Thai Mission Reading Plan 2025

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 16

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 17

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
ปฐมกาล 18

เรื่องย่อ

แม้จะเผชิญกับอุปสรรคจากการมีบุตรยากจนซาราห์ต้องตัดสินใจให้อับราฮัมมีบุตรกับฮาการ์จนกำเนิดเป็นอิชมาเอล แต่พระเจ้ายังคงยืนยันในคำสัญญาเดิมด้วยการเปลี่ยนชื่อของทั้งสองเพื่อเป็นสัญลักษณ์แห่งพระพร และส่งทูตสวรรค์มาเน้นย้ำว่าไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับพระองค์ แม้ซาราห์จะเผลอหัวเราะด้วยความกังขาในวัยชราของตน แต่ในที่สุดเธอก็ได้ให้กำเนิดอิสอัคตามพันธสัญญา ซึ่งเป็นบทพิสูจน์ถึงความสัตย์ซื่อและความรักอันแน่วแน่ของพระเจ้าที่ก้าวข้ามทุกข้อจำกัดของมนุษย์ผ่านความเชื่อและความอดทน

 

ซาราห์ในวัยเจ็ดสิบห้าปีเริ่มรู้สึกท้อแท้ที่ยังไม่มีบุตรตามพระสัญญาของพระเจ้า เธอจึงเลือกแก้ปัญหาด้วยตนเองตามธรรมเนียมวัฒนธรรมในสมัยนั้น โดยการให้ฮาการ์หญิงรับใช้ไปมีบุตรกับอับรามแทน การตัดสินใจที่ขาดความอดทนรอคอยนี้ไม่ได้นำมาซึ่งความสมหวังที่ราบรื่น แต่กลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความขัดแย้งรุนแรงภายในครอบครัวที่ส่งผลกระทบต่อทุกคน ทั้งตัวซาราห์เอง อับราม และฮาการ์ผู้ถูกบีบคั้นจนต้องหนีไปในถิ่นทุรกันดาร

ท่ามกลางความสิ้นหวังในถิ่นทุรกันดาร พระเจ้าได้ทรงปรากฏต่อฮาการ์ (ซึ่งนักเทววิทยาบางท่านเชื่อว่าเป็นการปรากฏของพระคริสต์ก่อนการประสูติ) เพื่อประทานคำสัญญาว่าเธอจะมีพงศ์พันธุ์มากมาย ในขณะเดียวกัน พระเจ้าได้ทรงตอกย้ำพันธสัญญาที่มีต่ออับรามและซาราห์ด้วยการเปลี่ยนชื่อของทั้งสองใหม่ เพื่อสะท้อนถึงฐานะมารดาและบิดาแห่งประชาชาติ แม้ซาราห์จะยังไม่ได้แก้ไขความผิดพลาดที่ทำไว้กับฮาการ์ แต่พระเจ้าก็ยังทรงยืนยันในบทบาทสำคัญของเธอตามพระสัญญามิเปลี่ยนแปลง

ความสัมพันธ์ระหว่างพระเจ้ากับอับราฮัมยังดำเนินไปอย่างลึกซึ้งและใกล้ชิด เห็นได้จากการที่พระเจ้าทรงปรากฏต่ออับราฮัมอีกครั้ง และเปิดโอกาสให้อับราฮัมได้ทูลวิงวอนขอความเมตตาเพื่อละเว้นการทำลายเมืองที่ล็อตหลานชายของเขาอาศัยอยู่ เหตุการณ์นี้ไม่เพียงแสดงถึงความรักของพระเจ้าที่มีต่อครอบครัวนี้ แต่ยังเผยให้เห็นถึงความไว้วางใจและความสนิทสนมอันเป็นพิเศษที่อับราฮัมมีต่อพระองค์แม้ในช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความผิดพลาดของมนุษย์

 

