Thai Mission Reading Plan 2025

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2025

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
กิจการ 4

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
กิจการ 5

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
กิจการ 6

เรื่องย่อ

ในพระธรรมกิจการบทที่ 4-6 บรรยายถึงการเติบโตและอุปสรรคแรกเริ่มของคริสตจักรยุคแรกเริ่ม เปโตรและยอห์นถูกจับกุมและถูกสั่งห้ามไม่ให้เทศนาเรื่องพระเยซูอีก แต่พวกเขายืนกรานที่จะเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่ามนุษย์ และเหล่าผู้เชื่อต่างอธิษฐานขอความกล้าหาญพร้อมทั้งแบ่งปันสิ่งของกันและกัน แม้ว่าจะมีเหตุการณ์น่าเศร้าอย่างอนาเนียและสัปฟีราที่โกหกเรื่องถวายทรัพย์และเสียชีวิตไปก็ตาม อัครทูตยังคงทำหมายสำคัญและอัศจรรย์มากมาย ทำให้พวกเขาถูกจับกุมอีกครั้ง แต่ก็ได้รับการปลดปล่อยอย่างอัศจรรย์จากคุก พวกเขายังคงประกาศข่าวประเสริฐอย่างไม่เกรงกลัว เมื่อคริสตจักรเติบโตขึ้นและมีปัญหาเรื่องการแจกจ่ายอาหารให้แก่หญิงม่าย อัครทูตจึงแต่งตั้งชายที่เปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญาเจ็ดคน เช่น สเตเฟน ให้รับผิดชอบงานด้านการรับใช้ ทำให้พวกอัครทูตสามารถทุ่มเทให้กับการอธิษฐานและพันธกิจแห่งพระวจนะได้อย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม สเตเฟนก็ถูกกล่าวหาและนำตัวไปขึ้นศาลเช่นกัน

 

เปโตรและยอห์นรักษาชายง่อยคนหนึ่ง และใช้โอกาสนี้ประกาศข่าวประเสริฐของพระเยซู ทำให้เกิดการต่อต้านอย่างรุนแรงยิ่งขึ้น แม้จะถูกจับกุมและคุมขัง เปโตรและคนอื่นๆ ยังคงเทศนาต่อไป จนทำให้มีผู้เชื่อถึงห้าพันคน เมื่อถูกสอบถามถึงแหล่งอำนาจ เปโตรประกาศอย่างกล้าหาญว่าการรักษาและฤทธิ์อำนาจมาจากพระเยซู ผู้ที่พวกผู้นำได้ตรึงกางเขน แม้ผู้นำจะงุนงงกับปัญญาของชายที่ไม่มีการศึกษา แต่พวกเขาก็ปล่อยเปโตรและยอห์นไป โดยสั่งห้ามไม่ให้พูดถึงพระเยซูอีก แต่พวกอัครทูตปฏิเสธที่จะเงียบ เมื่อรวมตัวกับผู้เชื่อคนอื่นๆ พวกเขาอธิษฐานขอความกล้าหาญในการเผยแพร่ข่าวประเสริฐต่อไป โดยพระเจ้าทรงตอบคำอธิษฐานนั้น

ท่ามกลางการทดลองที่เพิ่มขึ้น ชุมชนผู้เชื่อเติบโตขึ้นด้วยการแบ่งปัน บารนาบัสขายที่ดินเพื่อช่วยเหลือผู้ขัดสน แต่เรื่องราวของอานาเนียและสัปฟีราเผยให้เห็นความอันตรายของการแสร้งทำเป็นใจกว้าง พวกเขาขายที่ดินและซ่อนส่วนหนึ่งของรายได้ไว้ ทำให้เปโตรต้องเผชิญหน้ากับพวกเขาด้วยคำพยากรณ์ถึงการโกหกต่อพระวิญญาณบริสุทธิ์ ส่งผลให้ทั้งคู่เสียชีวิตอย่างกะทันหัน เหตุการณ์นี้ทำให้ผู้คนภายนอกทั้งทึ่งและหวาดกลัวต่ออำนาจของพระเจ้าในหมู่ผู้ติดตามพระคริสต์ พวกเขายังคงสังเกตการณ์อย่างระมัดระวัง แม้จะมีข่าวลือแพร่สะพัดถึงอำนาจในการรักษาของเปโตรก็ตาม

