เรื่องย่อ
เฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 21-23 กล่าวถึงกฎหมายและข้อบังคับต่างๆ เกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ความยุติธรรม และสุขอนามัยของชาวอิสราเอล บทที่ 21 กล่าวถึงการจัดการกับคดีฆาตกรรมที่ไม่ทราบผู้กระทำผิด และกฎเกี่ยวกับการแต่งงาน บทที่ 22 กล่าวถึงกฎหมายต่างๆ เช่น การปฏิบัติต่อสัตว์ ความรับผิดชอบต่อทรัพย์สิน และการแต่งงาน บทที่ 23 กล่าวถึงกฎเกี่ยวกับสุขอนามัย การเข้าร่วมกองทัพ และการปฏิบัติต่อศัตรู บทเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในรายละเอียดของชีวิตประจำวัน การรักษาความยุติธรรม และการดูแลสุขภาพ เพื่อสร้างสังคมที่สงบสุข มั่นคง และยั่งยืน สำหรับชาวอิสราเอลในแผ่นดินคานาอัน
โมเสสกล่าวคำอำลาส่งท้ายโดยนำเสนอหลายกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ระหว่างผู้ชายและผู้หญิง โดยเน้นว่าพระเจ้ากำลังมอบรากฐานสำหรับสังคมที่มีประสิทธิภาพ แม้ว่าจะไม่ได้เป็นสังคมที่สมบูรณ์แบบก็ตาม พระวิธีการที่พระเจ้าตั้งไว้เป็นการยอมรับสถานการณ์ที่ไม่สมบูรณ์ และพระองค์กำลังให้วิธีการที่มีเกียรติแก่พวกเขาในการจัดการกับเรื่องต่าง ๆ เช่น การมีภรรยาหลายคน โดยไม่สนับสนุนแต่การยอมรับว่ามันเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง
หนึ่งในกฎหมายที่ท้าทายเกี่ยวข้องกับการแต่งงานกับผู้หญิงที่ถูกจองจำ ซึ่งการแต่งงานในสมัยนั้นไม่เหมือนกับมุมมองความรักในปัจจุบัน ผู้หญิงในสังคมนี้มักแต่งงานเพื่อเลี้ยงชีพ ในกรณีนี้ ความกฎหมายที่พระเจ้ากำหนดให้สิทธิและเกียรติแก่ผู้หญิง โดยให้เวลาเธอสามสิบวันในการโศกเศร้าก่อนที่จะแต่งงานอีกครั้ง และหากการแต่งงานไม่ประสบความสำเร็จ พระเจ้าก็ได้กำหนดให้ผู้ชายปฏิบัติกับเธอด้วยเกียรติ
กฎหมายอีกประการหนึ่งเกี่ยวกับการรักษาความบริสุทธิ์ของผู้หญิง ซึ่งมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและมรดกของเผ่า พระเจ้าทรงวางมาตรฐานในการตัดสินว่าสถานการณ์จริงเป็นอย่างไร เมื่อมีการข่มขืนเกิดขึ้น พระเจ้ามีกฎหมายที่มุ่งหวังให้เกิดความยุติธรรมตามสถานการณ์ ที่สำคัญคือการแยกพวกเขาออกจากประชาชาติที่ไม่ปฏิบัติตามพระยาห์เวห์ โดยใช้กฎหมายที่ห้ามไม่ให้ผสมสิ่งต่างๆ เพื่อเตือนใจชาวอิสราเอลถึงการรักษาความแตกต่างทางศาสนาและคุณธรรมในชีวิตประจำวัน
ข้อคิด: เฉลยธรรมบัญญัติ 21-23
กฎหมายเกี่ยวกับการแขวนคอคนที่ถูกลงโทษระบุให้ฝังเขาในวันเดียวกันเพราะการถูกแขวนคอถือว่าถูกสาปแช่ง เปาโลอ้างถึงเรื่องนี้ในกาลาเทีย 3:13 ว่า “พระคริสต์ทรงไถ่เราจากคำสาปแช่งของธรรมบัญญัติโดยทรงกลายเป็นคำสาปแช่งแทนเรา” ซึ่งหมายความว่าพระคริสต์ได้รับเอาคำสาปแทนเรา โมเสสยังกล่าวว่า “พระยาห์เวห์ทรงเปลี่ยนคำสาปแช่งเป็นพร” สัญญาณถึงความรักที่พระเจ้ามีต่อเรา พระองค์พลิกอนาคตของเราโดยรับเอาความผิดหรือคำสาปที่เราสมควรได้รับด้วยพระองค์เองผ่านการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน เพื่อให้เราได้รับพรเหมือนที่ชาวอิสราเอลได้รับ ดังนั้นพระเจ้า ผู้เปลี่ยนคำสาปให้เป็นพร เป็นพระเจ้าที่คู่ควรแก่การเคารพบูชาเสมอ และทรงเป็นแหล่งแห่งความชื่นชมยินดีในชีวิตเรา
คำถาม
1. การรับผิดชอบต่อการกระทำและผลที่ตามมา: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 21 มีการพูดถึงหน้าที่และความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด เช่น การเกิดอุบัติเหตุหรือความไม่ยุติธรรม เราจะสามารถนำแนวคิดนี้มาใช้ในการรับผิดชอบต่อการกระทำของเราในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? สิ่งที่เราทำมีผลต่อผู้อื่นอย่างไร และเราจะสามารถสร้างความรับผิดชอบในชุมชนของเราได้อย่างไร?
