เรื่องย่อ
พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ไปยังดินแดนที่พระองค์จะประทาน อับราฮัมเชื่อฟังและไปกับภรรยาและคนรับใช้ พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะให้เชื้อสายของอับราฮัมเป็นประชาชาติใหญ่ ต่อมาเกิดความอดอยาก อับราฮัมจึงไปอียิปต์ ที่นั่นเขาแกล้งบอกว่าซาราห์เป็นน้องสาว เพื่อความปลอดภัย หลังจากนั้น เขาและครอบครัวกลับไปยังคานาอัน และแยกทางกับหลานชายโลท พระเจ้าทรงทำพันธสัญญากับอับราฮัม สัญญาว่าจะให้แผ่นดินและเชื้อสายมากมาย แม้ว่าอับราฮัมยังไม่มีลูก อับราฮัมแสดงความเชื่อในพระเจ้าแม้เผชิญความยากลำบาก
เมื่อเราเริ่มเรื่องราวของอับราม (ซึ่งต่อมาเป็นที่รู้จักกันในชื่ออับราฮัม) เขาเป็นลูกหลานของอาดัมและโนอาห์ ผ่านทางเชม บุตรชายของโนอาห์ อับรามเกิดประมาณสองพันปีหลังจากอาดัม และสามร้อยปีหลังจากน้ำท่วมใหญ่ พระเจ้าทรงเลือกครอบครัวของอับรามสำหรับความสัมพันธ์พิเศษ โดยทรงสัญญาว่าจะอวยพรเขาและทำให้เขาเป็นพรแก่คนอื่นๆ ในโลก โดยผ่านทางเชื้อสายของเขาจะเป็นการประสูติของพระเมสสิยาห์
แม้ว่าอับรามจะได้รับสัญญาถึงดินแดนและทรัพย์สมบัติ แต่ชาวคานาอันที่เป็นศัตรูของพระเจ้าก็อาศัยอยู่ในดินแดนนั้น ในช่วงที่เกิดความอดอยาก อับรามและซาราย ภรรยาของเขา พร้อมกับล็อต หลานชายของเขา ได้เดินทางไปอียิปต์ อับรามกลัวว่าฟาโรห์จะลักพาตัวซารายไป จึงให้เธอแกล้งทำเป็นน้องสาวของเขา ฟาโรห์ลักพาตัวซาราย แต่พระเจ้าทรงเปิดเผยความจริง ทำให้ซารายได้รับการปล่อยตัว เมื่อกลับมา พวกเขาอาศัยอยู่ในพื้นที่ทุ่งเนเกฟ แต่เนื่องจากทรัพย์สมบัติมากมายจนทุ่งหญ้าไม่เพียงพอ อับรามและล็อตจึงตัดสินใจแยกทางกัน ล็อตเลือกดินแดนที่อุดมสมบูรณ์ แต่อยู่ใกล้กับคนชั่วร้าย ต่อมาเมื่อสงครามเกิดขึ้น ล็อตถูกลักพาตัว อับรามจึงนำคนของเขาไล่ตามไปจนสามารถช่วยล็อตกลับมาได้ อับรามได้พบกับเมลคิเซเด็ค กษัตริย์ผู้ชอบธรรมแห่งซาเลม ที่นำขนมปังและไวน์มาให้ เมลคิเซเด็คเป็นทั้งกษัตริย์และปุโรหิต เช่นเดียวกับพระเยซูในภายหลัง
พระเจ้าทรงสัญญากับอับรามว่าเขาจะมีบุตรชาย แม้ว่าอับรามจะมีอายุมากแล้วก็ตาม เขาก็เชื่อในพระวจนะของพระเจ้า ซึ่งเป็นการแสดงความเชื่อที่น่ายกย่อง แม้จะมีข้อสงสัยบ้าง อับรามก็ยังคงวางใจในพระเจ้า ดังนั้น พระเจ้าจึงทรงกระทำพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์กับเขา โดยทรงกำกับการบูชาสัตว์ และทรงยืนยันพันธสัญญาในขณะที่อับรามนอนหลับ
ข้อคิด: ปฐมกาล 12-15
เรื่องเล่ากล่าวถึงพิธีกรรมโบราณที่แปลกประหลาด โดยปกติแล้ว คนรับใช้จะต้องเดินผ่านระหว่างซากสัตว์ที่ถูกตัดเป็นชิ้นๆ เป็นการสาบานว่าจะทำตามพันธสัญญา หากผิดสัญญา จะต้องถูกทำโทษเช่นเดียวกับสัตว์เหล่านั้น
แต่ในครั้งนี้ พระเจ้าปรากฏในรูปของไฟ และพระองค์เองที่ทรงเดินผ่านไฟแทนคนรับใช้ กษัตริย์เป็นผู้รับผิดชอบต่อพันธสัญญา ไม่ใช่คนรับใช้ นี่เป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงมีส่วนร่วมโดยตรง และทรงเป็นทั้งผู้ให้สัญญาและผู้ประทานพร
คำถาม
1. ความเชื่อและการเชื่อฟัง: ในปฐมกาล 12, พระเจ้าทรงเรียกอับราฮัมให้ไปยังสถานที่ที่พระองค์จะทรงแสดงให้เห็น ในชีวิตปัจจุบัน เราจะรู้ได้อย่างไรว่า "สถานที่" ที่พระเจ้าทรงเรียกเราไปนั้นคือที่ใด? เราจะรับรู้และเชื่อฟังเสียงเรียกของพระเจ้าได้อย่างไรในท่ามกลางเสียงต่างๆ ในโลกปัจจุบัน?