ความอิจฉาของผู้นำศาสนานำไปสู่การจับกุมอัครทูตอีกครั้ง แต่ทูตสวรรค์ของพระเจ้าปลดปล่อยพวกเขาออกจากคุกอย่างน่าอัศจรรย์ ทำให้พวกเขากลับไปเทศนาในพระวิหารทันที เมื่อถูกนำตัวมาต่อหน้าสภาอีกครั้ง พวกอัครทูตยืนยันในข่าวสารของตน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียด กามาลิเอล ฟาริสีผู้มีสติปัญญา แนะนำให้ปล่อยพวกเขาไป โดยกล่าวว่าหากการเคลื่อนไหวนี้ไม่ได้มาจากพระเจ้า มันจะสลายไปเอง แต่ถ้ามาจากพระเจ้า พวกเขาก็ไม่ควรต่อต้านพระองค์ ผู้นำจึงโบยอัครทูตและปล่อยพวกเขาไป ซึ่งพวกอัครทูตก็ชื่นชมยินดีที่ได้รับเกียรติให้ทนทุกข์เพื่อพระนามของพระเยซู ต่อมา เพื่อจัดการกับความแตกต่างทางวัฒนธรรมในชุมชนที่กำลังเติบโต ได้มีการแต่งตั้งชายเจ็ดคนรวมถึงสเทเฟนให้ดูแลการแจกจ่ายอาหาร ทำให้พวกอัครทูตสามารถมุ่งเน้นไปที่การเทศนาต่อไปได้ สเทเฟนผู้เต็มด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์ ได้ทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์มากมาย แต่ก็ต้องเผชิญกับการต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวยิวบางกลุ่ม จนกระทั่งถูกนำตัวมาขึ้นศาล ซึ่งในขณะนั้นใบหน้าของเขาก็เปล่งประกายราวกับทูตสวรรค์

 

ข้อคิด: กิจการ 4-6

เปโตรได้ประกาศอย่างชัดเจนว่า "โดยพระองค์เท่านั้นที่ความรอดมาถึง เพราะว่านามอื่นภายใต้ฟ้าซึ่งทรงประทานให้มนุษย์เพื่อเราทั้งหลายจะรอดได้นั้นไม่มีเลย" (กิจการ 4:12) ในบริบทของวัฒนธรรมยิว "นาม" ไม่ได้หมายถึงแค่คำพูด แต่เป็นตัวแทนของบุคลิกภาพ ลักษณะนิสัย และจุดประสงค์ทั้งหมดของบุคคล ดังนั้นฤทธิ์อำนาจแห่งความรอดจึงไม่ได้อยู่ที่เพียงแค่คำว่า "เยซู" แต่ฝังอยู่ในพระบุคลิกภาพทั้งหมดของพระองค์ เปโตรกำลังชี้ให้เห็นว่าข่าวประเสริฐมีความเฉพาะเจาะจงอย่างไร แม้บางคนอาจมองว่าศาสนาคริสต์เป็นศาสนาที่กีดกัน แต่ข่าวประเสริฐไม่ได้กีดกัน ทว่ามีความเฉพาะเจาะจงอย่างยิ่งในการนำเสนอทางรอด พระองค์ทรงเป็นความหวังเดียวสำหรับการไถ่บาป เป็นแหล่งเดียวของความช่วยเหลือ และเป็นที่มาของความชื่นชมยินดีอย่างแท้จริงสำหรับเราทุกคน

 

คำถาม

1.   เมื่อต้องเผชิญกับการต่อต้าน การตัดสินใจที่ยากลำบาก หรือความกดดันที่ให้ประนีประนอมในสิ่งที่ตนเองเชื่อ คุณจะรักษาวิจารณญาณที่ชัดเจนและยืนหยัดในหลักการของคุณได้อย่างไร(พิจารณาจากเปโตรและยอห์นที่ประกาศพระนามของพระเยซูอย่างกล้าหาญแม้จะถูกห้ามและข่มขู่ในกิจการ 4 และการที่อัครทูตในกิจการ 5 ยืนยันว่า "เราต้องเชื่อฟังพระเจ้ามากกว่ามนุษย์" วัตถุประสงค์ในชีวิตของคุณคืออะไรที่ทรงพลังพอที่จะทำให้คุณยืนหยัดในความจริง ไม่ว่าสถานการณ์จะยากลำบากเพียงใด?)

2.   ในชุมชนหรือแวดวงที่คุณอยู่ คุณจะสามารถระบุและตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้คนได้อย่างไร เพื่อให้เกิดความเป็นธรรม ความสามัคคี และการเติบโตของส่วนรวม(พิจารณาถึงการที่คริสตจักรยุคแรกมีการแบ่งปันกันเพื่อไม่มีใครขัดสนในกิจการ 4 และการที่ปัญหาเรื่องการปรนนิบัติแม่ม่ายได้รับการแก้ไขโดยการแต่งตั้งมัคนายกในกิจการ 6 ซึ่งช่วยให้อัครทูตยังคงมุ่งเน้นที่การอธิษฐานและการประกาศพระวจนะ วัตถุประสงค์ในชีวิตของคุณคืออะไรที่กระตุ้นให้คุณรับใช้ผู้อื่นอย่างสร้างสรรค์ และคุณจะรักษาสมดุลระหว่างการตอบสนองความต้องการรอบตัวกับการมุ่งเน้นไปที่การเรียกหลักของคุณได้อย่างไร?)

