เรื่องย่อ
เฉลยธรรมบัญญัติบทที่ 8-10 เน้นย้ำถึงความสำคัญของการเชื่อฟังพระเจ้าและการถ่อมตน บทที่ 8 เตือนชาวอิสราเอลอย่าลืมพระคุณของพระเจ้าที่ทรงนำพาพวกเขาผ่านทะเลทราย และเน้นถึงความสำคัญของการทำงานหนักและความพอใจในสิ่งที่มี บทที่ 9 กล่าวถึงความไม่สมควรของชาวอิสราเอลต่อความเมตตาของพระเจ้า และเตือนสติถึงความบกพร่องและการไม่เชื่อฟังในอดีต บทที่ 10 เน้นย้ำถึงการรักษาพระบัญญัติของพระเจ้า การปฏิบัติตามคำสั่งของพระองค์ และความสำคัญของการรักพระเจ้าด้วยสุดใจจิตวิญญาณ ทั้งหมดนี้เป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับชาวอิสราเอลที่จะเข้าสู่แผ่นดินคานาอัน โดยเน้นถึงความสัมพันธ์กับพระเจ้าเป็นสิ่งสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด และการดำเนินชีวิตอย่างถ่อมตนและเชื่อฟังเป็นหนทางสู่ความเจริญรุ่งเรือง
โมเสสกล่าวสุนทรพจน์ต่อคนรุ่นใหม่ของอิสราเอลก่อนที่พวกเขาจะเข้าสู่ดินแดนแห่งพันธสัญญา เขาชี้ให้เห็นว่าถิ่นทุรกันดารไม่เพียงเป็นการทดสอบ แต่ยังเป็นช่วงเวลาแห่งการฝึกฝนสำหรับพวกเขาในการเรียนรู้เกี่ยวกับความอดทนและความไว้วางใจในพระเจ้า โดยระบุว่าความแตกต่างระหว่างการลงโทษกับการวินัยมีความสำคัญ ในขณะที่การลงโทษเป็นการลงโทษที่มาจากบาป พระเจ้าทรงใช้การวินัยเพื่อเตรียมพวกเขาให้พร้อมสำหรับอนาคตและพระองค์จะแสดงความรักและการยอมรับของพระองค์ผ่านพระเยซู
โมเสสเตือนให้ระวังคำพูดในใจเกี่ยวกับความเย่อหยิ่งตัวเองและความคิดที่ว่าพวกเขาจะได้รับดินแดนนี้เพราะความดีของตนเอง เท่าที่พระเจ้าไม่ประทานแผ่นดินเพราะความชอบธรรมของพวกเขา แต่เพราะชนชาติอื่นไร้ความชอบธรรม เขาชี้ให้เห็นว่าความคิดผิดๆ เหล่านี้ทั้งความกลัวและความเย่อหยิ่งทำให้พวกเขาลืมพระเจ้า เขาเรียกร้องให้พวกเขาจำว่าพระเจ้าทรงดีและทรงประทานพรเป็นของขวัญฟรีแก่ผู้ที่ไม่สมควรได้รับ
สุดท้าย โมเสสเน้นว่าการเชื่อฟังพระเจ้ามิใช่แค่การทำตามกฎ แต่ต้องมีความรักและความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับพระองค์ โดยใช้สำนวน "จงขลิบใจของเจ้า" เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางจิตใจและอารมณ์ เขาเสนอว่าความรักที่ได้รับจากพระเจ้าจะต้องแสดงออกผ่านการดูแลและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ที่ไม่มีที่ดินหรือมรดก เช่น ชาวเลวีที่ไม่มีมรดกทางกายภาพ นี่คือวิธีการสร้างชุมชนที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่และมีความใส่ใจต่อกันภายในรัฐชาติของพวกเขา
ข้อคิด: เฉลยธรรมบัญญัติ 8-10
“พระยาห์เวห์พระเจ้าของท่านทรงเป็นเจ้าของฟ้าสวรรค์ ทั้งฟ้าสวรรค์อันสูงสุดและโลกกับสรรพสิ่งในนั้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นองค์พระผู้เป็นเจ้ายังทรงรักและโปรดปรานบรรพบุรุษของท่าน จึงได้เลือกสรรท่านทั้งหลายผู้เป็นวงศ์วานให้อยู่เหนือชนชาติอื่นทั้งปวงดังเช่นทุกวันนี้” (10:14–15) พระเจ้าเป็นเจ้าของทุกสิ่ง แต่พระองค์ก็ทรงรักเรา ไม่ใช่เพียงเพราะการกระทำที่ดีหรือความชอบธรรมเท่านั้น แต่ยังเป็นเพราะเราขาดสิ่งเหล่านี้ด้วย ความรักแบบนั้นมีเสน่ห์ดึงดูดใจมาก! หากเราจำได้ว่าเราเป็นใครและพระองค์เป็นใคร เราก็อดไม่ได้ที่จะเข้าหาพระองค์ พระองค์อยู่ที่ที่ความชื่นชมยินดี!