2. การเป็นพรและการเป็นพยาน: พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะทรงทำให้วงศ์วานของอับราฮัมเป็นพรแก่บรรดาประชาชาติ ในปัจจุบัน เราสามารถเป็นพรแก่ผู้อื่นได้อย่างไรบ้าง? อะไรคือวิธีที่เราสามารถแสดงความรักและเมตตาต่อผู้คนรอบข้างได้?
ปฐมกาล บทที่ 12 เป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของประวัติศาสตร์ความรอด เพราะเป็นเรื่องราวการเรียกของ อับราฮัม (อับราม) ซึ่งให้ข้อคิดที่ลึกซึ้งในการดำเนินชีวิตกับพระเจ้า ดังนี้ครับ:
1. ความเชื่อคือการ "ก้าวออกไป" แม้ไม่เห็นปลายทาง
พระเจ้าสั่งให้อับรามละทิ้งบ้านเกิด สังคมที่คุ้นเคย และความมั่นคง เพื่อไปยัง "ดินแดนที่เราจะบอกให้เจ้าพึงรู้" (ข้อ 1)
- ข้อคิด: บ่อยครั้งพระเจ้าไม่ได้บอกแผนการทั้งหมดล่วงหน้า แต่ทรงต้องการให้เราเชื่อฟัง "ทีละก้าว" การเป็นผู้นำหรือคริสเตียนที่เติบโต ต้องกล้าทิ้งความคุ้นเคยเดิม (Comfort Zone) เพื่อรับพระพรใหม่ที่ใหญ่กว่า
- การนำมาใช้: สำรวจว่ามีสิ่งใดที่พระเจ้ากำลังเรียกให้คุณละวาง เพื่อที่คุณจะสามารถก้าวไปสู่จุดประสงค์ที่พระองค์วางไว้ได้
2. เราได้รับพระพร เพื่อที่จะ "เป็นพระพร"
พระเจ้าสัญญาจะทำให้อับรามเป็นชนชาติใหญ่และมีชื่อเสียงเลื่องลือ แต่เป้าหมายสูงสุดคือ "บรรดาเผ่าพันธุ์ทั่วโลกจะได้รับพระพรเพราะเจ้า" (ข้อ 2-3)
- ข้อคิด: พระพรที่พระเจ้าประทานให้เรา (ไม่ว่าจะเป็นสติปัญญา ทรัพย์สิน หรือตำแหน่ง) ไม่ได้มีไว้เพื่อความภาคภูมิใจส่วนตัวเท่านั้น แต่มีไว้เพื่อส่งต่อให้กับผู้อื่น ผู้นำที่แท้จริงคือท่อพระพร ไม่ใช่อ่างเก็บพระพร
- การนำมาใช้: ลองถามตัวเองว่า "พระพรที่ฉันได้รับในวันนี้ สามารถช่วยเหลือหรือหนุนใจใครได้บ้าง?"
3. มนุษย์อาจล้มเหลว แต่พระเจ้ายังทรงสัตย์ซื่อ
ในช่วงที่เกิดการกันดารอาหาร อับรามลงไปในอียิปต์และมุสาเรื่องภรรยาเพราะความกลัว (ข้อ 11-13) แม้เขาจะทำผิดพลาดและขาดความเชื่อในตอนนี้ แต่พระเจ้ายังทรงปกป้องและรักษาพันธสัญญาของพระองค์ (ข้อ 17)
- ข้อคิด: ความเชื่อไม่ใช่ความสมบูรณ์แบบ แต่คือความสัมพันธ์ที่ต่อเนื่อง แม้ในวันที่เราอ่อนแอหรือตัดสินใจผิดพลาด หากเรากลับมาหาพระองค์ ความสัตย์ซื่อของพระเจ้ายังคงอยู่และพร้อมจะนำเรากลับสู่ทางที่ถูกต้องเสมอ
- การนำมาใช้: อย่าให้ความล้มเหลวในอดีตมาขัดขวางไม่ให้คุณเริ่มต้นใหม่กับพระเจ้า พระคุณของพระองค์ใหญ่กว่าความผิดพลาดของเรา
ในวันนี้ คุณกำลังวางความเชื่อใจไว้ที่ "ความมั่นคงของโลกนี้" หรือวางไว้ที่ "เสียงเรียกของพระเจ้า" เหมือนที่อับราฮัมได้ทำ?