะความกลัว ทามาร์จึงใช้วิธีที่รุนแรง (ปลอมตัวเป็นหญิงโสเภณี) เพื่อทวงสิทธิ์ของเธอ

  • ข้อคิด: เมื่อคนที่มีอำนาจไม่หยิบยื่นความยุติธรรมให้ผู้ที่อ่อนแอ (ในที่นี้คือทามาร์) มันมักจะนำไปสู่สถานการณ์ที่บีบคั้นและซับซ้อนขึ้น

3. การยอมรับความจริงและการกลับใจ

เมื่อยูดาห์รู้ว่าทามาร์ตั้งครรภ์ เขาตัดสินเธออย่างรุนแรงในตอนแรก แต่เมื่อเขาเห็น "ของหมั้น" (ตราประทับ สายสร้อย และไม้เท้า) เขากลับกล้ายอมรับว่า "นางก็ชอบธรรมกว่าเรา"

  • ข้อคิด: ความกล้าหาญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือการยอมรับความผิดของตนเอง ยูดาห์ไม่ได้แก้ตัว แต่เขายอมรับความจริง ซึ่งจุดนี้เองที่เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในชีวิตของเขาที่ทำให้เขากลายเป็นผู้นำที่เสียสละในเวลาต่อมา

4. พระคุณของพระเจ้าในประวัติศาสตร์

สิ่งที่น่าทึ่งที่สุดคือ เปเรศ บุตรที่เกิดจากยูดาห์และทามาร์ กลายเป็นต้นตระกูลของกษัตริย์ดาวิด และสืบเชื้อสายมาถึง พระเยซูคริสต์

  • ข้อคิด: พระเจ้าสามารถใช้สถานการณ์ที่ดูเหมือนจะล้มเหลว ผิดพลาด หรือแม้แต่บาปของมนุษย์ มาถักทอให้กลายเป็นแผนการที่บริสุทธิ์และยิ่งใหญ่ได้ พระคุณของพระเจ้ามีพลังเหนือความผิดบาปของเรา

ปฐมกาล 38 สอนเราว่า ไม่มีใครสมบูรณ์แบบ แต่พระเจ้าทรงสัตย์ซื่อเสมอ แม้ในวันที่เราล้มเหลว หากเรายอมรับความจริงและกลับใจ พระเจ้าสามารถใช้ชีวิตเราเพื่อแผนการที่ยิ่งใหญ่ได้