Thai Mission Reading Plan 2025

อ่านพระคัมภีร์ให้สนุกและเกิดผลในหนึ่งปี มีข้อคิดที่สามารถนำมาใช้ในชีวิตได้ทุกตอน


Started on: Jan. 1, 2026

ร่วมกลุ่มอ่านพระคัมภีร์ในแผนนี้

อ่านพระคัมภีร์ | READ SCRIPTURES

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV THKJV TH1971
มัทธิว 27

THSV11 NIV AMP TNCV NASB NKJV NLT ESV THKJV TH1971
มาระโก 15

เรื่องย่อ

พระเยซูถูกนำตัวไปให้ปิลาต ผู้ว่าราชการโรมันพิจารณาคดี ซึ่งแม้จะพบว่าไม่มีความผิด แต่ก็ตัดสินใจปล่อยบารับบัสและมอบพระเยซูให้ถูกเฆี่ยนตีและนำไปตรึงกางเขนตามแรงกดดันของฝูงชน ทหารโรมันเยาะเย้ยพระองค์ด้วยการสวมมงกุฎหนามและเสื้อคลุมสีม่วง ก่อนที่ไซมอนชาวไซรีนจะถูกบังคับให้แบกกางเขนตามพระองค์ไป พระองค์ถูกตรึงกางเขนที่กลโกธา (เนินหัวกะโหลก) ระหว่างผู้ร้ายสองคน ท่ามกลางการเยาะเย้ยถากถางของผู้คนและมหาปุโรหิต เมื่อเวลาบ่ายท้องฟ้าก็มืดมิดทั่วแผ่นดิน จากนั้นพระเยซูทรงร้องด้วยเสียงอันดังและสิ้นพระชนม์ ในขณะนั้นม่านในพระวิหารก็ขาดจากบนลงล่าง แผ่นดินไหว และนายร้อยก็สารภาพว่า "คนนี้เป็นบุตรพระเจ้าแน่นอน" หลังจากนั้น โยเซฟชาวอาริมาเธียได้ขอพระศพของพระองค์จากปิลาตและนำไปบรรจุไว้ในอุโมงค์ฝังศพใหม่ของตนเอง ซึ่งถือเป็นจุดสิ้นสุดของชีวิตพระองค์บนโลกนี้ ก่อนที่จะมีการฟื้นคืนพระชนม์

 

หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดในการพิจารณาคดีทางศาสนาถึงสามครั้ง พระเยซูทรงถูกนำตัวไปพบกับปอนทิอัส ปิลาต ผู้ว่าการชาวโรมัน เพื่อเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีทางแพ่ง เพราะมีเพียงอาณาจักรโรมันเท่านั้นที่มีอำนาจในการตัดสินโทษประหารชีวิต ประชาชนกล่าวหาพระองค์ว่าทรงอ้างตนเป็นกษัตริย์ ซึ่งเป็นภัยคุกคามต่ออำนาจของโรมัน และยังโกหกว่าพระองค์ห้ามไม่ให้จ่ายภาษีแก่ซีซาร์ ปิลาตจึงซักถามพระองค์เกี่ยวกับการเป็นกษัตริย์ ในบันทึกของยอห์น พระเยซูทรงอธิบายว่าอาณาจักรของพระองค์ไม่ได้เป็นของโลกนี้ และพระองค์ไม่ได้มาเพื่อต่อสู้ แต่เพื่อประกาศความจริง ปิลาตจึงตอบด้วยคำถามที่สะท้อนถึงข้อสงสัยต่อข่าวประเสริฐตลอดกาลว่า "ความจริงคืออะไร?"

ปิลาตพยายามหลีกเลี่ยงการตัดสิน จึงส่งพระเยซูไปยังกษัตริย์เฮโรดผู้มีอำนาจสูงกว่า เฮโรดและทหารของพระองค์ได้เยาะเย้ยและทำร้ายพระเยซู สวมเสื้อคลุมสีม่วงและมงกุฎหนามให้ก่อนจะส่งพระองค์กลับคืนมาหาปิลาต ก่อนหน้านั้น ภรรยาของปิลาตได้ฝันร้ายเกี่ยวกับพระเยซูและเตือนสามีให้ปล่อยพระองค์ไป แม้ปิลาตจะประกาศว่าพระเยซูบริสุทธิ์ แต่เขากลับเสนอทางเลือกให้ประชาชนระหว่างพระองค์กับบารับบัส ผู้ต้องหาในคดีอาญาร้ายแรง ฝูงชนเลือกที่จะปล่อยบารับบัส ซึ่งเป็นภาพสะท้อนของวันลบมลทินที่แพะตัวหนึ่งถูกบูชายัญและอีกตัวถูกปล่อยไป เป็นการบ่งชี้ว่าเราทุกคนคือ "บารับบัส" ที่ได้รับการปลดปล่อยเพราะการเสียสละของพระคริสต์ แม้ปิลาตจะล้างมือเพื่อหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบ แต่ความเฉยเมยก็ไม่ได้ทำให้เขากลับเป็นผู้บริสุทธิ์ และฝูงชนกลับเรียกร้องให้โลหิตของพระเยซูตกอยู่บนพวกเขาและลูกหลาน ซึ่งโดยไม่รู้ตัว นี่คือความหวังเดียวสำหรับทุกคน นั่นคือการที่โลหิตแห่งการไถ่ของพระองค์จะปกคลุมบาปของเรา

