Thai Mission Reading Plan 2025

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2025

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
เฉลยธรรมบัญญัติ 17

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
เฉลยธรรมบัญญัติ 18

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
เฉลยธรรมบัญญัติ 19

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV
เฉลยธรรมบัญญัติ 20

เรื่องย่อ

เฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 17-20 กล่าวถึงกฎหมายและระเบียบต่างๆ สำหรับการปกครอง ศาลยุติธรรม และการทำสงครามของชาวอิสราเอล บทที่ 17 กล่าวถึงการแต่งตั้งกษัตริย์ การพิจารณาคดี และการตัดสินคดี บทที่ 18 กล่าวถึงการกำหนดบทบาทของปุโรหิตและผู้เผยพระวจนะ บทที่ 19 กล่าวถึงกฎหมายเกี่ยวกับการฆาตกรรมและการปกป้องผู้บริสุทธิ์ บทที่ 20 กล่าวถึงกฎเกี่ยวกับการทำสงคราม การปฏิบัติต่อเมืองต่างๆ และการปฏิบัติต่อศัตรู โดยรวมแล้ว บทเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความพยายามในการสร้างสังคมที่ยุติธรรม มีระเบียบ และเคารพต่อกฎหมายของพระเจ้า พร้อมทั้งให้กรอบในการปกครอง การตัดสินคดี และการทำสงคราม เพื่อให้ชาวอิสราเอลสามารถดำรงชีวิตในแผ่นดินคานาอันได้อย่างสงบสุขและมั่นคง

 


โมเสสบัญญัติกฎหมายใหม่สำหรับชาวอิสราเอลเมื่อพวกเขาจะไม่ต้องตั้งแคมป์ในทะเลทรายอีกต่อไป โดยเฉพาะกฎหมายเกี่ยวกับการนมัสการ เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขาบูชาเทพเจ้าอื่นในดินแดนใหม่ หากมีใครบูชาหมายถึงเทพเจ้าที่ถูกต้องตามกฎหมาย จะต้องมีพยานอย่างน้อยสองคนก่อนที่จะมีการลงโทษประหารชีวิต และผู้พยานเหล่านั้นต้องไม่มีการโกหก นอกจากนี้ พระเจ้ายังได้จัดตั้งศาลอุทธรณ์ที่ประกอบด้วยผู้พิพากษาและปุโรหิต เพื่อจัดการกับคดีที่ซับซ้อนมากขึ้น

โมเสสทำนายว่ามีวันที่ชาวอิสราเอลอาจตัดสินใจว่าจะต้องการกษัตริย์เหมือนประชาชาติอื่น ๆ โดยกษัตริย์จะต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้หลงระเริงไปกับความร่ำรวย ม้า หรือผู้หญิง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของอำนาจทางทหารและพันธมิตรทางการเมือง กษัตริย์ต้องมีหนังสือที่บันทึกกฎหมายของพระเจ้า เพื่อที่จะได้อ่านทุกวันและมีความถ่อมตัวในการปกครอง ความตั้งใจเหล่านี้คือการให้เขามีความยุติธรรมและรักษาความสัมพันธ์ที่ถูกต้องกับพระเจ้า

นอกจากนี้ พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะเรียกผู้เผยพระวจนะที่สามารถเข้าถึงพระองค์และพูดพระวจนะของพระองค์ให้กับชาวอิสราเอลฟัง โดยพระองค์ได้ประทานคำสั่งในการจัดการกับทหารที่มีบทบาทสำคัญ โดยไม่ต้องกลัวกองทัพที่ใหญ่กว่าเพราะพระเจ้าเป็นผู้บัญชาการสูงสุดที่อยู่เบื้องหลัง ยิ่งไปกว่านั้น พระเจ้าทรงมีกฎระเบียบที่แตกต่างกันในการจัดการกับเมืองในดินแดนแห่งพันธสัญญา และเมืองนอกดินแดน โดยให้ชาวอิสราเอลเข้าหาผู้คนด้วยสันติ แต่หากไม่ปฏิบัติตามก็ต้องจัดการด้วยความเด็ดขาด สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงแนวทางและวัตถุประสงค์ในการดำเนินแผนของพระเจ้าที่จะฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์และชาวอิสราเอล

 

ข้อคิด: เฉลยธรรมบัญญัติ 17-20

โมเสสกล่าวถึงเรื่องการกำจัดคนชั่วออกจากหมู่พวกเขาสามครั้ง ซึ่งหมายถึงการลงโทษประหารชีวิต ในขณะที่เปาโลใน 1 โครินธ์ 5:13 ใช้ความคิดนี้เพื่อสอนคริสตจักรเกี่ยวกับการจัดการกับผู้ที่กระทำผิดอยู่ในความกบฏ เขาสั่งให้แยกตัวบุคคลนั้นออกไป ไม่ใช่เพื่อการลงโทษประหารชีวิต แต่เพื่อหวังว่าจะช่วยให้เขาตระหนักถึงบาปและกระตุ้นให้เขากลับใจ นี่แสดงให้เห็นถึงความเอื้อเฟื้อของพระเจ้าต่อบุตรของพระองค์ เนื่องจากพระคริสต์ทรงรับโทษแทนเราและให้โอกาสในการกลับใจหลายครั้ง แม้ว่าเราจะสมควรได้รับการลงโทษ พระองค์ก็ทรงอดทนกับเราเมื่อเราทำบาปและตั้งคำถามถึงพระทัยของพระองค์ และถึงแม้เราจะมีความสงสัย แต่พระองค์ก็ทรงอยู่ที่นั่นเพื่อมอบความปีติยินดีให้เราเสมอ