คำถาม
1. การทบทวนความดีและการพึ่งพาพระเจ้า: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 8 พระเจ้าทรงเตือนให้เราจำถึงการที่พระองค์ได้ประทานสิ่งดีๆ ให้ตลอดเวลา ทั้งในยามยากและในยามเจริญรุ่งเรือง เราจะสามารถนำแนวทางนี้มาใช้ในการเตือนใจตนเองและผู้อื่นให้พึ่งพาพระเจ้าในทุกสถานการณ์ได้อย่างไร? และการสร้างนิสัยในการขอบคุณและทบทวนความดีมีผลต่อชีวิตอย่างไร?
2. การรับผิดชอบต่อคำสอนและการดำเนินชีวิตที่มีคุณค่า: ในเฉลยธรรมบัญญัติ 10 พระเจ้าทรงเรียกร้องให้เราเลือกรับผิดชอบต่อพระบัญญัติและหมั่นทำตามคำสอนของพระองค์ ในชีวิตประจำวัน เราจะสามารถทำให้การปฏิบัติตามคำสอนกลายเป็นวิถีชีวิตที่มีคุณค่าได้อย่างไร? และมีวิธีใดบ้างที่เราสามารถศึกษาและแบ่งปันความหมายของคำสอนเหล่านี้ในชุมชนของเรา?
"เข้าสุหนัตใจ" เป็นคำอุปมาที่พบในพระคัมภีร์ ซึ่งไม่ได้หมายถึงการผ่าตัดทางกายภาพ แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจและความเชื่อ นี่คือความหมายและความสำคัญของแนวคิดนี้:
ความหมายเชิงสัญลักษณ์:
- การเปลี่ยนแปลงภายใน:
- "สุหนัตใจ" หมายถึงการละทิ้งความดื้อรั้นและความแข็งกระด้างในจิตใจ
- เป็นการเปิดใจรับพระเจ้าและการเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์
- เป็นการเปลี่ยนแปลงจากภายในสู่ภายนอก คือการมีจิตใจที่บริสุทธิ์และเชื่อฟังพระเจ้าอย่างแท้จริง
- การตัดสิ่งที่ไม่ดีออก:
- เช่นเดียวกับการเข้าสุหนัตทางกายภาพที่ตัดหนังหุ้มปลายออก "สุหนัตใจ" คือการตัดสิ่งที่ไม่ดีออกไปจากจิตใจ เช่น ความบาป ความเห็นแก่ตัว และความเย่อหยิ่ง
- เป็นการทำให้จิตใจสะอาดและบริสุทธิ์เพื่อที่จะเข้าใกล้พระเจ้าได้มากขึ้น
ความสำคัญในพระคัมภีร์:
- พันธสัญญาเดิม:
- ในเฉลยธรรมบัญญัติ 10:16 และ 30:6 มีการกล่าวถึงการเข้าสุหนัตใจ ซึ่งเป็นการเรียกร้องให้ชาวอิสราเอลละทิ้งความดื้อรั้นและหันกลับมาหาพระเจ้า
- เยเรมีย์ 4:4 และ 9:25-26 ยังได้กล่าวถึงการเข้าสุหนัตใจ, และตักเตือนคนที่ไม่เข้าสุหนัตใจ.
- พันธสัญญาใหม่:
- ในโรม 2:28-29 เปาโลอธิบายว่าการเป็นยิวแท้ไม่ได้อยู่ที่การเข้าสุหนัตทางกายภาพ แต่อยู่ที่การมีจิตใจที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงโดยพระวิญญาณบริสุทธิ์
- ฟิลิปปี 3:3 กล่าวว่าผู้ที่นมัสการพระเจ้าด้วยพระวิญญาณคือผู้ที่เข้าสุหนัตที่แท้จริง
- โคโลสี 2:11 กล่าวว่าผู้ที่เชื่อในพระเยซูคริสต์จะได้รับการเข้าสุหนัตที่ไม่ใช้มือกระทำคือการเข้าสุหนัตของพระคริสต์
ความสำคัญในปัจจุบัน:
- การเปลี่ยนแปลงชีวิต:
- แนวคิดเรื่องการเข้าสุหนัตใจยังคงมีความสำคัญสำหรับผู้เชื่อในปัจจุบัน
- เป็นการเรียกร้องให้เราตรวจสอบจิตใจของเราและละทิ้งสิ่งที่ไม่ดี
- เป็นการเชิญชวนให้เราเปิดใจรับพระเจ้าและให้พระองค์เปลี่ยนแปลงชีวิตของเรา
- ความสัมพันธ์กับพระเจ้า:
- การเข้าสุหนัตใจเป็นเงื่อนไขสำคัญสำหรับความสัมพันธ์ที่แท้จริงกับพระเจ้า
- เป็นการยอมจำนนต่อพระองค์และเชื่อฟังพระบัญญัติของพระองค์
- เป็นเรื่องของจิตใจภายในที่พระเจ้าให้ความสำคัญมากกว่าการกระทำภายนอก
โดยสรุปแล้ว "เข้าสุหนัตใจ" เป็นคำอุปมาที่หมายถึงการเปลี่ยนแปลงภายในจิตใจและความเชื่อ เป็นการละทิ้งความดื้อรั้นและหันกลับมาหาพระเจ้า เพื่อที่จะมีชีวิตที่บริสุทธิ์และเชื่อฟังพระองค์