 

 

ข้อคิดสำคัญจากกิจการของอัครทูต บทที่ 6 คือการจัดระเบียบคริสตจักรเพื่อแก้ไขปัญหาภายในคริสตจักรยุคแรก และการให้ความสำคัญกับงานรับใช้ด้านพระวิญญาณเหนืองานบริหารจัดการ ซึ่งนำไปสู่การเติบโตที่แท้จริง

กิจการ บทที่ 6 เปิดฉากด้วยปัญหาการขาดความเท่าเทียมในการแจกจ่ายอาหารแก่หญิงม่ายที่พูดภาษากรีก ซึ่งเป็นปัญหาด้าน การบริหารจัดการ (Administration)

  • การแบ่งงานตามความถนัด: อัครทูตได้ตัดสินใจเลือกชาย 7 คนที่มีคุณสมบัติเหมาะสมให้ดูแลเรื่องการแจกจ่ายอาหาร (พันธกิจด้าน การปรนนิบัติ/บริการ) เพื่อให้พวกตนสามารถทุ่มเทให้กับงานหลักได้
  • งานหลักของผู้นำฝ่ายวิญญาณ: อัครทูตกล่าวว่า: "ส่วนพวกเราจะอุทิศตัวให้แก่การอธิษฐานและพันธกิจด้านพระวจนะ" (กิจการ 6:4)
    • ข้อคิด: ผู้นำฝ่ายวิญญาณต้องให้ความสำคัญสูงสุดแก่การอธิษฐานและการประกาศ/สอนพระวจนะ เพราะเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับการนำทางและเลี้ยงดูจิตวิญญาณของประชากร
  • การเลือกบุคลากรที่เหมาะสม: ชาย 7 คนที่ได้รับเลือกต้องมีคุณสมบัติที่สำคัญคือ "มีชื่อเสียงดี เปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์และสติปัญญา" (กิจการ 6:3)
    • ข้อคิด: การเลือกผู้ร่วมงานในพันธกิจไม่ได้ดูแค่ความสามารถในการทำงาน แต่ดูที่ คุณลักษณะฝ่ายวิญญาณเป็นหลัก

สเทเฟนเป็นหนึ่งในเจ็ดคนที่ได้รับเลือก เขามีชีวิตที่เป็นแบบอย่างที่สำคัญ:

  • ผู้เปี่ยมด้วยพระวิญญาณและฤทธิ์เดช: แม้จะมีตำแหน่งเป็นผู้รับใช้ดูแลเรื่องอาหาร แต่สเทเฟนก็ "เต็มเปี่ยมด้วยพระคุณและฤทธิ์อำนาจ" (กิจการ 6:8) และสามารถทำหมายสำคัญและการอัศจรรย์ยิ่งใหญ่ได้
    • ข้อคิด: การรับใช้ใด ๆ ในคริสตจักรสามารถกลายเป็นการรับใช้ที่มีฤทธิ์อำนาจได้ หากผู้รับใช้คนนั้นเต็มเปี่ยมด้วยพระวิญญาณบริสุทธิ์
  • ความกล้าหาญในการเป็นพยาน: สเทเฟนได้ประกาศพระคำด้วยสติปัญญาและฤทธิ์เดชจนไม่มีใครโต้แย้งได้ แม้จะถูกต่อต้านและใส่ร้ายก็ตาม (กิจการ 6:10-14)
    • ข้อคิด: เมื่อเราทำตามน้ำพระทัยของพระเจ้าอย่างซื่อสัตย์แม้จะเจอกับการต่อต้านหรือความยากลำบากเราก็ไม่ควรย่อท้อ เพราะพระเจ้าจะประทานสง่าราศีและความกล้าหาญ ให้กับเรา (สเทเฟนมีใบหน้าเหมือนทูตสวรรค์ - กิจการ 6:15)

ผลลัพธ์ของการจัดระบบที่ดี

  • การเจริญเติบโตของพระวจนะ: เมื่อผู้นำสามารถมุ่งเน้นไปที่การอธิษฐานและพระวจนะ "การประกาศพระวจนะของพระเจ้าก็เจริญขึ้น"
  • การเพิ่มจำนวนผู้เชื่อ: "จำนวนสาวกก็ทวีขึ้นเป็นอันมากในกรุงเยรูซาเล็ม" และที่น่าประทับใจคือ "พวกปุโรหิตเป็นอันมากก็ได้เชื่อในพระศาสนา" (กิจการ 6:7)

การจัดระบบบริหารจัดการที่ดีไม่ได้มีจุดประสงค์เพื่อให้งานราบรื่นเท่านั้น แต่มีเพื่อเสริมผู้นำให้ไปทำพันธกิจฝ่ายวิญญาณได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญสู่การเติบโตของคริสตจักรที่แท้จริง