พระเจ้าทรงเป็นผู้มีอำนาจสูงสุดเหนือการทดลองทั้งหมดที่พระเยซูทรงเผชิญ และเหนือผู้ปกครองทุกคนที่ตัดสินพระองค์ (ยอห์น 19:11) แม้การตัดสินจะนำไปสู่การสิ้นพระชนม์ของพระคริสต์บนไม้กางเขน ซึ่งเป็นแผนการที่วางไว้ตั้งแต่แรก (วิวรณ์ 13:8) ข้อสงสัยอาจเกิดขึ้นว่าเหตุใดจึงมีการพิจารณาคดีเพียงหกครั้งแทนที่จะเป็นเจ็ดครั้ง ซึ่งเป็นจำนวนที่สมบูรณ์ตามหลักสัญลักษณ์ของพระเจ้า แม้พระคัมภีร์ไม่ได้ให้คำตอบโดยตรง แต่เป็นไปได้ว่าหลังจากสามคดีทางศาสนาที่ตัดสินว่าพระองค์มีความผิด และสามคดีทางแพ่งที่ตัดสินว่าพระองค์บริสุทธิ์ การตัดสินครั้งที่เจ็ดและครั้งสุดท้ายมาจากพระเจ้าพระบิดาผู้ทรงยืนยันและอนุมัติพระราชกิจที่สำเร็จแล้วของพระบุตรผู้เป็นที่รัก ซึ่งพระองค์ทรงพอพระทัยอย่างยิ่ง นั่นคือคำตัดสินที่สมบูรณ์และชอบธรรมที่สุด ในช่วงเวลาเดียวกัน ยูดาสผู้ทรยศ ก็ตระหนักถึงความร้ายแรงของการกระทำที่มอบคนบริสุทธิ์ให้แก่ความตาย ด้วยความรู้สึกผิดที่ไม่อาจทนได้ เขาจึงคืนเงินและจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตาย ซึ่งแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่างความเศร้าโศกแบบโลกที่นำไปสู่ความสิ้นหวัง กับการกลับใจตามแบบพระเจ้าซึ่งนำไปสู่ชีวิต

 

ข้อคิด: มัทธิว 27; มาระโก 15

ด้วยความถ่อมพระทัยอย่างที่สุด พระเยซูทรงยอมจำนนต่อแผนการของพระบิดา ทรงอดทนต่อข้อกล่าวหาเท็จ การเยาะเย้ย และการปฏิเสธจากผู้คนที่พระองค์ทรงรักและเคยคร่ำครวญถึง แม้ว่าเราทุกคนจะมีส่วนในการกระทำเหล่านี้ไม่ต่างจากยูดาส ปิลาต หรือฝูงชน แต่พระองค์ก็ยังทรงประทานพระโลหิตแห่งการไถ่บาปของพระองค์เพื่อปกคลุมเรา นำมาซึ่งสันติสุขและความหวังตามที่ทรงสัญญาไว้ และไม่ว่าอย่างไรก็ตาม พระองค์ทรงเป็นแหล่งที่มาแห่งความชื่นชมยินดีของเราตลอดไป

 

คำถาม

1.   เราจะดำเนินชีวิตอย่างไรเพื่อสะท้อนความกล้าหาญและความเชื่อมั่นในพระเจ้าแม้ในช่วงเวลาของความยากลำบากและการเผชิญหน้ากับความทุกข์ (มัทธิว 27:27-31; มาระโก 15:16-20) — คำถามนี้กระตุ้นให้พิจารณาว่าวัตถุประสงค์คือเพื่อให้เข้าใจและมีแบบอย่างของการยืนหยัดในความเชื่อและความกล้าหาญ แม้ในสถานการณ์ที่ยากลำบากและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด เพื่อเป็นกำลังใจและแรงบันดาลใจในการดำเนินชีวิตตามแบบอย่างของพระเยซูในช่วงเวลาที่ท้าทาย

2.   เราจะมีวิธีการอย่างไรในการดำเนินชีวิตที่แสดงความเคารพและความซื่อสัตย์ต่อพระเจ้าและผู้อื่นในทุกสถานการณ์ (มัทธิว 27:45-50; มาระโก 15:33-37) — คำถามนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้สมาชิกพิจารณาถึงการดำเนินชีวิตที่สอดคล้องกับความซื่อสัตย์และศรัทธาในพระเจ้า เช่น การให้เกียรติพระเจ้าในคำพูดและการกระทำ การรับผิดชอบในสิ่งที่เราทำ รวมทั้งการแสดงความเคารพต่อผู้อื่นเพื่อสะท้อนถึงความรักและความสัตย์ซื่อของพระคริสต์ในทุกพื้นที่ของชีวิต