2. การรักษาความบริสุทธิ์ในความสัมพันธ์และการสร้างสังคมที่ดี: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 22-23 มีการกำหนดข้อบังคับเกี่ยวกับความบริสุทธิ์และการปฏิบัติต่อกันในความสัมพันธ์ เราจะสามารถนำหลักการเหล่านี้มาใช้ในการสร้างความสัมพันธ์ที่มีคุณค่าและเป็นบวกในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? และเราจะสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างคริสตจักรที่มีค่านิยมเช่นนี้ได้อย่างไร?
การทำผิดในชีวิตสมรสถือเป็นความผิดร้ายแรงที่ละเมิดพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ที่พระเจ้าทรงสถาปนาไว้ นี่คือภาพรวมของมุมมองจากพระคัมภีร์:
การผิดศีลธรรมทางเพศ:
- เฉลยธรรมบัญญัติ 22 มีกฎหมายที่เข้มงวดเกี่ยวกับความบริสุทธิ์ทางเพศและการแต่งงาน กฎหมายเหล่านี้มีจุดมุ่งหมายเพื่อรักษาสถาบันการแต่งงานให้บริสุทธิ์และป้องกันการผิดศีลธรรมทางเพศ
- พระคัมภีร์มองว่าการผิดศีลธรรมทางเพศเป็นการละเมิดความไว้วางใจและความซื่อสัตย์ระหว่างคู่สมรส ซึ่งทำลายความสัมพันธ์ที่พระเจ้าทรงออกแบบไว้
มุมมองทางพระคัมภีร์เกี่ยวกับการแต่งงาน:
- พระคัมภีร์สอนว่าการแต่งงานเป็นพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์ระหว่างชายและหญิง และเป็นสัญลักษณ์ของความสัมพันธ์ระหว่างพระคริสต์และคริสตจักร
- ความซื่อสัตย์และความภักดีเป็นคุณธรรมที่สำคัญในการแต่งงาน และการนอกใจเป็นการละเมิดคุณธรรมเหล่านี้
ผลที่ตามมาของการทำผิดในชีวิตสมรส:
- พระคัมภีร์เตือนถึงผลที่ตามมาที่ร้ายแรงของการทำผิดในชีวิตสมรส ซึ่งรวมถึงความเสียหายทางอารมณ์ ความแตกแยกในครอบครัว และการพิพากษาของพระเจ้า
- ในสมัยโบราณ บทลงโทษสำหรับการล่วงประเวณีนั้นรุนแรง ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความร้ายแรงของบาปนี้ในสายพระเนตรของพระเจ้า
หลักการที่ได้เรียนรู้:
- พระเจ้าทรงให้ความสำคัญกับความบริสุทธิ์ทางเพศและความซื่อสัตย์ในการแต่งงาน
- การทำผิดในชีวิตสมรสเป็นการละเมิดพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์และมีผลกระทบที่ร้ายแรง
- การให้อภัยและการคืนดีเป็นไปได้ แต่ต้องมีการกลับใจอย่างจริงใจและการฟื้นฟูความไว้วางใจ
ข้อพระคัมภีร์เพิ่มเติมที่เกี่ยวข้อง:
- มัทธิว 5:27-28: พระเยซูทรงขยายความหมายของการล่วงประเวณี โดยตรัสว่าการมองผู้หญิงด้วยใจกำหนัดก็ถือเป็นการล่วงประเวณีในใจแล้ว
- ฮีบรู 13:4: "จงให้การสมรสเป็นที่นับถือแก่คนทั้งปวง และให้เตียงสมรสปราศจากมลทิน เพราะว่าคนล่วงประเวณีและคนผิดผัวผิดเมียนั้น พระเจ้าจะทรงพิพากษาโทษเขา"
โดยสรุปแล้ว พระคัมภีร์มองว่าการทำผิดในชีวิตสมรสเป็นการละเมิดพันธสัญญาอันศักดิ์สิทธิ์และมีผลกระทบที่ร้ายแรง พระเจ้าทรงเรียกให้คู่สมรสรักษาความบริสุทธิ์ทางเพศและความซื่อสัตย์ และแสวงหาการให้อภัยและการคืนดีเมื่อมีการทำผิดเกิดขึ้น