เรื่องย่อ
เรื่องราวเข้มข้นขึ้นในวิวรณ์บทที่ 12-18 เมื่อการต่อสู้ในสวรรค์ระหว่าง พญานาค (ซาตาน) กับหญิงที่สวมดวงอาทิตย์ (อิสราเอล/ชนชาติของพระเจ้า) เคลื่อนลงมายังโลก! พญานาคนี้ได้ให้ สัตว์ร้ายตัวแรก ขึ้นมาจากทะเลซึ่งเป็นตัวแทนของอำนาจทางการเมืองโลกที่ได้รับพลังจากมาร และมันได้ชักจูงให้โลกบูชามัน และ สัตว์ร้ายตัวที่สอง ที่ขึ้นมาจากแผ่นดินก็กระทำการอัศจรรย์เพื่อบังคับให้ผู้คนรับ เครื่องหมายของสัตว์ร้าย ท่ามกลางการพิพากษาอันน่าสะพรึงกลัวนี้ มีการเปิดเผยภาพของผู้ที่ได้รับการไถ่แล้วยืนอยู่บนภูเขาศิโยน แต่ทูตสวรรค์ยังคงเท ขันแห่งพระพิโรธ ทั้งเจ็ดขันลงมา ซึ่งนำมาซึ่งภัยพิบัติครั้งสุดท้ายที่ทำลายโลกอย่างรวดเร็วที่สุด จุดสุดยอดคือการล่มสลายอันยิ่งใหญ่ของ บาบิโลนมหานคร ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของระบบเศรษฐกิจ ศาสนา และการเมืองของโลกที่ปฏิเสธพระเจ้า การพิพากษาของบาบิโลนนี้เป็นข้อสรุปอันน่าตื่นเต้นที่ปูทางไปสู่การเสด็จกลับมาของพระคริสต์อย่างสมบูรณ์แบบและชัยชนะของพระองค์
นิมิตของยอห์นเต็มไปด้วยสัญลักษณ์ที่ผู้ฟังดั้งเดิมเข้าใจผ่านเลนส์ประวัติศาสตร์อิสราเอล ผู้หญิงที่ให้กำเนิดบุตรผู้ปกครองประชาชาติ ซึ่งพญานาค (ซาตาน) พยายามทำลาย แต่พระเจ้าทรงปกป้องนั้น นักวิชาการส่วนใหญ่ตีความว่าผู้หญิงคืออิสราเอล ส่วนดวงดาวที่ถูกกวาดลงมาคือทูตสวรรค์ที่ล้มลง สงครามบนสวรรค์จบลงด้วยชัยชนะของทูตสวรรค์ที่เลือกสรร และซาตานถูกขับลงมายังโลก เมื่อไม่สามารถทำลายอิสราเอลได้ มันก็หันไปโจมตีลูกหลานอื่น ๆ ของพระเจ้า ซึ่งอาจเป็นคริสตจักรโดยรวม หรือชนชาติเหลือของอิสราเอล
ต่อมา สัตว์ร้ายจากทะเลที่มีเจ็ดหัวสิบเขา ซึ่งเป็นตัวแทนของประชาชาติและผู้นำ ได้รับการบูชาจากทุกคน ยกเว้นผู้เชื่อ ยอห์นชี้ชัดว่าเป็นอาณาจักรโรมันในสมัยนั้น ซึ่งผู้อ่านยอห์นน่าจะเข้าใจดีว่าเปรียบเสมือนบาบิโลนในยุคดาเนียล สัตว์ร้ายอีกตัวจากแผ่นดินโลกพยายามเลียนแบบพระเจ้า ด้วยการทำตัวเหมือนลูกแกะ แสร้งทำเป็นฟื้นคืนชีพ และบังคับให้ผู้คนรับเครื่องหมายที่หน้าผากและมือ ซึ่งเป็นการเลียนแบบพระเยซู การฟื้นคืนชีพของพระองค์ และเครื่องหมายที่แสดงความเป็นของพระเจ้า ชื่อของสัตว์ร้ายคือ 666 ซึ่งเป็นรหัสของจักรพรรดินีโร แสดงให้เห็นว่าเครื่องหมายนี้เป็นสัญลักษณ์ของการเป็นของโรม ไม่ใช่ของพระเจ้า