ข้อคิด: ปฐมกาล 16-18

แม้ตามหลักการแห่งพันธสัญญา พระเจ้าจะทรงมุ่งเน้นความสัมพันธ์กับครอบครัวของอับราฮัมเป็นหลักและไม่มีพันธะใดที่ต้องใส่ใจฮาการ์เป็นพิเศษ แต่พระองค์กลับทรงสำแดงพระเมตตาอย่างล้นพ้นด้วยการปรากฏพระกายในรูปของทูตสวรรค์กลางทะเลทรายเพื่อปลอบโยนทาสหญิงผู้ต่ำต้อยคนนี้ แม้คำพยากรณ์เกี่ยวกับอิชมาเอลและลูกหลานจะแฝงไปด้วยความขัดแย้งในอนาคต แต่ในชั่วขณะนั้น ฮาการ์ได้รับความหวังและการเยียวยาอย่างมหาศาลจากการตระหนักว่าพระเจ้าทรงมองเห็นและใส่ใจเธอ จนเธอถวายพระนามแด่พระองค์ว่า "เอล โรอิ" หรือพระเจ้าผู้ทรงทอดพระเนตรฉัน ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าความรักและความปีติยินดีของพระเจ้านั้นแผ่ซ่านไปถึงทุกคนที่แสวงหาพระองค์ ไม่ว่าคนผู้นั้นจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม

คำถาม

1.   ความไม่เชื่อฟังและผลที่ตามมา: ในปฐมกาล 16 ซารายแนะนำให้อับราฮัมมีสัมพันธ์กับฮาการ์ การกระทำของซารายและอับราฮัมแสดงให้เห็นถึงอะไร? เราเรียนรู้อะไรจากความไม่เชื่อฟังของพวกเขา? ในชีวิตปัจจุบัน เราจะหลีกเลี่ยงการตัดสินใจที่เกิดจากความไม่เชื่อฟังหรือความไม่ไว้วางใจในพระเจ้าได้อย่างไร?

2.   ความยุติธรรมและความเมตตา: เรื่องราวของโซโดมและโกโมราห์แสดงให้เห็นถึงความยุติธรรมและความเมตตาของพระเจ้า เราจะเรียนรู้อะไรจากการตัดสินของพระเจ้าเกี่ยวกับความสำคัญของการดำเนินชีวิตที่ถูกต้องและการต่อต้านความชั่วร้าย?

 

 

ปฐมกาล บทที่ 16 สะท้อนถึงธรรมชาติของมนุษย์ที่มักใจร้อน ความขัดแย้งในความสัมพันธ์ และพระคุณของพระเจ้าที่แผ่ขยายไปถึงผู้ที่ถูกทอดทิ้ง โดยสามารถวิเคราะห์เจาะลึกได้ดังนี้ครับ:

1. อันตรายของการใช้ "ทางลัด" เพื่อช่วยพระเจ้า

ซาราห์และอับราฮัมรอคอยพระสัญญาเรื่องบุตรมานานจนเกิดความท้อแท้ ซาราห์จึงพยายามจัดการเรื่องนี้ด้วยสติปัญญาของมนุษย์โดยการให้ฮาการ์เป็นแม่สื่อ

  • บทเรียน: บ่อยครั้งเมื่อเรารู้สึกว่าพระเจ้าตอบคำอธิษฐานช้าเกินไป เรามักจะพยายาม "ช่วยพระเจ้า" ด้วยวิธีทางโลกหรือทางลัดที่ผิดจรรยาบรรณ การพยายามทำให้พระสัญญาสำเร็จด้วยกำลังของตนเองโดยไม่อดทนรอเวลาของพระองค์ มักจะนำมาซึ่งปัญหาที่ซับซ้อนตามมาเสมอ

2. ผลกระทบของความบาปที่ขยายวงกว้าง

การตัดสินใจของอับราฮัมที่ยอมตามข้อเสนอของซาราห์โดยไม่ทูลถามพระเจ้า นำไปสู่ความร้าวฉานในครอบครัว