 

คำถาม

1.   การเลือกผู้นำและการปฏิบัติตาม: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 17 มีการกล่าวถึงการเลือกตั้งกษัตริย์หรือผู้นำที่เหมาะสม เราจะสามารถนำหลักการนี้มาประยุกต์ใช้ในการเลือกผู้นำในคริสตจักรได้อย่างไร? เมื่อพิจารณาถึงคุณสมบัติที่สำคัญของผู้นำที่เราควรสนับสนุน เราจะสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างคริสตจักรที่ดีขึ้นได้อย่างไร?

2.   ความสำคัญของการมีจิตสำนึกในการทำดี: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 19-20 มีการพูดถึงการปฏิบัติตามกฎหมายเพื่อสร้างความยุติธรรมในสังคม เราจะสามารถนำแนวคิดเกี่ยวกับความยุติธรรมและการช่วยเหลือผู้อื่นมาใช้ในชีวิตประจำวันได้อย่างไร? และเราจะสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงเชิงบวกในสังคมได้อย่างไรต่อเมื่อเราเห็นความไม่เป็นธรรมและความไม่ถูกต้อง?

 

 

ในเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 19 มีหลักการสำคัญเกี่ยวกับการเป็นพยานในกระบวนการยุติธรรม ซึ่งมีเหตุผลและข้อคิดที่เราสามารถเรียนรู้ได้ดังนี้:

ทำไมถึงไม่ตัดสินพยานปากเดียว:

  • ป้องกันการกล่าวหาเท็จ:
    • การมีพยานหลายปากช่วยยืนยันความจริงและป้องกันการกล่าวหาเท็จที่อาจเกิดขึ้นจากความโกรธแค้นหรือความลำเอียงส่วนตัว
    • การตัดสินคดีด้วยพยานปากเดียวอาจนำไปสู่ความอยุติธรรมและการลงโทษผู้บริสุทธิ์
  • สร้างความน่าเชื่อถือ:
    • พยานหลายปากช่วยเพิ่มความน่าเชื่อถือของคำให้การ และทำให้การตัดสินคดีมีความแม่นยำมากขึ้น
    • การมีพยานหลายคนที่มีเรื่องราวสอดคล้องกันจะช่วยยืนยันว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความจริง

เราได้เรียนรู้อะไรจากพระเจ้า:

  • ความยุติธรรม:
    • พระเจ้าทรงเป็นพระเจ้าแห่งความยุติธรรม และทรงต้องการให้เราดำเนินชีวิตตามหลักการแห่งความยุติธรรม
    • ข้อกำหนดเรื่องพยานหลายปากเป็นตัวอย่างของความยุติธรรมที่พระเจ้าทรงประทานให้แก่เรา
  • ความซื่อสัตย์:
    • พระเจ้าทรงให้ความสำคัญกับความซื่อสัตย์ และทรงต้องการให้เราเป็นคนซื่อสัตย์ในการกระทำและคำพูดของเรา
    • การเป็นพยานเท็จเป็นการละเมิดความซื่อสัตย์ และนำไปสู่ผลเสียต่อตนเองและผู้อื่น

พระคัมภีร์ที่สนับสนุน:

  • เฉลยธรรมบัญญัติ 19:15 "พยานคนเดียวจะปรักปรำใครในความผิดใดๆ หรือในบาปใดๆ ที่เขาได้กระทำไม่ได้ ต้องมีพยานสองคน หรือพยานสามคนจึงจะยืนความจริงได้"
  • นอกจากนั้นในพระธรรมสุภาษิต ก็ยังมีการกล่าวย้ำในเรื่องความสำคัญของพยานที่เที่ยงธรรมเช่น
    • สุภาษิต 19:5 "พยานเท็จจะไม่พ้นโทษ และคนที่พูดมุสาจะหนีไม่รอด"
    • สุภาษิต 14:5 "พยานที่ซื่อสัตย์จะไม่มุสา แต่พยานเท็จจะพูดมุสา"
    • สุภาษิต 12:17 "คนที่พูดความจริงก็แสดงความชอบธรรม แต่พยานเท็จก็แสดงความเท็จ"
  • ในพระธรรมใหม่
    • มัทธิว 18:16 "แต่ถ้าเขาไม่ฟังเจ้า จงพาคนหนึ่งหรือสองคนไปด้วย เพื่อคำพยานทุกปากจะได้เป็นที่เชื่อถือได้ โดยปากคำของพยานสองสามปาก"
    • 1 ทิโมธี 5:19 "อย่ารับคำฟ้องร้องผู้ปกครอง เว้นแต่จะมีพยานสองสามปาก"

โดยสรุปแล้ว ข้อกำหนดเรื่องพยานหลายปากในเฉลยธรรมบัญญัติ บทที่ 19 เป็นหลักการที่สำคัญในการรักษากระบวนการยุติธรรม และสะท้อนถึงความสำคัญของความจริงและความซื่อสัตย์ในสายพระเนตรของพระเจ้า หลักการนี้ได้ถูกนำไปกล่าวถึงและสนับสนุนในพระคัมภีร์ข้ออื่น ๆ อีกมากมาย