ทูตสวรรค์สามองค์นำข่าวสารสามอย่างมา: การนมัสการพระเจ้าเพราะการพิพากษาจะมาถึง บาบิโลนได้ล่มจมแล้ว และผู้ที่บูชาสัตว์ร้ายจะต้องเผชิญกับการพิพากษาและโทษชั่วนิรันดร์ แม้สัตว์ร้ายจะโจมตี แต่พระเจ้าก็ทรงมีอำนาจสูงสุดและทรงนำความยุติธรรมมาสู่โลก ทูตสวรรค์เจ็ดองค์เทขันแห่งพระพิโรธของพระเจ้า เมื่อกองทัพทั่วโลกรวมตัวกันที่อาร์มาเกดโดน บาบิโลน/โรมก็รับถ้วยแห่งพระพิโรธนั้น หญิงที่ขี่สัตว์ร้ายซึ่งเปรียบกับโรมและจักรพรรดินีโรทรมานประชากรของพระเจ้า แต่ยอห์นเน้นย้ำว่าอำนาจของหญิงและสัตว์ร้ายมีอยู่ได้ด้วยการอนุญาตของพระเจ้าเท่านั้น และเป็นไปเพื่อรับใช้พระประสงค์สูงสุดของพระองค์ ทูตสวรรค์อีกองค์ประกาศถึงจุดจบของการปกครองของบาบิโลน/โรม ซึ่งทำให้ประชากรของพระเจ้าชื่นชมยินดี แต่ผู้ที่ได้รับประโยชน์จากความชั่วร้ายของบาบิโลนกลับโศกเศร้า เพราะพวกเขาไม่สามารถค้าขายได้อีกต่อไป
ข้อคิด: วิวรณ์ 12-18
บาบิโลนทำสงครามกับพระเจ้าและประชากรของพระองค์ แต่ "พระเมษโปดกจะทรงชนะพวกเขา เพราะพระองค์ทรงเป็นจอมเจ้านายและพระมหากษัตริย์ และบรรดาผู้ที่อยู่กับพระองค์คือผู้ที่ทรงเรียก ทรงเลือก และสัตย์ซื่อ" (17:14) แม้เราจะได้รับการทรงเรียก ทรงเลือก และสัตย์ซื่อ และอยู่กับพระองค์ แต่พระองค์เท่านั้นที่เป็นผู้พิชิต การที่พระเมษโปดกทรงเอาชนะสัตว์ร้ายเจ็ดหัวนั้นเกิดขึ้นโดยการสละพระชนม์ชีพของพระองค์ ดังที่วิวรณ์ 5:6 เผยให้เห็นว่าพระองค์ทรงถูกปลงพระชนม์แล้ว ซึ่งการสิ้นพระชนม์นี้เองที่รับประกันชัยชนะของเรา "พวกเขาชนะมันได้โดยพระโลหิตของพระเมษโปดกและโดยคำพยานของพวกเขา เพราะพวกเขาไม่ได้รักชีวิตของตนเองจนถึงความตาย" (12:11) ชัยชนะของพระองค์เหนือความตายและความมืดคือชัยชนะเหนือศัตรูทั้งปวงของความสว่างและชีวิต พระองค์ทรงเป็นผู้พิชิตของเรา และพระองค์ทรงเป็นแหล่งแห่งความชื่นชมยินดี
คำถาม
1. ในบทที่ 12 พระคัมภีร์ระบุเคล็ดลับชัยชนะของผู้เชื่อเหนือพญานาค (ซาตาน) ว่าคือ "พระโลหิตของพระเมษโปดก" และ "คำพยานของเขา" โดยมีเงื่อนไขสำคัญว่า "เขาไม่ได้รักตัวกลัวตาย" การที่ชัยชนะฝ่ายวิญญาณกลับต้องแลกมาด้วยการยอมสละชีวิตฝ่ายร่างกาย สะท้อนให้เห็นวัตถุประสงค์ของการทำสงครามในอาณาจักรของพระเจ้าว่าต่างจากสงครามของโลกอย่างไร? (เพื่อให้เราพิจารณาว่า วัตถุประสงค์ของชัยชนะที่แท้จริงในสายตาพระเจ้า ไม่ใช่การเอาตัวรอดให้มีชีวิตยืนยาวที่สุด แต่คือการรักษา "ความภักดี" ต่อความจริงจนถึงที่สุด เพราะการยอมตายเพื่อความเชื่อถือเป็นการ "ทำลายอำนาจ" ของซาตานที่มักใช้ความกลัวตายมาข่มขู่มนุษย์)
2. ในบทที่ 18 เมื่อมีเสียงเรียกจากสวรรค์สั่งให้ "ประชากรของเราจงออกมาจากนครนั้น" (บาบิโลน) ก่อนที่มันจะล่มสลายลงในพริบตา ทั้งที่นครนั้นเป็นศูนย์กลางความมั่งคั่งและการค้า คำสั่งให้ "แยกตัว" ออกมานี้ ท้าทายให้เราทบทวนวัตถุประสงค์ของการดำเนินชีวิตท่ามกลางระบบเศรษฐกิจและวัฒนธรรมทางโลกในปัจจุบันอย่างไร? (เพื่อกระตุ้นให้ตระหนักว่า วัตถุประสงค์ของการเป็นประชากรของพระเจ้า คือการไม่เอาชีวิตและอนาคตไป "ผูกติด" กับระบบของโลกที่ดูหรูหราแต่มั่นคงเพียงชั่วคราว เพื่อป้องกันไม่ให้เรา "มีส่วนในบาป" ของสังคมนั้น และเพื่อไม่ให้เราต้องพินาศไปพร้อมกับสิ่งที่พระเจ้ากำหนดไว้ว่าจะต้องถูกทำลาย)