  • ความขัดแย้ง: ซาราห์เกิดความอิจฉา ฮาการ์เกิดความจองหอง และอับราฮัมตกอยู่ในที่นั่งลำบากระหว่างภรรยาทั้งสอง
  • บทเรียน: ความบาปหรือความประมาทเพียงครั้งเดียวไม่เคยส่งผลกระทบต่อเราเพียงคนเดียว แต่มันสร้างแรงกระเพื่อมที่ทำลายความสัมพันธ์รอบข้าง และสร้างบาดแผลในใจที่ฝังรากลึกไปอีกนานหลายช่วงอายุคน

3. พระเจ้าทรงมองเห็นและสดับฟังผู้ที่ไร้เสียง

เรื่องราวของฮาการ์เป็นหนึ่งในภาพลักษณ์ที่งดงามที่สุดของพระคุณพระเจ้าในพันธสัญญาเดิม

  • เอล โรอิ (El Roi): ฮาการ์เป็นเพียงทาสหญิงที่ถูกข่มเหงและหนีไปในทะเลทราย แต่พระเจ้าไม่ได้ทอดทิ้งเธอ ทูตสวรรค์ของพระองค์ไปปรากฏเพื่อปลอบโยนและประทานพระสัญญาแก่เธอ ฮาการ์จึงเรียกพระเจ้าว่า "พระเจ้าผู้ทรงทอดพระเนตรฉัน"
  • บทเรียน: แม้คุณจะรู้สึกว่าเป็นเพียงคนตัวเล็กๆ ที่ถูกโลกลืม หรือถูกปฏิบัติอย่างไม่เป็นธรรม แต่พระเจ้าทรงมองเห็นความทุกข์ระทมของคุณ พระองค์ทรงเป็นพระเจ้าของ "คนนอก" และคนยากไร้เสมอ ไม่ว่าคุณจะอยู่ในถิ่นทุรกันดารของชีวิตเพียงใด พระองค์ทรงอยู่ที่นั่น

4. การยอมจำนนท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบาก

พระเจ้าตรัสสั่งให้ฮาการ์ "กลับไปหาเจ้านายและยอมอยู่ใต้บังคับของเขา" แม้ว่าซาราห์จะปฏิบัติต่อเธออย่างเลวร้ายก็ตาม

  • บทเรียน: บางครั้งพระเจ้าไม่ได้ช่วยให้เรา "พ้น" จากปัญหาทันที แต่พระองค์ทรงเรียกให้เรา "เผชิญหน้า" และยอมจำนนต่อสถานการณ์ด้วยความวางใจในพระองค์ การยอมอยู่ใต้สิทธิอำนาจที่ยากลำบากอาจเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการขัดเกลาชีวิต และเป็นการฝึกให้เราวางใจว่าพระองค์จะทรงคุ้มครองเราแม้ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวย

5. ชื่อ "อิชมาเอล" คือประจักษ์พยานแห่งพระเมตตา

ชื่อ อิชมาเอล มีความหมายว่า "พระเจ้าทรงสดับฟัง"

  • บทเรียน: ทุกครั้งที่ฮาการ์เรียกชื่อลูกชายของเธอ หรือแม้แต่อับราฮัมได้ยินชื่อนี้ มันจะเป็นการเตือนสติว่า พระเจ้าทรงสดับฟังเสียงร้องไห้ในยามทุกข์ยาก แม้จะเป็นลูกที่เกิดจากความผิดพลาดของมนุษย์ แต่พระเจ้าก็ยังทรงมีแผนการและพระเมตตาสำหรับชีวิตของเขา

ปฐมกาล 16 สอนเราว่า "ความอดทนในการรอคอยพระเจ้าคือชัยชนะ แต่การชิงลงมือก่อนพระองค์คือภาระที่ต้องแบกรับ" อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผิดพลาดนั้น พระเจ้ายังทรงเป็น เอล โรอิ พระเจ้าผู้ไม่เคยละสายตาไปจากความเจ็บปวดของเราเลยครับ