 

 

 

มาระโกบทที่ 15 เป็นบทที่เล่าถึงเหตุการณ์สำคัญคือ การที่พระเยซูทรงถูกตรึงที่ไม้กางเขนและสิ้นพระชนม์ ข้อคิดหลักๆ ที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในชีวิตได้ มีดังนี้ครับ:

1. การยอมรับความอยุติธรรมและการเชื่อฟังอย่างที่สุด (ข้อ 1-15)

  • พระเยซูทรงนิ่งเงียบต่อการกล่าวหา: เมื่อพระเยซูถูกกล่าวหามากมายต่อหน้าปีลาต พระองค์ทรงเลือกที่จะไม่โต้ตอบมากนัก (มาระโก 15:4-5) สิ่งนี้แสดงถึงการ เชื่อฟัง แผนการของพระบิดาอย่างสมบูรณ์ เพื่อรับโทษบาปแทนมนุษย์
    • ข้อคิด: บางครั้งในชีวิต เราอาจต้องเผชิญกับความอยุติธรรม การถูกกล่าวหา หรือการเข้าใจผิด การที่เราเลือกที่จะอดทนและปล่อยให้พระเจ้าเป็นผู้จัดการ อาจเป็นทางเลือกที่ยากแต่แสดงถึงความไว้วางใจในพระองค์

2. ความรักและการเสียสละอันยิ่งใหญ่ (ข้อ 16-39)

  • การทนทุกข์ทรมานเพื่อผู้อื่น: พระเยซูทรงถูกเยาะเย้ย ถูกเฆี่ยนตี ถูกดูหมิ่น ถูกตรึงกางเขนเยี่ยงอาชญากร พระองค์ทรงรับความทุกข์ทรมานอันแสนสาหัสเหล่านี้เพื่อเป็น ค่าไถ่บาป ของมนุษย์ทุกคน
    • ข้อคิด: การสิ้นพระชนม์ของพระเยซูบนกางเขนคือการสำแดง ความรัก ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก ทำให้เราได้รับ การอภัยบาป และมีโอกาสกลับคืนดีกับพระเจ้า เราควรสำนึกในพระคุณนี้และตอบสนองด้วยการดำเนินชีวิตที่ถวายเกียรติแด่พระองค์
  • ม่านในพระวิหารฉีกขาด (ข้อ 38): เมื่อพระเยซูสิ้นพระชนม์ ม่านที่กั้นระหว่างส่วนศักดิ์สิทธิ์กับห้องบริสุทธิ์ที่สุดในพระวิหารก็ฉีกขาดจากบนลงล่าง สิ่งนี้หมายความว่า ทางเข้าสู่พระพักตร์พระเจ้า ได้เปิดออกแล้วสำหรับทุกคนโดยผ่านทางพระเยซู

3. การสารภาพความเชื่อ (ข้อ 39-47)

  • คำสารภาพของนายร้อย (ข้อ 39): นายทหารโรมันที่เฝ้าการตรึงกางเขน เห็นการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูแล้วถึงกับยอมรับว่า "แท้จริงท่านผู้นี้เป็นพระบุตรของพระเจ้า"
    • ข้อคิด: การกระทำและการสิ้นพระชนม์ของพระเยซูมีอานุภาพมากจนคนนอกศาสนาก็สามารถเห็นความจริงและสารภาพได้ เราในฐานะผู้เชื่อก็ควรมีชีวิตที่เป็นพยานถึงความจริงของพระองค์ด้วยเช่นกัน
  • ความกล้าหาญของโยเซฟชาวอาริมาเธีย (ข้อ 43): โยเซฟเป็นสมาชิกสภาแต่ก็มีความกล้าหาญที่จะขอพระศพของพระเยซูจากปีลาตเพื่อนำไปฝังอย่างสมเกียรติ
    • ข้อคิด: นี่คือการกระทำที่แสดงถึงความศรัทธาและความเคารพ แม้ในช่วงเวลาแห่งความสิ้นหวังและความกลัว การแสดงออกถึงความเชื่อของเราอย่างเปิดเผยและกล้าหาญแม้ในสถานการณ์ที่ไม่เอื้ออำนวยก็เป็นสิ่งสำคัญ

บทที่ 15 ของมาระโกจึงเป็นข้อคิดเตือนใจถึงพระคุณของพระเจ้า การยอมสละพระชนม์ของพระเยซูเพื่อมนุษย์บาป และความหมายของการเป็นสาวกที่เชื่อฟังและกล้าหาญครับ