วิวรณ์ บทที่ 18 บรรยายถึงการพิพากษาและการล่มสลายของ "บาบิโลนมหานคร" ซึ่งในเชิงสัญลักษณ์หมายถึงระบบโลกที่เต็มไปด้วยความหยิ่งผยอง การล่วงประเวณีทางจิตวิญญาณ และการแสวงหาความมั่งคั่งโดยปราศจากพระเจ้า
นี่คือข้อคิดสำคัญที่เราสามารถนำมาปรับใช้กับชีวิตคริสเตียนและการดำเนินชีวิตในปัจจุบันครับ:
1. ความชั่วคราวของความมั่งคั่งทางโลก
บาบิโลนในบทนี้ถูกพรรณนาว่ามั่งคั่งและหรูหราอย่างยิ่ง แต่ความพินาศกลับมาถึงใน "ชั่วโมงเดียว" (ข้อ 10, 17, 19)
- ข้อคิด: สิ่งของนอกกาย ความสำเร็จ หรือฐานะทางสังคมนั้นไม่จีรังยั่งยืน เราไม่ควรวางใจในทรัพย์สมบัติมากกว่าวางใจในพระเจ้า เพราะทุกอย่างสามารถสูญสิ้นไปได้ในพริบตา
2. เสียงเรียกให้ "แยกตัวออกมา"
ในข้อ 4 มีเสียงจากสวรรค์ว่า "ชนชาติของเราเอย จงออกมาจากนครนั้นเถิด เพื่อท่านทั้งหลายจะไม่มีส่วนในการบาปของนครนั้น"
- ข้อคิด: พระเจ้าทรงเรียกให้เราดำเนินชีวิตที่ "อยู่ในโลกแต่ไม่เป็นของโลก" เราถูกเรียกให้แยกตัวออกจากค่านิยมที่ผิดบาป การฉ้อโกง หรือวิถีชีวิตที่ยึดตัวเองเป็นศูนย์กลาง เพื่อที่เราจะไม่ต้องรับผลกระทบจากความพิพากษาที่มาถึงระบบเหล่านั้น
3. อันตรายของการพึ่งพาตนเองจนลืมพระเจ้า
บาบิโลนย่ามใจว่า "เรานั่งอยู่อย่างราชินี... จะไม่ต้องพบความโศกเศร้าเลย" (ข้อ 7)
- ข้อคิด: ความเย่อหยิ่งและการคิดว่าตนเองมั่นคงโดยไม่ต้องพึ่งพาพระเจ้าคือจุดเริ่มต้นของความพินาศ การถ่อมใจและตระหนักว่าเราต้องการพระกรุณาของพระเจ้าอยู่เสมอคือเกราะป้องกันฝ่ายวิญญาณที่ดีที่สุด
4. ความยุติธรรมของพระเจ้ามีจริง
บทนี้แสดงให้เห็นว่าพระเจ้าทรงสดับฟังเสียงร้องของผู้ที่ถูกกดขี่และบรรดาธรรมิกชนที่ถูกข่มเหง (ข้อ 20, 24)
- ข้อคิด: แม้ในวันที่เราเห็นความอธรรมรุ่งเรือง แต่ขอให้มั่นใจว่าพระเจ้าทรงยุติธรรมและทรงควบคุมทุกอย่างอยู่ ในที่สุดพระองค์จะทรงจัดการกับความชั่วร้ายและประทานความยุติธรรมแก่ผู้ที่สัตย์ซื่อ
5. การสำรวจลำดับความสำคัญในชีวิต
รายการสินค้าในบทนี้ (ข้อ 12-13) ไล่เรียงตั้งแต่ทองคำไปจนถึง "จิตวิญญาณของมนุษย์" สะท้อนถึงระบบที่มองเห็นค่าของวัตถุสูงกว่าคุณค่าของชีวิต
- ข้อคิด: เราควรสำรวจว่าในแต่ละวัน เราให้คุณค่ากับอะไร? เรากำลังใช้ชีวิตเพื่อสะสมสิ่งที่ผุพังได้ หรือกำลังลงทุนในสิ่งที่มีคุณค่าชั่วนิรันดร์?
วิวรณ์ 18 ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อให้เรากลัว แต่เพื่อให้เรา "ตื่นตัว" และสำรวจว่าหัวใจของเราผูกติดอยู่กับระบบของโลกนี้ หรือผูกติดอยู่กับแผ่นดินของพระเจ้า